The Golden Boy...Oscar De La Hoya (EP.2)
(1)

หลังจากที่ ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า คว้าเหรียญทองมาได้สำเร็จ เขากลายเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืน (อย่าว่าแต่ดังตอนได้เหรียญเลย) ก่อนรอบชิงเขาได้รับการโปรโมตจากสื่อต่างๆมากมาย โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์แห่งชาติอย่าง NBC ซึ่งครั้งหนึ่งถ่ายทอดสดมวยอาชีพและสมัครเล่นจนเป็นตองอู แต่หลังจากการโกงสุดอัปยศในโอลิมปิคปี1988 ที่เกาหลีทำให้ NBC ไม่อยากถ่ายทอดสดอีกเลย แต่เมื่อออสการ์สามารถทะลุสู่รอบชิง 

เขาคือคนเดียว ที่จะกอบกู้ชื่อเสียงและเป็นจุดขายโอลิมปิคปี92ได้เป็นอย่างดี 

ดังนั้นทางสถานี จึงโปรโมตเขาอย่างเต็มที่ด้วยเรื่องราวชีวิตเคล้าเสียงเพลงประกอบ ซึ่งปรากฏว่านอกจากจะได้ฐานแฟนๆเพิ่มแล้ว ยังดึงดูดสาวๆให้มาดูมวยได้อีก เพราะส่วนหนึ่งความหล่อของเขาราวกับดารามันเจิดจรัสยิ่งนัก

หลังกลับสู่บ้านเกิด นอกจากจะดังพลุแตกแล้ว ไปไหนมาไหนก็เหมือนได้สิทธิพิเศษมากมาย ทั้งบ้าน รถหรู ชีวิตฟูฟ่า มีแต่คนมาหาเขาทุกวัน 

ขณะเดียวกันเขาต้องเลือกว่า จะลุยต่อในสังเวียนอาชีพหรือจบแค่นั้น??? 


(2)

เมื่อเขาเลือกจะลุยต่อ สิ่งแรกที่ต้องหาก่อนเลยคือผู้จัดการ ซึ่งคนที่ทางออสการ์ต้องการ (โดยเฉพาะพ่อ) คือ เชลลี่ ฟิงเกล ผู้จัดการนักมวยชื่อดังที่ผันจากวงการดนตรีมาสู๋วงการกำปั้น เขามียอดมวยในสังกัดมากมาย 

เหตุผลที่พ่อของออสการ์อยากให้เขามาดูแลลูกชาย มาจากสัญญาใจที่เคยให้ไว้  เมื่อตอนที่แม่ของออสการ์สู็กับโรคมะเร็ง พ่อของเขาได้มีโอกาสเจอฟิงเกล ที่เวทีมวยแห่งหนึ่งและขอเบิกค่ารักษาเป็นจำนวนมากและสัญญาว่า ออสการ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเขา ซึ่งเชลลี่ควักเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาให้เปล่าๆ แต่ก็แอบแฝงเหตุผลบางอย่าง 

แต่เมื่อแม่ออสการ์จากไปก็เบิกเพิ่มไปอีกเป็นค่าฝั่งศพ  

เชลลี่ ฟิงเกลจะทำงานร่วมกับ แดน ดูว่า แห่งเมนอีเว้นท์  และนักมวยจะได้รับการฝึกจาก ลู ดูว่า นี่คือระบบการทำงานของพวกเขา   

เชลลี่มั่นใจว่าออสการ์คงจะต้องมาอยู่กับเขา ด้วยสัญญาใจและคงจะสำนึกบุญคุณที่ช่วยเหลือ แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆเขาไม่ใช่ตัวเลือกแรกด้วยซ้ำ เพราะมีผู้จัดการหลายคนอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในฐานะผู้จัดการนักมวยเหรียญทองโอลิมปิค 

 ออสการ์มีจุดขายที่จำได้ดีคือ 1.) ฮีโร่เหรียญทอง 2) หน้าตาหล่อเหลา กลายเป็ฯที่จับตามองในวงการมวย และพ่อของออสการ์ก็ประกาศว่า ใครที่ให้ค่าตัวได้มากจนน่าพอใจ เขาก็จะจรดปากกาเซ็นทันที 

