Dog in the manger
ในบรรดาอดีตคนรัก หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า แฟนเก่าเธอเป็นเพียงคนเดียวที่ฉันกล้าพูดได้เต็มปากว่า รัก ไม่ใช่แค่ ชอบ
จนถึงตอนนี้ แม้ความรู้สึกเหล่านั้นจะเลือนรางไปบ้างแล้ว แต่บางครั้งฉันก็ยังคงนึกถึงมัน และอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากในวันนั้นฉันไม่เอ่ยปากขอยุติความสัมพันธ์ออกไป...

เราจะเป็นอย่างไร ?





ฉันได้ไปเจอกับเธอ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน
เธอยังคงตัวสูงกว่าฉัน และส่งยิ้มมาให้เมื่อถูกฉันสะกิดเรียกที่ไหล่

สัมผัสได้เลยว่าไอ้เจ้าหัวใจมันเผลอกระตุกไปวูบหนึ่ง ความรู้สึกแตกต่างจากวันสุดท้ายของทริปที่ควรจะมีแต่ความสุขเป็นอย่างมาก

ในวันนั้น พวกเรานั่งรถกลับมากรุงเทพฯ โดยมีความอึดอัดคอยปกคลุมอยู่โดยรอบ ทำได้ดีที่สุดแค่ฝืนยิ้มให้กันขณะที่กำลังโบกมือลา

แต่เธอที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นสวมใส่ชุดเครื่องแบบ
มันดูเข้ากับเธอนะ ฉันดีใจที่เห็นเธอทำสิ่งที่หวังสำเร็จไปอีกขั้น ถึงฉันจะแอบคิดเอาไว้ว่าเธอต้องทำมันได้ดีอยู่แล้วก็ตาม

เพื่อนๆ ของเธอมองมาที่ฉัน ไม่แน่ใจว่าพวกเขารู้หรือไม่ว่าฉันและเธอมีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่ ก็ในเมื่อเธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว ยังจะมีอะไรให้น่าสนใจไปมากกว่านี้อีกล่ะ?

ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มอับแสงลงทุกที ฉันใกล้จะได้เวลากลับบ้าน เธอดูเหมือนอยากจะรั้งนะ ถึงเธอจะไม่ได้ทำมันก็เถอะ

ฉันไม่แน่ใจว่าตอนนั้นตัวเองคิดอะไร แต่ที่แน่ๆ คือฉันไม่สามารถหุบยิ้มได้
เราต่างไม่กล้าสบตา อาจจะด้วยไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มานาน อีกทั้งสถานะของเราก็เปลี่ยนไป 

สำหรับเธอแล้วมันจะน่าอึดอัดหรือเปล่านะ?
ก็คงจะเป็นอย่างนั้น แต่สำหรับฉัน ในความอึดอัดเหล่านั้น กลับมีความสบายใจบางอย่างแฝงอยู่ อย่างที่มันเคยเป็น


‘เดี๋ยวเราไปส่ง’


ฉันตอบตกลง

แหงสิ ทำไมจะไม่ล่ะ? ฉันอยากใช้เวลาอยู่กับเธอให้นานกว่านี้ น่าเสียดายที่เธอเองก็มีธุระ ฉันคงไม่อาจอยู่รอได้ อีกอย่าง..ฉันเป็นใครกัน มีสิทธิ์อะไรมารอเธอ?


อ่า..มันน่าเสียดายนิดหน่อย พวกเรากล่าวลา ก่อนจะแยกจากกัน
และฉันก็อดคิดไม่ได้อีกแล้วว่า ถ้าหากเรายังคบกันอยู่ มันจะเป็นอย่างไร?





เมื่อไหร่นะที่เราได้ไปเที่ยวด้วยกัน?
ฉันนึกช่วงระยะเวลาที่แน่นอนไม่ออก แต่ก็คงเป็นหลังจากการกลับมาเจอกันคราวนั้น เรื่องมันนานจนฉันลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเราไปเที่ยวด้วยกันได้อย่างไร แต่แน่ๆ คือเธอเป็นคนชวน ส่วนฉันก็ตอบตกลง บางทีมันอาจจะเรียกว่าเดทได้ ก็เราไปกันสองคนนี่นา

เราไปกินพิซซ่าด้วยกัน เธอบอกว่ามีบางอย่างเพิ่งออกมาใหม่ เราควรจะลอง แล้วคิดว่าฉันจะปฎิเสธหรือ?

