โมนาลิซ่าจะพาเธอกลับมาได้ไหม
ถ้านาซ่าพาเธอกลับมาไม่ได้ แล้วโมนาลิซ่าจะทำได้ไหม
คุณรู้ไหมว่าผมอยากเป็นนักฟิสิกส์เพราะเหตุผลบางอย่าง
ผมเบื่อหน่ายการคำนวณแก้สมการเมื่อครั้งมัธยมปลาย
แต่ผมเพิ่งตระหนักเมื่อไม่นานมานี้ว่าแก่นของมันไม่ใช่การหาค่าตัวเลข
มันคือการตอบคำถามในการกำเนิดของสรรพสิ่ง
บีโธเฟ่นใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในยามแก่ชรา แต่เมื่อเขาตายไป คนทั้งเวียนนาก็แห่ไปงานศพของเขาผมสงสัยว่าเขาจะรู้สึกยังไง
เขาจะปลาบปลื้มไหมกับความอาลัยจากผู้คนทั่วทั้งเมือง
หรือบางทีเขาอาจหัวเราะเยาะให้กับความย้อนแย้งของมนุษย์
เปล่าหรอก ผมไม่เชื่อในอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างจะดำมืดเมื่อถึงเวลานั้น
บีโธเฟ่นไม่ได้อยู่รับรู้อะไรอีกแล้ว
เราทุกคนต่างเป็นฝุ่นผงของดวงดาวนักฟิสิกส์ที่ผมจำชื่อไม่ได้เคยบอกไว้แบบนั้น
คุณว่ามันฟังดูโรแมนติกไหม ผมคิดว่ามันชวนให้เราว้าเหว่ใจอยู่ลึกๆ
เทียบอายุขัยกับเอกภพแล้ว เรามีชีวิตอยู่เพียงพริบตาเดียว
แล้วคุณรู้ไหมอะตอมในตัวของพวกเรามันมาจากไหน
มันมาจากดาวดวงหนึ่งที่เคยดำรงอยู่ตรงโลกของเรา เมื่อนานแสนนานมาแล้ว
เราเป็นลูกหลานของดวงดาว ผมบอกคุณได้แบบนั้น
ผมพิมพ์ชื่อคุณลงไปในกล่องค้นหาในเวลาเที่ยงคืนของทุกวัน เพื่อแบกรับความเจ็บปวดว่าคุณไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้วคุณเคยบอกผมในวันสุดท้ายที่เราพบกันว่าคุณไม่ได้เปลี่ยนแปลง
คุณเพียงแต่เติบโตขึ้นและมองโลกในอีกมุมหนึ่ง
ผมพูดอะไรไม่ออก พูดไปก็คงไม่ได้มีความหมายเท่าไร ผมเลยตัดสินใจเงียบ
ค่อยๆ ถอยห่างออกมา ส่งแววตาแบบหนึ่งให้คุณเป็นครั้งสุดท้าย
แววตาเหมือนที่เซบาสเตียนมองมีอาร์ในฉากจบของลา ลา แลนด์
คุณพอจะคิดออกไหม ผมหวังดีกับคุณเสมอและอยากเข้มแข็งให้ได้แบบนั้น
พ่อของผมเป็นช่างซ่อมนาฬิกาผู้เคร่งขรึม แต่เขาร้องไห้อย่างไม่อาย เมื่อไอสไตน์พบว่าเวลาเป็นสิ่งสัมพัทธ์ผมรู้ดีว่าทุกคนรู้จักไอสไตน์ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาค้นพบอะไร
เขาล้มล้างทฤษฎีเดิมของผู้ให้กำเนิดฟิสิกส์อย่างเซอร์ไอแซค
และสร้างมุมมองที่เที่ยงแท้เกี่ยวกับจักรวาลขึ้นมา
การมีอยู่ของทุกสิ่งผูกติดอยู่กับเวลา และเวลาของแต่ละคนก็ไม่เคยเดินเท่ากัน
คงไม่มีเวลาของใครเดินช้าเท่ากับลี แชนด์เลอร์ ผู้ใช้ชีวิตอย่างเปลืองเปล่าคุณเคยดูแมนเชสเตอร์ บาย เดอะ ซี ไหม
ไม่ใช่ทีมฟุตบอล แต่เป็นหนังเรื่องหนึ่ง
คงไม่มีใครรู้ความหมายของการสูญเสียดีไปกว่าลีอีกแล้ว
มันทำให้ผมตั้งคำถามกับตัวเอง
หากเวลาเดินช้ามากๆ จนเข้าใกล้อนันต์ และความทุกข์ท่วมท้นอยู่เต็มอก
ผมจะเลือกหนทางไหนให้กับตัวเอง
กระทั่งไอสไตน์ก็ไม่เชื่อในการมีอยู่ของหลุมดำผมอยากบอกคุณว่าไม่มีใครรู้ไปหมดทุกอย่าง เราถูกครอบงำด้วยอะไรบางอย่างเสมอ
เราเป็นกบที่ไม่เคยถอดกะลาออกได้ เหมือนที่ปลาในน้ำไม่เคยรู้จักก้อนเมฆ
ไอสไตน์ปฏิเสธว่าหลุมดำไม่อาจมีอยู่จริง
คานธีปฏิเสธการล้มล้างชนชั้นวรรณะทั้งสี่
พระสันตะปาปาเฉลิมฉลองการสังหารชาวโปรแตสแตนท์
ความดีเป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ทางศีลธรรมของมนุษย์
มันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเป็นแค่สิ่งสมมุติ
เช่นเดียวกับที่คุณไม่อยู่ตรงนี้อีกต่อไป ถูกหรือผิดมันยากจะบอกหากคุณทำผิด ศาลคงส่งหมายไปที่บ้านและเรียกคุณไปไต่สวน
หากคุณทำถูก กลุ่มเพื่อนของคุณคงจัดปาร์ตี้เลี้ยงฉลองการตัดสินใจในครั้งนี้
แต่เปล่าเลยสองอย่างนั้นไม่เกิดขึ้น
เพราะสิทธิ์ทั้งหมดมันอยู่ที่คุณคนเดียวเท่านั้น
บางทีผมอาจต้องเดินทางไปที่เส้นขอบฟ้าเหตุการณ์ เพื่อให้ความเศร้าโศกมันผ่านไปอย่างรวดเร็วกว่านี้คุณรู้จักยานวอยเอจเจอร์ 1 ไหม
มันเป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งอยู่ไกลจากโลกมากที่สุด
บางทีผมควรเดินทางตามมันไปเพื่อให้อะไรๆ ดีขึ้นมาบ้าง
นาซ่าปล่อยมันออกไปเมื่อปี 1977
พร้อมกับแผ่นจานทองคำที่บรรจุข้อมูลอารยธรรมต่างๆ บนโลก
ภาพทิวทัศน์ทะเลและภูเขา เสียงหมาป่า เสียงนกร้อง และคอนแชร์โต้ของบาร์ค
หากมนุษย์ต่างดาวมีจริง คงมีสักวันหนึ่งที่พวกเขาจะได้รับรู้เรื่องราวของเรา
หรือหากไม่มีใครอยู่ข้างนอกนั่น วอยเอจเจอร์ 1 ก็แค่ไกลห่างออกไปเรื่อยๆ
ผมตัดสินใจส่งอีเมล์ไปหานาซ่าเมื่อสัปดาห์ก่อน คำตอบของพวกเขาทำให้ผมทรุดลงไปเลยล่ะผมไม่อาจเป็นนักบินอวกาศได้ พวกเขาบอกผมแบบนั้น
อายุของผมเกินยี่สิบสองแล้ว แถมสายตาก็ยังสั้นเกินไป
เส้นขอบฟ้าเหตุการณ์ ไกลเกินเอื้อมสำหรับผมแล้ว ผมไม่มีโอกาสไปที่นั่นเพื่อเร่งให้เวลาเร็วขึ้นได้
หลุมดำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ความรู้สึกนี้ของผม คงหวังจะให้มันช่วยดูดกลืนไม่ได้อีก
ถ้านาซ่าพาเธอกลับมาไม่ได้ แล้วโมนาลิซ่าจะทำได้ไหมคุณเคยถามผมขึ้นมาเล่นๆ แบบนั้น ผมได้แต่ตอบไปว่าไม่รู้
หากครั้งนี้คงถึงเวลาแล้วที่ผมต้องหาคำตอบอย่างจริงจัง
ผมตัดสินใจโทรศัพท์ไปลางานสองสัปดาห์
และกดซื้อตั๋วเครื่องบินเมื่อไม่กี่นาทีก่อน หมายมั่นเดินทางไปปารีส
รูปภาพที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์จะมีคำตอบอะไรให้ผมไหม เป็นอีกครั้งที่ผมไม่รู้
ผมทำได้เพียงหวังว่าแววตาของหญิงสาวสวยสง่าในภาพนั้น
จะเหมือนกับแววตาของมีอาร์ที่มองเซบาสเตียนในฉากสุดท้ายของลา ลา แลนด์