ทำให้มีสองคนเข้าร่วมชิงตัวครั้งนี้ 

เขาชื่อ โรเบิร์ต ลิตเติ้ลแมน และ สตีฟ เนลสัน สองผู้จัดการมวยจากนิวยอร์ค ซึ่งผลงานเด่นๆคือการเป็นผู้จัดการให้กับ เจมส์ สมิธ แชมป์ครูเซอร์เวต WBA และอดีตผู้ท้าชิงของ ไมค์ ไทสัน แต่อย่างไรก็ตามชื่อเสียงของทั้งคู่เทียบไม่ติดกับ ฟิงเกล เลยด้วยซ้ำ 

ซึ้งท้ายที่สุด ออสการ์และพ่อไว้วางใจให้สองคนนี้มาเป็นผู้จัดการกลายเป็นข่าวฮือฮาในวงการกำปั้น แต่ก็ทำให้ เชลลี่ ฟิงเกล เสียความรู้สึกอย่างมากเหมือนทำคุณบูชาโทษ 

หนึ่งในเหตุผลที่ทั้งคู่ได้สิทธิ์จัดการในตัวออสการ์ มาจากทั้งคู่ให้ข้อเสนอที่ดีกว่าฟิงเกลเป็นสองเท่า แถมบ้านและรถ รวมถึงสิทธิ์ในการพาเขาไปสู่แชมป์โลก ซึ่งความจริงนั้นทั้งคู่ไม่สามารถที่จะหาเงินหมุนเวียนมาจ่ายแต่ละครั้ง จนว่ากันว่าพ่อของออสการ์ที่เป็นคนตกลงอะไรง่ายๆ ก็นำมาซึ่งปัญหาจนเกิดความขัดแย้งหลายครั้ง แม้ว่าออสการ์จะเชื่อฟังพ่อตลอดก็ตาม

หลังจากออสการ์ได้ผู้จัดการแล้ว ทำให้เทรนเนอร์ของออสการ์ ก็คืออดีตคู่ปรับและเทรนเนอร์ของเขาสมัยชกสมัครเล่นแถมเป็นเพื่อนซี้กับพ่อที่ชื่อ โรเบิร์ต อัลคาซ่าร์  

ในที่สุดออสการ์ ได้คิวเปิดตัว 23 พฤศจิกายน 1992 โดยมี ลาร์ม่า วิลเลี่ยม เป็นคู่ชกคนแรก  ซึ่งออสการ์ระเบิดฟอร์มไปอย่างสบายๆเพียงยกแรกเท่านั้น 

แต่นี่คือบทแรกของเขา ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับเขาก็เริ่มจะร้าวฉานทีละนิด คงเพราะความที่พ่อของเขาเชื่อคนง่าย ก็มักจะส่งผลออสการ์มาด้วยซึ่งไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรแม้แต่น้อย 

หลังสร้างฟอร์มชนะ 11 ครั้ง แต่แฟนมวยก็ยังลังเลว่าออสการ์คือของจริงหรือไม่

ขณะเดียวกัน ออสการ์ก็เริ่มมีปัญหาไม่ใช่แค่พ่อเท่านั้น แต่รวมถึงผู้จัดการทั้งสองที่เริ่มจ่ายเงินไม่ตรงเวลาและหาข้ออ้างบ่อยครั้ง ซึ่งภายหลังพ่อของออสการ์ก็เริ่มรู้แล้วว่าเขากำลังโดนหลอก ขณะเดียวกัน เชลลี่ ฟิงเกล ก็ส่งจดหมายเตือนเพื่อให้ออสการ์ชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งเหมือนจะเป็นการสอนบทเรียนให้ เดอ ลา โฮย่า ให้รู้จักคำว่าบุญคุณ 

ออสการ์เหมือนหนีเสือปะจระเข้ เขาต้องเจอความกดดันทุกรอบด้าน แต่ในภายหลังผู้จัดการทั้งสองก็ถูกปลดออก และคนที่มากอบกู้สถานการณ์คือ เจ้าของร้านขายรถที่มีประสบการณ์ในฐานะผู็จัดการนักกีฬามานับไม่ถ้วนเขามีนามว่า ไมค์ เฮอร์นันเดซ

โปรดติดตามตอนต่อไป...




SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าติดปลายนวม
รวมเรื่องราวน่าสนใจบนสังเวียนผืนผ้าใบ
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments