พลังแห่งคำขอบคุณ
เมื่อ 2 ปี ที่แล้ว ได้เรียนรู้การเขียนคำขอบคุณ จากโค้ชสอง
ซึ่งตอนแรกไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เพราะโค้ชสองบอกว่า 
ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง มีผลลัพธ์ที่ต่างจากเดิม ให้ลงมือทำ
โค้ชสองสอนให้เราเริ่มต้นด้วยการเขียนคำขอบคุณเป็นไดอารี่ทุกวัน
โดยเขียนขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา 
เช่น ขอบคุณที่วันนี้อากาศดี
ขอบคุณที่ไฟจราจรเป็นสีเขียวพอดี ทำให้ขับรถผ่านตลอด ไม่ต้องจอดติดไฟแดง
ขอบคุณที่มีที่จอดรถ มีที่ว่างให้เรา
ขอบคุณพี่ที่ทำงาน เอาขนมมาให้กินรองท้อง กำลังหิวพอดี
ขอบคุณตัวเอง ที่เอาใจชนะตัวเอง ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ
ขอบคุณพี่คนหนึ่ง ที่ให้สร้อยมุกกับเรา กำลังตามหาพอดี
ขอบคุณที่ได้เจอน้ำหอม เป็นกลิ่นที่ชอบที่ใช่ ที่ตามหามานาน ซึ่งเคยได้กลิ่นนี้ตอนไปฮ่องกง
และล่าสุด เมื่อกี้เลย ขอบคุณที่มีคนดาวน์โหลดภาพไปใช้เป็นครั้งแรก

หลังจากที่ได้เขียนขอบคุณตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ชีวิตด้านลบก็เริ่มมีด้านบวกเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกดีๆ ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
จริงๆ แล้ว เรื่องราวทั้งด้านลบและด้านบวก มันก็มีเป็นปกติอยู่ทุกวัน
แต่เมื่อเราเลือกโฟกัสด้านบวกมากขึ้น 
ก็เหมือนเป็นพลังด้านบวกที่ทำให้เรามีแรงอยากทำอะไรมากขึ้น
และเมื่อเจอด้านลบ เราก็มองเห็นด้านบวกในนั้นแถมมาด้วย

ทำให้เรารู้ว่า การขอบคุณ ที่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน 
กลายเป็นสิ่งพิเศษ ที่ทำให้เรารู้สึกว่า ตัวเองโชคดีขึ้น
การขอบคุณสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ทำให้เราเลือกจะมองสิ่งที่เพิ่มความรู้สึกดีให้กับเรา
การขอบคุณสิ่งเล็กๆ ที่ผู้คนหยิบยื่นมาให้ กลายเป็นสิ่งพิเศษที่มาในเวลาที่ลงตัวพอดี
และแม้กระทั่งการขอบคุณตัวเอง ก็เป็นการสร้างความภูมิใจ และมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น

จนกระทั่งวันหนึ่ง เรามั่นใจแล้วว่า การขอบคุณจะช่วยเยียวยาจิตใจของผู้คนที่รู้สึกว่าชีวิตมีแต่ด้านลบได้ เราจึงเล่าให้เพื่อนคนหนึ่งฟัง ซึ่งในช่วงเวลานั้น เขากำลังอยู่ภาวะของความเครียด อยู่ในสภาวะที่บางวันไม่มีเงินแม้กระทั่งจะทานข้าว เราสามารถช่วยเขาได้ แต่เราไม่สามารถให้เขาพึ่งพาได้ตลอด เราจึงอยากให้เขาพึ่งพาตัวเอง ซึ่งการแนะนำให้เขาเขียนขอบคุณ ดูเหมือนจะช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย แต่แล้ว..ผลลัพธ์ที่ดีก็เกิดขึ้น

เรากลับไปเยี่ยมเขาอีกครั้ง หลังจากที่เขาเขียนคำขอบคุณผ่านไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ เขาเล่าให้ฟังว่า มีเรื่องเซอร์ไพรส์มากมายเกิดขึ้นกับเขา มีคนบริจาคเงินให้เขา โดยที่เขาไม่ได้ร้องขอ เขาเริ่มขายของได้ เริ่มมีรายได้เข้ามาบ้างจากที่ขายของไม่ค่อยได้ และตอนนี้จากที่ไม่มีเงินจะกิน ก็พอมีพอกินในแต่ละวันแล้ว เพื่อนเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เขียนคำขอบคุณ เขาก็เริ่มโฟกัสในด้านบวกเพิ่มมากขึ้น ทำให้เขามีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่แค่การขอบคุณแล้วทุกอย่างจะไหลเข้ามาช่วยเหลือเขา แต่นั่นเป็นการเริ่มต้นโฟกัสในด้านดี แล้วทำให้เขามีกำลังใจที่จะลงมือทำสิ่งที่ทำได้ต่อไป คือ การพยายามพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด และรักตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทำให้เรารู้สึกโล่งและสบายใจมากขึ้น

หากใครกำลังรู้สึกไม่สบายใจ หรือรู้สึกว่า วันๆ ผ่านไปแล้ว ไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้นเลย
ลองเขียนคำขอบคุณ ลงในไดอารี่ เขียนเรื่องดีๆ เพื่อเพิ่มเรื่องราวที่น่าจดจำในชีวิต
ยิ่งเราขอบคุณมากเท่าไหร่ ใจเราก็จะยิ่งสุขใจมากขึ้นเท่านั้น

#ขอบคุณเพื่อนที่อนุญาตให้นำเรื่องราวมาเล่าให้ฟังนะ

#takuma
SHARE
Written in this book
story telling
เรื่องราว..เรื่องเล่า
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments

UNSTOPABLE
3 years ago
ใจตรงกันนะเนี่ย อิอิ
Reply
takumacheerup
3 years ago
นี่คือ..ล้อเลียน
หรือว่าเกือบงง ที่อธิบายคระ ^ ^
UNSTOPABLE
3 years ago
ก็เข้าใจแล้วไงครับ
แต่ตอนแรกเกือบไม่เข้าใจ
แต่ก็ไม่งงนะแค่เกือบๆ
แต่ตอนแรกก็เกือบไม่เข้าใจละ
แต่พอเข้าใจไปแล้ว
มันก็เกือบงงไปแล้วมั้ยล่ะ
แบบนี้ไง

งงๆมะ อิอิ
takumacheerup
3 years ago
กวน...
นวม..อยู่หนายยย