การออมความสุข
    สวัสดีครับผู้อ่านทุกคนก่อนอื่นขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการครับ ผม Loop เป็นนักออกความสุขครับ ผู้อ่านทุกคนอาจจะงงว่า "นักออมความสุข" คืออะไร เดียวผมจะขออธิบายสั้นๆไม่กี่บรรทัดนะครับ 
    นักออมความสุข คือ คุณ คุณ คุณ และก็ คุณ  อย่าพึง งง นะครับ นี้คือนิยามของผมสำหรับ ความหมายของ "นักออมความสุข" ถ้ายังไม่เข้าใจเดียวผมจะอธิบายต่อให้ 
    ตอนนี้คุณกำลังนั้งทำอะไรอยู่ เครียดอยู่ไหม หรือ กำลังเล่น Facebook หรือ ว่า กำลังนั้งอ่าน Storylog เรื่อง การออมความสุขของผมอยู่ ให้ผมเดานะผมว่าคุณกำลังอ่านเรื่องของผมอยู่ นั้นไงผมเดาถูก และเชื่อว่าคุณกำลังเริ่มยิ้ม ยิ้มสิ ยิ้มๆ น่ารักมาก ทำไมรู้ว่าผมมีความสุขจังเลย อ๋อ!! วันนี้ผมได้ ออมความสุขแล้ว และ คนที่ออมความสุขให้กับผมก็คือ รอยยิ้มของคุณ  เอาล่ะ วันนี้ผมได้ออมความสุขเสร็จสิ้นแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะเริ่มออมความสุขแล้วล่ะ มาเริ่มกันเลย
    โอเค ก่อนอื่นเรามาดูกันว่า ทำอย่างไรถึงจะกลายเป็นนักออมความสุข สำหรับตัวผม มี 3 อย่างที่จะต้องมี คือ หนึ่ง ตัวคุณเอง สอง สิ่งที่คุณทำหรือกำลังจะทำ สาม รอยยิ้ม(ยิ่งยิ้มกว้างๆก็ยิ่งดีนะ) ซึ่งสามอย่างนี้จะทำให้คุณกลายเป็น นักออมความสุขที่ดีที่สุดที่โลกเคยมีมา ซึ่งตัวผมคิดเองว่าคุณน่าจะมีคำถามต่อว่า ทำไมล่ะ (คิดเองเออเองไปอีก) เอาล่ะมาเริ่มที่ อย่างที่หนึ่ง ตัวคุณเอง
     ผมจะอธิบายง่ายๆนะครับ ตัวคุณเอง คือ ธนาคารความสุขซึ่งจะคอยเป็นแหล่งเก็บความสุขเมื่อเราได้รับความสุขมาแล้ว หรือ บางที่เราก็มีการถอนความสุขออกไปบางเป็นครั้งคราว หรือ บางคนก็อาจจะติดหนี้ความสุขอยู่ในเวลานี้  ถ้ายัง งง ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ กรณีที่หนึ่ง ผมต้องการออมความสุข ผมจึงได้หาสิ่งที่ผมชอบหรือคิดว่าสบายใจหรือเป้าหมายบางอย่างที่จะทำเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น เมื่อผมทำมันเสร็จจะถือว่าผมได้ออมความสุขไปแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นถ้าผมทำสำเร็จและสิ่งที่ผมทำนั้นมันออกมาดีเยี่ยมอย่างบอกไม่ถูก ผมก็จะได้ออมความสุขแบบทวีคูณ แต่ในทางกลับกัน ผมทำมันไม่สำเร็จผมก็ยังได้ออมความสุขเพราะว่าผมก็ได้ทำมันไปแล้ว 
      หรือ ในบางครั้งเมื่อผมทำมันไม่สำเร็จ และรู้สึกว่าจะไม่มีความสุขผมจะขอถอนความสุขที่เคยเก็บไว้ออกมาใช้ ตัวอย่างนะครับ เรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถสำเร็จได้ภายในวันหรือสองวัน เราต้องพยายามต่อไปให้มันสำเร็จ โอเคสู้ต่อ เราก็เคยสำเร็จมาหลายเรื่องแล้ว เรื่องนี้ก็ต้องทำได้ ซึ่งถ้าผมแปลเป็นคำทั่วไป ก็อาจหมายถึงคำว่า "กำลังใจ" ไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยตัวเอง หรือ คนอื่นให้(เขาให้ยืมความสุขของเขา) สิ่งเรานี้จะช่วยให้เรายังมีความสุขอยู่  
     แต่ในบางครั้ง ยังมีอีกหลายคนที่คิดว่า "จะบ้าหรอ" "เพ้อเจ้อ" "เอาอะไรมากพูด" ทุกวันนี้ก็ไม่เห็นจะมีการออมอะไรบ้าบออย่างที่บอกเลย ทุกวันนี้ไม่เคยสำเร็จอะไรสักอย่าง โลกเฮงซวย ทำอะไรก็ไม่ดี สภาวะนี้ผมขอเรียกว่า "ผู้ติดหนี้ธนาคารความสุข" ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น สาเหตุอาจมาจากหลายเรื่อง อาทิ เขาไม่คิดจะออมความสุขเลย สภาวะแวดล้อมที่เขาโดนมาทำให้เขาคิดว่าเขาต้องหยิบยืม(เป็นหนี้)ความสุขผ่าน สิ่งของหรือ อบายมุขต่าง(ไม่ได้กะจะพาเข้าศาสนานะครับแต่ไม่รู้จะใช้คำอะไรดีกว่านี้)  เป็นตัวแทนของความสุขที่ไม่สามารถเก็บเข้าไปในธนาคารได้และใช้แล้วก็หมดไปดึงความสุขออกมาใช้ใหม่ไม่ได้  และ สิ่งสำคัญที่สุด คือ เขาอาจไม่เคยรู้ว่าออมความสุขอย่างไร เดียวเรื่องออมความสุขผมจะมาอธิบายให้ฟังนะครับว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง โอเคต่อไปไปในอย่างที่สองกันเลย 
     อย่างที่สอง คือ สิ่งที่คุณจะทำหรือกำลังจะทำ บ่อยครั้งเรามักจะเจอปัญหาระหว่างเรียนเสมอว่าฉันไม่ชอบอ่านหนังสือ ฉันเบื่อ และ ฉันท้อเหลือเกินในการสอบ หรือ ฉันเบื่อจังเลยกับคนที่ทำงานเนี่ย หัวหน้าไม่เคยเข้าใจฉันเลย และ งานนี้มันยากเกินไปนะ หรือ สิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้มันน่าเบื่อมาก และ สุดท้าย คุณจะคิดว่าฉันจะไม่อ่านบทความนี้แล้วนะมันยาวไป แต่อย่าพึงนะครับ อ่านก่อนๆ สิ่งที่ผมจะอธิบายต่อในอย่างที่สอง ของการออมความสุข คือ ทุกการกระทำของคุณกลายเป็นการออมได้ อย่างที่พึงเขียนไว้ในอย่างแรก นะครับว่า การเป็นหนี้ธนาคารความสุขมันไม่ยั่งยืน แปบๆก็หาย และ สิ่งที่ผมทิ้งประเด็นไว้คือ ทำอย่างไรให้ออมความสุขเป็น เพราะคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า ความสุข จะต้องเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มโหฬาร ใหญ่ยิ่งสูงเท่ากับตึก King Power  แต่จริงๆแล้ว เชื่อไม่ ครับ การออมความสุขมันเกิดได้ทุกเวลา เอะๆอย่างพึงเชื่อก็ได้ครับ ลองอ่านและไปทำดูก่อนนะครับว่า การออมความสุขมันเกิดขึ้นได้ทุกเวลาจริงไหมหลังจากอ่านกรณีนี้
