The Golden Boy...Oscar De La Hoya (EP.3)

เรื่องจากเรื่องราวของออสการ์มีเยอะมาก ผู้เขียนเลยจะเลือกเรื่องราวที่พอจะนึกออก มาเล่าสู่กันฟัง รวมถึงเรื่องที่น่าสนใจมาฝาก โดยเริ่มจากตอนนี้เป็นต้นไป แล้วก็ขอบคุณแฟนๆที่เข้ามาอ่านมากๆครับ

(1)

หลังจากปัญหาคาราคาซังเกี่ยวกับผู้จัดการได้เคลียร์เรียบร้อย หลังการมาของชายที่ชื่อ ไมค์
เฮอร์นันเดซ
 เจ้าของร้านขายรถรายใหญ่แถวบ้านของออสการ์ และยังเป็นผู้จัดการนักกีฬาดังๆ นับไม่ถ้วนได้เข้ามาดูแลออสการ์ต่อจาก โรบิร์ต ลิตเติ้ลแมน และ สตีฟ เนลสัน หลังจากพวกเขาเบี้ยวค่าตัวหลายครั้ง จนเรื่องเข้าสู่ชั้นศาล ก่อนทั้งคู่จะถูกปลดออกในที่สุด

ไมค์ ได้ปรับโครงสร้างใหม่หมด ทั้งทีมงานและออสการ์ โดยเฉพาะเรื่องสัญญาต่างๆให้ได้รับความพึงพอใจมากที่สุด แล้วให้บ็อบ อารัม โปรโมเตอร์เป็นคนตัดสินใจทุกอย่างสำหรับโปรแกรมการชกของออสการ์

แต่ขณะเดียวกันออสการ์และพ่อก็เริ่มจะขัดแย้งมากขึ้น โดยเฉพาะออสการ์ที่มองพ่อว่าหูเบาไปซะทุกเรื่องจนมากดดันที่ตัวเขาทุกครั้ง แต่พอออสการ์อยู่คนเดียวก็พอจะคลายได้แต่ไม่หมด ขณะเดียวกันเขาจะต้องพร้อมให้ถึงที่สุด เพราะไมค์และทีมงานได้ตั้งโปรแกรมไว้ว่า ถึงเวลาก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ โดยมีเข็มขัดแชมป์องค์กรมวยโลก WBO รุ่น 130ปอนด์ จูเนียร์ไลต์เวต เป็นเดิมพัน ซึ่งมี จิมมี่ บรีดาหล์ เจ้าของแชมป์แดนโคนม เป็นด่านแรกสู่ความยิ่งใหญ่

ส่วนสถานที่ชกในวันนั้นเลือกที่ แกรนด์ โอลิมปิค ออดิทอเรี่ยม  (ปัจจุบันกลายเป็นคริสตจักร) ด้วยเหตุผลสามข้อ

1.) นี่คือสังเวียนมวยที่เป็นอมตะที่เหล่ายอดมวยเคยมาโชว์ฝีมือนับไม่ถ้วน 

2.) ปู่และพ่อเคยขึ้นชกที่นี่

3.) บ็อบ อารัม ต้องการจะเรียกศรัทธาจากแฟนมวยและเป็นการโปรโมตไปในตัวของออสการ์ ในฐานะยอดมวยขวัญใจชาวแอลเอ 

มีเรื่องเล่าว่าถึงตั๋วจะขายได้ก็จริง แต่ก็มีเสียงบ่นว่า ตั๋วแพงซึ่งบ็อบตั้งราคาเหมือนมวยที่ลาสเวกัส แถมมีคนดูส่วนหนึ่งใช้สิทธิ์ตั๋วฟรี ถ้ามองในอีกด้านมีคนอยากดูฮีโร่คนใหม่ของพวกเขา 

5 มีนาคม 1994 เสียงเชียร์ แอลเอ ดังกระหึ่มทั่วสนาม วันนั้นออสการ์เกือบจะไม่รอด แต่พอถึงยกที่ 10 ออสการ์ก็พลิกสถานการณ์จนสามารถเอาชนะ แชมป์จากเดนมาร์กได้สำเร็จ กลายเป็นแชมป์ WBO ได้สำเร็จ

ในเวลานั้น WBO ยังคงไม่ได้รับการยอมรับจากแฟนมวย และอยู่ในช่วงปลุกปั้น ทำให้ทางสถาบันต้องการให้เขาเป็นตัวชูโรงประจำสถาบัน จึงไม่แปลกที่เขาจะได้สิทธิพิเศษมากมาย  ขณะเดียวกันทางสถานี HBO ก็พร้อมจะผลักดันออสการ์อย่างเต็มที่ และน่าจะเรียกศรัทธาแฟนมวยในฐานะคลื่นลูกใหม่ของวงการ 

ต้องบอกว่าออสการ์ไม่ใช่แค่หล่อหรือฝีมือดี แต่เป็นคนที่มีแต้มบุญมาก ฮ่าๆ



(2)

แม้จะชนะได้ก็จริง แต่ทางไมค์และทีมงานกลับมองว่า ถ้าออสการ์จะดังเทียบเท่ามวยโลกชื่อดังคนอื่นๆ สิ่งแรกคือต้องพัฒนาและปรับปรุงฝีมือ แม้ว่าจะมี โรเบิร์ต อัลคาซ่าร์ คอยติวเข้มให้ แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็น่าจะหาใครซักคนมาเสริมเขี้ยวเล็บให้ออสการ์

ในที่สุดพวกเขาก็เลือก คาร์ลอส ออติช อดีตแชมป์โลกชาวเปอร์โตริกัน  ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากที่พ่อออสการ์เป็นคนเสนอด้วยความชอบในฝีมือ แต่นั่นคือจุดเกิดปัญหาอีกครั้ง 

ออติช มาถึงแคมป์ของออสการ์ในบิ๊กแบร์ ซึ่งเขาเป็นคนเปอร์โตริกันเพียงคนเดียวในทีมงาน แถม อัลคาซ่าร์ ก็หวาดระแวงว่าออติชจะแย่งงานจากเขา จึงมักจะมีท่าทีรังเกียจ จนกระทั่งในการซ้อมวันหนึ่ง ออสการ์เผลอโดนหมัดจากการซ้อมของออติชจนปูดบวม เขาถึงกับโยนนวมทิ้งแล้วลงเวทีก่อนจะบอกว่าจะไม่ลงนวมกับออติช เพราะมันคนละสไตล์ ทำให้ออติชถูกไล่ออกหลังมาคุมเพียง 3 เดือน

ขณะเดียวกัน ออสการ์มีโปรแกรมไปชิงรุ่นที่สองในรุ่น 135 ปอนด์ กับ ฮอร์เก้ ปาเอซ เจ้าของแชมป์ขวัญใจแฟนมวยตัวจริง มีวันหนึ่งออสการ์ไปดูปาเอซชก แฟนมวยกลับโห่หรือปาป็อบคอนใส่เขา ซึ่งพวกเขาว่าออสการ์ยังห่างชั้นจากปาเอซหลายเท่า 

TO BE CONTINUED.... 

 


SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าติดปลายนวม
รวมเรื่องราวน่าสนใจบนสังเวียนผืนผ้าใบ
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments