บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต
00
ตั้งแต่เด็ก เรามีความเชื่อมาตลอดว่าไม่มีความบังเอิญบนโลกใบนี้ตามความเชื่อในศาสนาพุทธ แต่ก็ยังไม่เคยเจอเรื่องกับตัวเองจริงจังสักที จนพอโตขึ้นเริ่มเจอกับตัวเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนบางเรื่องถึงกับต้องอุทานว่า เฮ้ยทำไมมันบังเอิญได้ขนาดนี้ ทั้งจังหวะชีวิต อะไรหลายอย่างมันพอดีกันมาก


01
ตอนไปเรียนปอตรีที่ปักกิ่ง ตอนนั้นอายุ 18 เด็กมาก กรุ๊ปนั้นที่ไปพร้อมกันมีทั้งหมดเกือบ 30 คน ไปเรียนภาษากันหมด มีเราคนเดียวที่อายุน้อยที่สุดและเด็กปอตรี เจ๊คนที่อายุเยอะที่สุด ห่างจากเรา 17 ปี ตลกมากมื้ออาหารแรกของเราเป็นโต๊ะจีน ซึ่งเราดันนั่งข้างเจ๊คนนั้นพอดี เชื่อไหมว่าเราคุยกันไม่รู้เรื่องเลยทั้งที่ก็ใช้ภาษาไทยเหมือนกัน ด้วยช่องว่างระหว่างวัยทำให้มันแทบจะไม่มีอะไรต่อกันติดเลย จบอาหารมื้อนั้น เราก็ต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง


จนสองปีผ่านไป ทุกคนรอบตัวเราเริ่มกลับบ้านกันหมด เราเป็นเด็กปีสาม ส่วนเจ๊เค้าเรียนต่อโทในมหาลัยใกล้เคียง แล้วจังหวะชีวิตก็ทำให้เรากลับมาเจอกันอีกครั้ง ตอนนั้นสภาพสองคนแย่กันมาก เราเคว้ง เขาก็เคว้ง เหมือนคนเคว้งสองคนมาเจอกัน กลายเป็นการช่วยกันฮีลจนเราผ่านช่วงเวลานั้นกันมาได้ แล้วก็ยังติตต่อกันจนถึงทุกวันนี้



02
เมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากเรากลับมาจากนิวซีแลนด์ เราก็นัดมาเจอกินข้าวกัน เราก็เล่าว่าได้งานใหม่แล้วนะนู่นนี่ พอบอกรายละเอียดเขาไป เจ๊แกก็เฮ้ยย แล้วก็ถามเรากลับว่า จำพี่อีกคนในกรุ๊ปที่ไปเรียนด้วยกันได้มั้ย เราบอกว่าได้ เพราะพี่คนนั้นเค้าค่อนข้างสนิทกับเจ๊แกมาก ด้วยนิสัยและอายุที่ใกล้กันกับเจ๊ในช่วงเวลาตอนนั้น เจ๊แกบอกว่าพี่คนนั้นเหมือนจะเคยทำที่บริษัทนี้ เพราะเคยไปช่วยงานเค้าออกบูธอยู่หนนึงรวมถึงเคยเจอเจ้าของบริษัทด้วย เราก็อ๋อโอเค แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรจนหนึ่งเดือนถัดมาที่เริ่มงาน แล้วทุกอย่างก็เคลียร์ชัดเจน


คือพี่คนนั้นเคยทำที่นี่จริง แล้วเราก็ไปนั่งโต๊ะพี่เค้าอีกต่างหาก เพราะเบอร์โทรภายในมันแปะไว้อยู่ พอกลับบ้านมาเลยมาเล่าให้เจ๊แกฟังว่าเออใช่จริงด้วย เจ๊เลยแนะนำว่าลองทักไปคุยดูเลย เผื่อให้พี่เขาแนะนำอะไรได้ เราเลยตัดสินใจแอดเฟสบุ้คไปหา 


ที่พีคมาก คือเหมือนพี่เค้าจะจำเราไม่ได้5555555 นี่ก็หน้าแหกแตกยับ กำลังเข้าคลาสปั่นจักรยานอยู่สติแตกจนต้องเดินออกมานั่งคุยเป็นเรื่องเป็นราว เราก็แคปหน้าจอไปฟ้องเจ๊ว่าพี่เขาจำหนูไม่ได้ ทักไปแล้วจะทำยังไงดี สุดท้ายเจ๊แกเลยไปคุยจัดการให้ รวมถึงนัดกินข้าวกันทั้งสามคนในวันพรุ่งนี้แบบรวดเร็วทันใจ   


03
ความน่าอัศจรรย์ของความทรงจำอย่างหนึ่งคือ เมื่อเราจดจำบุคคลใดบุคคลหนึ่งในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งแล้ว ทุกสิ่งอย่างก็เหมือนจะถูกสตาฟแช่แข็งเอาไว้ในห้วงกาลเวลา

จากเด็กอายุสิบแปดในวันนั้นกลายเป็นผู้ใหญ่อายุยี่สิบสี่ และเขาคนที่เคยพูดทักทายเราด้วยรอยยิ้มและท่าทีในวันนั้นก็กลายเป็นผู้ใหญ่วัยสามสิบกว่าที่สุขุมและไม่แคร์โลกมากกว่าเก่า เราต่างก็เปลี่ยนไป แต่ทำไมไม่รู้ เรายังเห็นภาพของเขาคนเดิมฉายทับร่างของเขาตัวเป็นๆ ที่เราสามารถแตะต้องตัวเขาได้ตรงหน้านี้


"เหมือนพระเจ้าจัดสรรมาให้" 
พี่เขาที่นับถือคริสต์เอ่ยขึ้นกลางวงสนทนาเราสามคน ก็แปลกดี โดยเฉพาะเราคนที่โคตรจะไม่เข้าพวกจากทั้งอายุและประสบการณ์ แต่กลับพาตัวเองมาวนเวียนกับพวกพี่เขาเหล่านี้ได้จากอะไรก็ไม่รู้ 


เราเองที่นับถือศาสนาพุทธ ก็คงจะบอกว่าเป็นเพราะกรรมในอดีตที่เคยทำร่วมกันมาทำให้บังเอิญกลับมาเจอกันอีกครั้งก็ได้มั้ง ลองคิดดูสิ ถ้าเราไม่ซิ่วและตัดสินใจปุปปัปไปเรียนที่นู่น 

เราจะได้เจอกันเหรอ?
SHARE
Writer
mmanee
alien
It's me.

Comments