       วันหนึ่งผมรู้สึกว่าผมทำอะไรไม่เคยสำเร็จไปสักอย่างเลย วางแผนไว้ไม่เคยได้อย่างที่คิดไว้ พังไปทุกอย่าง จนมาสะดุดสิ่งหนึ่ง คือ หนังสือเล่มหนึ่งความหนาประมาณ 200กว่าหน้าได้ ซึ่ง ณ ตอนนั้นด้วยความเบื่อและเซงมากๆ จึงลองหยิบหนังสือเล่มนั้นมาอ่าน ซึ่งบอกไว้ก่อนเลยว่าสมัยนั้นผมเป็นพวกที่เกลียดหนังสือมาก ไม่อยากจะแตะเลยแค่ 3 บรรทัดก็ปิดแล้ว แต่ด้วยอารมณ์ที่แปรปวน เผลอแปบเดียวรู้ตัวอีกที่ก็อ่านหนังสือเล่มจบ แบบ "งงๆ" และ ก็เริ่มหยิบจับหนังสือเล่มอื่นมาอ่านเรื่อยๆๆ จนพบว่า รู้ตัวอีกที่วันนั้น ก็สามารถอ่านหนังสือจบไป 2 เล่ม กับอีกครึ่งเล่ม และรู้สึกว่า เห้ยทำไมเราทำได้ว่ะทั้งๆที่ ณ ตอนนั้นเป็นคนที่ไม่แตะหนังสือเลย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จแรกที่เราไม่เคยทำมาก่อน  
         สิ่งที่ผมสรุปได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คือ การสร้างความสำเร็จเล็กๆน้อยบางอย่างแต่มันเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่มากๆ ที่เราสามารถสร้างได้และเก็บมันเป็นแรงผลักดันในเรื่องอื่นๆ อาทิ ลองตื่นเช้าเป็นเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ติดต่อกันแลกทำไมมันยากจังเลย แต่เมื่อเราทำมันครบแบบที่เราตั้งเป้าหมายไว้ เราพบว่า โอ้นี้มันสุดยอด ฉันสามารถเก็บมันไว้ในธนาคารความสุขได้ว่าฉันทำมันได้ และคุณก็จะทำมันได้บ่อยๆขึ้น และจะไม่รู้สึกแย่เมื่อกลับมาทำมันอีก หรือ ที่ชัดเจนที่สุดสำหรับการวิธีการออมความสุข คือ การเดินไปบอกขอบคุณใครสักคนไม่ว่าจะพ่อ แม่ หรือ คนที่แอบชอบ หรือ แฟน หรือเพื่อน หรือ ยากสุดคือคนแปลกหน้า หรือ ร้ายที่สุดคือคนที่คุณเกลียดที่สุด โดยไม่ต้องหวังว่าจะได้รับคำตอบคืนมา และไปบอกว่า ขอบคุณนะ มันจะเป็นการออมความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณเคยได้รับมา ปล.อย่าพึงเชื่อถ้ายังไม่ได้ไปทำ 
       สุดท้ายแล้ว คือ รอยยิ้ม เชื่อหรือไหม การยิ้มช่วยสร้างพลังมหาศาลอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะยิ้มให้เพื่อน ยิ้มให้ครอบครัวหรือ ยิ้มให้คนแปลกหน้า หรือ ยิ้มกับตัวเองซึ่งผมกำลังทำอยู่ขณะเขียนบทความนี้ และ เชื่อว่าคุณก็กำลังยิ้มอยู่เหมือนกัน นั้นแหละแสดงว่าคุณกำลังออมความสุขอยู่ และ การยิ้มจะช่วยให้คุณออมความสุขได้ทุกเวลา ทุกการกระทำของคุณถ้ามีรอยยิ้มอย่างน้อยมันการันตีได้ว่าคุณออมความสุขจากรอยยิ้มที่คุณให้ หรือ คุณได้รับกลับมา 
      สรุปบทความนี้ ผมก็ยังยิ้มอยู่และหวังว่า ทุกคนจะยิ้มและเริ่มออกไปออมความสุขกัน ไม่ใช่แค่ตัวเราเอง แต่เพื่อคนอื่น เพื่อสิ่งรอบกลาย หรือ แม้แต่เพื่อโลกใบนี้ที่สดใส ขอบคุณที่คุณอ่านจบและกำลังยิ้มไปกับมัน สุดท้ายคำนิยามความสุขของผม คือ คุณเป็นคำนิยามที่ดีที่สุด See ya บรัยๆๆๆ                                                                          
                                                                                 นักออมความสุข (ยิ้ม) :D
     
    
SHARE
Writer
Loop
write
I love everything.

Comments