หนีงานไปหาความทรงจำเก่าๆ
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โดดงาน
กลับไปเดินโต๋เต๋ในมหาวิทยาลัยที่จบมา ไม่ใกล้ไม่ไกลกรุงเทพ

ที่ที่ใช้เวลากว่า4ปี เดินวนไปเวียนมาบนตึกนั้นตึกนี้
ที่ที่มีความทรงจำมากมายอัดแน่น
ที่ที่ทำให้ประสบการณ์ชีวิตมากมาย
ให้ความรู้
ให้เพื่อนแท้ 
ให้เพื่อนเทียม 
ให้ความรัก
และอีกมากมาย

ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เรียนในคณะที่ชอบมากนัก 
แต่รู้ตัวตั้งแต่เรียนแล้วว่าคิดไม่ผิดที่เลือกมหาวิทยาลัยแห่งนี้

ทุกที่มีความอิสระ และมีเอกลักษณ์ของตัวเอง
ไม่แบ่งแยก ไม่แบ่งฐานะ
ใช้ชีวิตแบบวิถีคนชิว เดินบ้าง ปั่นจักรยานบ้าง
สองข้างทางระหว่างเดินไปคณะยังเขียวชอุ่ม
สระน้ำกลางมหาวิทยาลัย และสัวต์ประจำสระที่คุ้นตา
เพิ่มเติมคือ ตอนนี้สะดวกหน่อย มีรถรางคอยให้ความสะดวกสบาย
เมื่อก่อนถ้าไปเรียนสายนี่วิ่งทีรักแร้เปียกเป็นวง ด้วยความที่คณะตัวเองอยู่เกือบหลังสุด
 
ชอบความมีอิสระของคณะที่ไม่ได้มีวิชาปฏิบัติการอันตรายเช่นในห้องแลป
นักศึกษาสามารถใส่ชุดไปรเวทมาเรียนก็ได้
ชอบที่เด็กของคณะศิลป์ๆยังคงขี่รถทรงแปลกๆ และเสื้อผ้าที่มีสไตล์ ความติสท์แบบที่เข้าไม่ถึง
เดินๆไปเจอน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่เสื้อเชิ้ตลายทางสีเหลืองอ่อนสลับขาวปล่อยชาย กางเกงผ้าลูกฟูกขายาวทรงกระบอกกระเป๋าเยอะๆ รองเท้าผ้าใบสีขาว ดูไม่ดึงดูดเท่าต่างหูรูปพวงมาลัยทั้งสองข้างของเธอ พวงมาลัยแบบที่เอาไปไหว้ครูแบบนั้นเลย

แอบตกใจ แต่ก็ชิน 
นี่แหละ มหาวิทยาลัยของเรา
แหล่งรวมความหลากหลายทางศิลปะ

...คิดว่าหลายๆคนอาจจะเดาได้ ว่าที่ไหน...


ไปนั่งกินข้าวที่ยูเนี่ยน โรงอาหารใกล้อาคารเรียนรวม
ตรงข้ามเป็นสระน้ำกลางมหาวิทยาลัย
ป้าที่ขายอาหารหลายๆร้านยังเป็นคนเดิมที่คุ้นตา
คุณป้าขายชาเย็นข้างๆศาลาแปดเหลี่ยมยังคุยเก่งเหมือนเดิม
ถูกและอร่อย

เดินไปเรื่อยๆจนถึงคณะ
เจออาจารย์หลายๆท่านที่รู้จักและจำกันได้
รุ่นน้องบางคนส่งยิ้มทักทาย เพราะเคยเจอกันก่อนจะเรียนจบ
รุ่นน้องบางคนมองด้วยสายตาแปลกๆ
จากรุ่นน้อง กลายเป็นรุ่นพี่
จากฟังคำสอน กลายเป็นคนสอน
จากเป็นคนชิงรุ่น กลายเป็นคนมอบรุ่น

คนเราเติบโตตามกาลเวลา ไม่มีใครหยุดอยู่กับที่

ร้านถ่ายเอกสารใต้คณะคนยังเนืองแน่นเหมือนเดิม 
บางคนหัวร้อน บางคนหงุดหงิด
ป้าเจ้าของก็เช่นกัน