ไม่แน่นอน

เธอน่ารัก
แม่งเอ๊ย เธอมันโคตรน่ารัก

เธอเป็นฝ่ายงอแงอยากลอง แต่สุดท้ายก็ทานไม่หมด และโยนความรับผิดชอบมาให้ฉัน 
ฉันช่วยเธอทานในส่วนที่เหลือ พวกเราอิ่มแปล้ และในระหว่างที่เธอกำลังก้มหน้ากดโทรศัพท์ ฉันก็เผลอลั่นชัตเตอร์ถ่ายรูปเธอออกมา และอัพลงโซเชียลด้วยความรู้สึกอิ่มเอม...

ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ดีใช่ไหม น่าเสียดายที่หลังจากนั้นเราก็ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่

ต่างฝ่ายก็ต่างยุ่ง ถึงจะมีโซเชียลของอีกคนนับรวมเป็นเพื่อนอยู่ แต่ฉันก็ไม่ค่อยเห็นเธออัพเดทความเคลื่อนไหวอะไร

เป็นเพราะเธอไม่ค่อยอัพ หรือเพราะเธอปิดกั้นไม่ให้ฉันเห็นได้กันแน่นะ?

ฉันสงสัย รู้สึกเหมือนกลายเป็นคนนอก (ก็เป็นคนนอกจริงๆหนิ) เลยเข้าไปส่องหน้าทามไลน์เธอ ซึ่งการทำแบบนั้นแม่งผิดวิสัยของตัวเองเป็นบ้า
ทั้งที่ตั้งใจจะดูแค่ว่าช่วงนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง แต่กลายเป็นได้เห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นเข้า

♡ คบหากับ ______________

ให้ตายเถอะ ฉันตกใจจริงๆ แม้มันจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร เพราะมันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วนับจากที่เราเลิกกัน ถึงจะเป็นอย่างนั้น..ฉันก็ยังห้ามความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นมาไม่ได้อยู่ดี

นี่มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ตัวฉันที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเองแท้ๆ แต่ตอนนี้กำลังนั่งขมวดคิ้วจ้องรูปคนที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเหมือนกับหมาหวงก้างที่พร้อมจะจู่โจมหากมีใครคิดจะยื่นมือเข้ามาหยิบกระดูกของมัน

ว่าไปนั่น..

ไม่พอใจแล้วอย่างไร ฉันจะทำอะไรได้นอกจากนั่งบ่นกับตัวเองอย่างไอ้ขี้แพ้
ฉันไม่ใช่คนดีอะไรหรอก แต่ก็ไม่ได้แย่จนถึงขั้นจะอยากเข้าไปพังความสุขของคนอื่น
การที่ฉันรู้สึกแบบนี้ มันไม่ได้หมายความว่าเธอก็จะรู้สึกเหมือนกันเสียหน่อย
ถ้าเป็นอย่างนั้นเรื่องก็คงจบง่ายไป แต่ดูท่าแล้วคงจะไม่

ช่างแม่งละกัน
ฉันกดปิดหน้าทามไลน์แฟนใหม่ของแฟนเก่า และใช้ชีวิตของตัวเองต่อไปแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไร

หรือถ้าจะพูดให้ถูก ฉันไม่ควรจะรู้สึกรู้สาอะไร

เราคุยกันน้อยลงทุกที แต่ก็ใช่ว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์กันไปเลย ส่วนใหญ่เธอจะเป็นฝ่ายทักมากหา แต่การทักมาของเธอก็ล้วนมีเหตุผลตามมา ซึ่งเท่านั้นก็ถือว่าดีแล้วสำหรับฉันในตอนนี้

ฉันมักจะคิดว่าหนังสือเล่มเดิม ไม่ว่าจะเปิดอ่านกี่ครั้งมันก็จะยังคงจบแบบเดิม อีกอย่าง.. ฉันก็ไม่ได้มีรสนิยมชอบอ่านหนังสือซ้ำ

แต่กับหนังสือที่ได้ลองอ่านเมื่อวัยเด็ก เคยคิดว่ามันจบได้ดีแล้ว ทว่าเมื่อโตขึ้นและได้คิดทบทวนดูอีกที กลับรู้สึกว่าตอบจบของมันไม่สมเหตุสมผล และช่างน่าเสียดาย

บางที ถ้าหากมีโอกาส.. ฉันก็อาจจะหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาเปิดอ่านอีกสักครั้ง และทำความเข้าใจในเนื้อหาของมันให้ดีขึ้นกว่าเดิม
SHARE
Writer
CherieB
writer and reader
Nothing in life is perfect Everything happens for a reason.

Comments

Namimii
2 months ago
ฮือ.
Reply