เรื่องตลกก็คือ..
วันนั้นเราเจอกันในสวน คุณใส่เสื้อสีฟ้า กางเกงวิ่งสีเขียว ส่วนฉันใส่เสื้อสีเขียว กางเกงวอร์มสีฟ้า

เราวิ่งสวนกันที่หน้าซุ้มเรือเป็ด และเจอกันอีกครั้งที่หน้าห้องสมุดประชาชนในจังหวะที่คุณวิ่งเทียบเข้ามา แล้วทักฉันว่า เสื้อคุณกับกางเกงผมสีเดียวกันเป๊ะเลย

คุณชอบพูดถึงเรื่องวันนั้นเวลาเรามาวิ่งด้วยกันในสวน บอกฉันว่า รู้มั้ย ตอนแรกที่วิ่งสวนกับคุณ ผมรู้สึกว่ามันตลกมากเลยที่เราใส่เสื้อผ้าสลับสีกันแบบนั้น พอเจอคุณอีกทีที่หน้าห้องสมุด ผมเลยวิ่งเข้าไปคุยกับคุณ

ฉันคิดว่าคุณจีบสาวได้ห่วยแตก ฉันตอบไปแบบนั้นแล้วหัวเราะเมื่อคุณทำหน้าย่น

ถ้าวันนั้นฉันใส่เสื้อสีอื่นไป คุณจะยังทักฉันมั้ย

ทัก คุณตอบโดยไม่คิด คุณน่ารัก สีเสื้อมันก็แค่หัวข้อให้ผมกล้าไปคุยกับคุณเท่านั้นเอง

วันนี้เราเจอกันในสวน คุณใส่เสื้อสีฟ้าตัวเก่า และกางเกงวิ่งสีเขียวคุ้นตา ส่วนฉันใส่เสื้อสีเขียว และกางเกงวอร์มสีฟ้าที่ด้ายปลายขาเริ่มรุ่ย

เราต่างบังเอิญสวนกันที่หน้าห้องสมุดประชาชน คุณดูเหมือนแปลกใจที่เราเจอกัน ทักทายฉันอย่างคนไม่เจอกันมานาน

คุณบอกว่าด้ายปลายขากางเกงฉันเริ่มรุ่ยแล้ว ฉันจึงชี้ไปที่แขนเสื้อสีฟ้าที่เริ่มย้วยของคุณแล้วหัวเราะเบาๆ

ชั่วขณะหนึ่งของความเงียบ ฉันกำลังคิดจะบอกว่าคิดถึงคุณ คุณก็พูดขึ้นมาง่ายๆ

ผมกำลังจะแต่งงาน

...

ยินดีด้วย

ฉันได้ยินตัวเองพูดออกไป


เรื่องตลกก็คือ ฉันรู้สึกว่าเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของฉันเลย

มันฟังดูกร้าวเกินกว่าจะเป็นเสียงฉัน ฟังดูแตกสลาย และพังยับเสียยิ่งกว่าวันที่เราลากัน
คุณบอกว่าจะต้องไปแล้ว ฉันได้แต่โบกมือแล้วยิ้มให้ ก่อนหันหลังวิ่งไปอีกทาง

ได้แต่หวังว่าคุณคงจะไม่ทันสังเกต ว่าเสียงของฉันนั้นประหลาดปร่าแปร่งกว่าที่เคยเป็นเสมอมา
SHARE
Written in this book
Miserable story of love
Writer
Chaifhong
Bear
คนเขียนเรื่องสั้นด้วยภาษาเฉิ่มๆ

Comments

aftercoffee_p
2 years ago
T_T
Reply