* แรงบันดาลใจจาก 'เราไม่ใช่แม้แต่โรมีโอกับจูเลียต ในเวลา 11:11 นาฬิกาของวันสิ้นโลก' ของ Noetta
SHARE
Writer
Stardust1723
Learner and Dreamer
เราเขียนเพื่อเติมเต็มตัวเองและแบ่งปันกับใครสักคน

Comments

Girlwearsblue
3 years ago
อันนี้เรื่องจริงหมดเลยรึเปล่า 😱
เราคือฝุ่นผงของดวงดาว นักวิทยาศาสตร์คนไหนพูดไว้นะ เหมือนเราจะเคยได้ยินเหมือนกัน

เราชอบ mood and tone ของเรื่องนี้นะ ทำให้นึกถึงกลอนชื่อ having a coke with you อยากให้วินลองอ่านดู วินน่าจะชอบ(มั้ง) 
Reply
Girlwearsblue
3 years ago
ขอบคุณมากก ได่้มาอ่านอีกทีคือโรแมนติกมากเลยย 😄 ว่าแต่นี่อยู่ปารีสเปล่าเนี่ย 
Stardust1723
3 years ago
เปล่านะ แต่เดี๋ยวกลางปีเราไปเรียนต่อแถวนั้นแหละ ยังอยู่ไทยอยู่ ปล. กลอนอ่านแล้ว มันหมายความประมาณว่า เธอยังมีค่ามากกว่าศิลปะทั้งหลายประมาณนี้รึเปล่า
Girlwearsblue
3 years ago
ช่าย เขาชอบเธอมากกว่าศิลปะ โค้ก เสื้อสีส้ม และทุกอย่างที่เขาเคยชอบมาซะอีก :)
เรียนโทปะ เจ๋งอ่ะ ^^
skeletonflower
3 years ago
อ่านแล้วเพลงหลับตาของ slot machine ลอยมาในหัวเลยค่ะ
Reply
Stardust1723
3 years ago
ไม่ค่อยได้ฟังเพลงไทย เดี๋ยวลองฟังดู ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ :)
nowherehappy
2 years ago
กลับมาอ่านอีกกี่ครั้งก็ยังชอบเหมือนเดิมเลยค่ะ :💗)
Reply
Stardust1723
2 years ago
ขอบคุณมากเลยนะครับ ดีใจที่กลับมาอ่าน :)