sprint
พัฒนามาจาก design thinking
จากหนังสือ lean startup ของ facebook หรือ google (เราเองก็ไม่แน่ใจ) 
ถ่ายทอดสอนโดย พี่ต้า
แบ่ง 5 วัน
วันที่ 1 :  map 
   -ask the expert, ทุกคนเข้าใจธุรกิจในมุมของตัวเอง
   -5 minute talk + post it
   - คนจะได้ความเข้าใจ
   - make a map "customer journey"
  >>ทำให้เห็นภาพ ตลอดทาง จะได้รู้ว่า      ต้องแก้ให้ user ตรงไหน

วันที่ 2 : sketch
      -key =" work alone together"
      -ต่างคนต่างทำเป็นพักๆ sync กันเป็นช่วงๆ แยกคิด แชร์ ไอเดีย ทีหลัง
      
วันที่ 3 : decide
        process called "sticky decision"
     -ต่างคน ต่างเดินดู ไอเดียแต่ละคนเงียบ ป้องกันการเกิดการโน้มน้ามโดยคนอื่นๆ ช่วยให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพ
      make a story board "user story"
    - ดูตั้งแต่ขั้นตอนที่USER จะเจอของเรา

วันที่ 4 : prototype
             key : "real enough"
    - ไม่ควรเป็น paper work

วันที่ 5 : test
        - ไปหา user จริงๆ สัมภาษณ์เดี่ยว
   "watch together , learn together !"
    ดู react การใช้งานจริงๆ

>> a winner every time : มันไม่เวิคก็ประหยัดเวลา ถ้าเวิคก็ดี 
"an efficient failure or flawed success"

สรุป : สร้างให้เหมือนจริงและเน้นทดสอบกับ user โดย member ทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน เป็น ownership
ข้อดี : เป็นการตั้งขอบเขตเวลา time boxing , การทำงานร่วมกัน collarbulation , ownership
               ----------------
<<====SPRINT CHALLENGE===>>
1. ทำอะไร เพื่อ? FOR WHAT
   set goals เขียนไว้ที่บอร์ด เป็นกำลังใจ
"start at the end"

2. ต้องทำอะไรบ้าง list assumptions
   และคำถาม เช่น ต้องทำให้ user ชอบ , อะไรจะทำให้ project fail ได้ listออกมา เพื่อจะได้รู้ว่าควร เทส อะไร

3. How might we? 
     เราจะทำยังไงให้.......
  how ทำได้ยังไง
  might น่าจะทำได้
  we เราทุกคน ร่วมกัน
ตัวอย่าง เขียน 1 ไอเดียต่อใบโพสอิท
   -ไอเดียต้องไม่กว้างเกินไป
   -ไอเดียต้องไม่แคบเกินไป ( เช่น ออกมาเป็น solution เลย )

4. ligtning talks 15 min each
   -user research
   -best practice
    เอาที่เกี่ยวกับproduct เราในมุมมอง      ของทุกคน
     ต้องทำ "user interview"
     *Tips for "user interview"
             +ฟังเยอะๆ 
             +เลี่ยงการถามชี้นำ จะได้คอมเม้นท์ที่ไม่เกี่ยวข้องมา
             +pretend ว่าเราไม่รู้ (beginner mindset)
             +replay with empathy พูดความเข้าใจเราที่ฟังจากเค้าให้เค้าฟัง
             +เลี่ยง  yes,no Question
             +เน้น Why , do not presume anything เลี่ยงคำถามที่จำกัดคำตอบ

tools for "what tools can I use to understand people" 
- print card ให้ user เรียง หรือ เลือก โดยให้userอธิบายให้ฟังไปด้วย (ควรทำล่วงหน้า)

จบ ใช้การ vote แบบ silent vote

5. get facts,not opinion
   => เช่น อะไรเป็นสิ่งใช้ในการตัดสินใจซื้อ
  เลี่ยงการถาม ใช้,ไม่ใช้

case study : ทำตัวเป็น user เพื่อเข้าใจ user

    --------------------------------
                 end part 1
SHARE
Writer
llpsn
just write
read and write to remember and to reset

Comments