เดินขึ้นไปบนภาควิชา ผ่านห้องเลคเชอร์ที่มีแค่5ห้อง
พื้นที่ส่วนใหญ่บนภาคถูกใช้เป็นส่วนของห้องแลปต่างๆ
ว่าแล้วก็เลยแวะไปทางห้องแลปเสียหน่อย
พื้นที่ทางเดินริมระเบียงหน้าห้องแลปเต็มไปด้วยความทรงจำของเพื่อนๆ
เคยทำแลปอยู่สองถึงสามครั้งตอนปีสาม 
ต้องควบคุม ทดสอบ และบันทึกค่ายี่สิบสี่ชั่วโมง
เลยต้องเสื่อผืนหมอนใบ? มานอนหน้าห้องแลปกันทั้งชั้นปี 
ชุดเครื่องนอนและพัดลมยังไม่น่าแปลกใจเท่าเพื่อนที่เอากาต้มน้ำร้อนมาด้วย 
เพราะอาจารย์ไม่ให้ออกจากตึกตอนกลางคืน พื้นที่นั่งริมระเบียงถูกว่างด้วยสารพัดของกินที่สามารถขนกันมา
พื้นทางเดินถูกเปลี่ยนเป็นห้องนอนขนาดใหญ่สำหรับคนสี่สิบเอ็ดคน
เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและหัวเราะ
ผลัดเวรกันไปทำหน้าที่ บางก็งีบหลับ
ที่ตลกกว่ากาต้มน้ำร้อนคือ อาจารย์บอกว่าจะใส่ชุดอะไรมาก็ได้
แล้วคือ เพื่อนใส่ชุดนอนแบบจริงจังมา ตอนเที่ยงคืนกว่าอาจารย์เข้ามาดูผลและควิซ
ถึงกะเรียกออกไปโชว์ตัว ฮาตั้งแต่อาจารย์ พี่คุมแลป และเพื่อนๆ
นี่แหละสีสันของชีวิตตอนปีสาม

ยืนมองสักพัก ก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปทางเดินโล่งๆ แล้วเดินออกมา
...คิดถึง...

บ่ายกว่าเดินไปกินข้าวที่เพชรช็อป โรงอาหารใกล้หอใน
ข้าวผัดหมูยังเยอะเหมือนเดิม และจืดดี
โหลแก้วใสๆ ถูกนำมาใส่น้ำสีต่างๆที่เห็นก็ต้องคิดถึง
เสร็จแล้วเดินไปเรื่อยๆจนถึงคณะทางศิลปะ
ปักหลักที่ร้านกาแฟหน้าตึกศิลป์
ร้านกาแฟแบบเปิด ชั้นล่างไม่มีแอร์ 
เงาของตึกตามบ่ายบังแดดได้ดี แถมลมยังพัดเอื่อยๆ

ใช้ชีวิตแบบว่างเปล่า ปล่อยให้เวลาเคลื่อนผ่านไปช้าๆ
จนตกเย็น เดินตลาดอินดี้ต่อ 
ระหว่างทางเดินไป สะดุดตากับทะเบียนรถของใครบางคน
คนในความทรงจำสมัยเรียน คงไม่ใช่หรอก

ชอบความคึกคักของตลาดที่นอกจากจะมีพ่อค้าแม่ค้าขายอาหาร
นักศึกษา และนักเรียนมากมายเดินเลือกซื้อกันแล้ว
ยังมีวิทยุเสียงตามสายคอยเปิดเพลงให้ฟังอีกต่างหาก
เลยนึกสนุก อยากโทรบ้าง
เลยจะเดินไปไกลๆเพื่อหลบเสียงวิทยุจากลำโพงที่จะแทรกเข้ามาในโทรศัพท์
ขอเพลงเพลงหนึ่ง ที่อยู่ๆก็นึกถึง เพราะใครบางคน
ยังไม่ทันจะลุกขึ้นจากโต๊ะมาหินอ่อนที่นั่ง
เสียงของดีเจที่ดังจากลำโพงกับเสียงทุ้มๆของใครบางคนที่คุ้นเคยก็ดังให้ได้ยิน

'ขอเพลง๐๐๐ครับ'
'ค่ะ อยากฝากถึงใครไหมคะ'
'ครับ ฝากให้ผู้หญิงคนหนึ่งครับ คนที่ผมไม่ได้เจอเธอนานแล้ว'

เสียงของเขา คนที่เคยใช้เวลาช่วงหนึ่งอยู่ด้วยกัน
คิดว่าจำไม่ผิด
และที่มั่นใจ คือเพลงที่กำลังดังขึ้น เพลงโปรดของเขา

ได้แต่นั่งฟังเพลงไปเงียบๆ 
กุ้งอบวุ้นเส้นในจานโฟมใกล้จะหายร้อนเต็มทน
คิดถึง คำสั้นๆที่อยู่ในหัวตลอด

ต่อให้เพลงนั่นจะถูกขอให้ใคร
ต่อให้ทำอะไรไม่ได้เลย
แต่ก็จะขอเก็บช่วงเวลาตอนนี้เอาไว้ในความทรงจำ

ระหว่างทางกลับที่พักเพื่อเริ่มทำงานในวันพรุ่งนี้
ก็ทำการสไลด์จอโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ
สถานะของใครบางคนเด้งขึ้นเป็นคนแรกของฟีด
เจ้าของทะเบียนรถคนนั้น 
เจ้าของเสียงของคนที่โทรมาขอเพลง
เช็คอิน มหาวิทยาลัย๐๐๐
"นานมากแล้ว"

ต่อให้เราจะอยู่ในที่แห่งเดียวกัน
ฟังเพลงเดียวกัน 
เราก็ทำได้แค่เดินสวนกันไปมา
ไม่มีโอกาสได้เดินข้างๆกัน
เป็นอย่างนั้นมาเสมอ และจะเป็นอย่างงนั้นตลอดไป

SHARE
Writer
Apinn
Writer
นักสะสมประสบการณ์

Comments