แม้ว่าคนอื่นจะหมดศรัทธาในตัวเรา แต่เราอย่าหมดศรัทธาในตัวเอง
การที่ยังไม่ตาย แสดงว่ายังมีโอกาสให้แก้ตัวอยู่ 
 มิตรสหายท่านหนึ่งกล่าว
.
นั่่นแหละ เพราะเราตระหนักถึงมันดี หลังจากวันนั้นเราจึงเลือกที่จะ "ประมาทต่อชีวิตให้น้อยลง เก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆให้มากขึ้น" เราไม่รู้หรอกว่าโอกาสที่ได้รับมาจะมีความยืนยาวสักแค่ไหน เมื่อมีสาล์นเตือนจากโลกหน้ามาถึงแล้วสักครั้ง เราจึงไม่รีรออีก การสาวเท้าก้าวไปข้างหน้าแล้วออกวิ่งของเรา มันจึงเป็นการตอบแทนกายนี้ ที่ให้เราหยิบยืมมันใช้มาหลายปี มันก็เหมือนการเสริมซ่อมในส่วนทีพัง เพื่อให้พร้อมกับการใช้งานอย่างหนักหน่วงต่อไปอีกหลายๆปี เตรียมเอาไว้ ไม่ว่าจะได้ใช้มันหรือไม่ก็ตาม...
.
หลังจากวิ่งติดต่อกันก็เห็นร่างกายพัฒนาขึ้นมาบ้าง แต่ที่สำคัญทุกครั้งที่วิ่ง ยิ่งได้เห็นคนวิ่งไปพร้อมกันอีกหลายคน มันทำให้เราสนุกกับมัน และกลายเป็นความสุขทุกครั้ง มีพี่ๆ มีใครอีกหลายๆคนที่บันดาลใจเรา (โดยเฉพาะพี่ตูนนี่แน่นอนอยู่แล้ว) ดังนั้นการที่เราวิ่งและบันทึกผลทั้งหมดก็เพื่อตนเอง ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร ไม่มีใครอื่นที่ต้องเอาชนะ นอกจาก "ชนะตัวเอง" เท่านั้น และทั้งหมดนี้ มันจะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น...


นับตั้งแต่ต้นปี เราเริ่มพาตัวเองมุ่งหน้าตามหาศรัทธามากมาย การร่วมสัมนาพุทธปรัชญา ทำให้ได้เกร็ดความคิดที่แต่ละคนนำมาถกกัน นำมาเสนอต่อกัน ได้คิด ได้วิเคราะห์ ทบทวนและตกผลึกทางความคิด กลั่นกรองออกมาในหลากหลายแง่มุม นั่นคือจุดแรกของการเดินทางในปีนี้ 

นอกจากการสัมนา ศึกษาพุทธปรัชญาแล้วก็มีเรื่องของการออกมาวิ่งนี่แหละ จริงๆก็เริ่มวิ่งเล็กๆน้อยๆ เก็บไปทีละนิดละน้อยตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ประมาท จะรักษาตัวเองให้ดีขึ้น แล้วก็เริ่มหันมาสนใจสุขภาพ เริ่มออกกำลังกาย เริ่มศึกษาการโยคะ เริ่มวิ่ง และปีนี้ เดือนนี้ 9 วันที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เราจึงได้ปัดฝุ่นรองเท้าวิ่งคู่เก่า นานมาแล้ว เป็นยี่ห้อในดวงใจตั้งแต่ไหนแต่ไรมา (ก็มาซะขนาดนี้แล้วคงพูดชื่อได้เนอะ ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรหรอก) พอคว้า Nike คู่เก่ามาก็เลยหันไปหา App ของ Nike บ้าง จึงได้เข้าร่วมคลับในแอพพิเคชั่นที่ NRC (Nike Run Club) เพื่อบันทึกสถิติการวิ่งของตัวเองเอาวไว้ อย่างที่บอก ไม่ได้จะแข่งใครหรอก แข่งกับตัวเอง ... 

หลังจากวิ่งก่อนหน้านั้นมาหลายวัน วันที่เปิดแอพพิเคชั่นนี้ขึ้นมาเลยจัดการพาตัวเองวิ่งไปตามรูปปก วิ่งครั้งแรกตอนทุ่มหนึง ในระยะ 3 กิโลเมตร วันต่อมาลดเหลือ 2.25 พักฟื้นร่างกายหน่อย  ส่วนวันที่ 3 วิ่งสองรอบ เช้าเย็นคือรูปถัดมาอีกสองรูปวิ่งคนละที่แต่รอบบึงเหมือนกัน ได้ระยะที่ 4K และที่น่าภูมิใจคือ ช่วงเย็นทำเวลาได้น้อยลง โดยมีค่าเฉลี่ยจากระยะวิ่ง 4 กิโลเมตร ว่าใช้ความเร็วเฉลี่ยในช่วงเวลานั้นๆ กิโลเมตรละกี่นาที ทำได้ จาก 9.54 นาทีต่อกิโลเมตร ในตอนเช้า เหลือ 8.57 นาที ต่อกิโลเมตรในตอนเย็น 

ส่วนวันที่ 4 วิ่งแค่ 1.04 กิโลเมตร แล้วทำไมถึงใช้เวลานานถึง 13 นาที นั่นเพราะว่า เราวิ่งขึ้นเขานะสิ ที่แห่งนั้นเรียกว่า "ดอยเขาควาย" ชันระดับไหน ก็คิดดูว่าขึ้นไปแค่ระยะทาง 1 กิโลเมตรถึงยอดเขาแล้วมองเห็นตัวเมืองเชียงรายได้แบบนั้นแหละ เคยขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นแทบไม่ไหว วิ่งได้แค่ 20-30 Km/H เอง แต่เราก็ภูมิใจว่าได้วิ่งพิชิตความชันบนเขาลูกนี้ได้แล้ว เกิดความภูมิใจเองลำพัง แม้ไม่มีใครยินดีไปกับเราเลยก็ตาม (ฮ่าๆๆ) 

หลังจากนั้นเราก็วิ่งเรื่อยๆวันละสองกิโลเมตรบ้าง หนึ่งกิโลเมตรบ้าง จริงๆเป็นการพักฟื้นร่างกายไปด้วย วิ่งเบาๆ สบายๆ แต่ที่พัฒนาขึ้นคือเรื่องของเวลา ทำเวลาได้ดีขึ้นเรื่อยๆ 

และวันนี้วันที่ 8 ของการวิ่งต่อเนื่องทุกวัน เราลองเต็มที่กับทั้งหมดที่มีออกมาดู ภูมิใจเองลำพังลึกๆ ว่าแม้ไม่ได้วิ่งเยอะ วิ่งไกลเหมือนใคร หรือเวลาดีกว่าใคร แต่เราทำได้ เราชนะตัวเอง ชนะใจตัวเองได้แล้ว ที่ระยะ 5K อัตราก้าวเฉลี่ย 6.37 นาทีต่อ 1K ใช้เวลาวิ่งทั้งสิ้น 35.27 นาที ชนะตัวเองแล้ววันนี้... 

-RUN5K-
เอาชนะตัวเอง อีกครั้ง ทั้งระยะทางและเวลา...
ทุกครั้งที่ล้มลง บอกตัวเองว่า จะก้าวให้ไกลกว่าเดิม ปีนให้สูงยิ่งขึ้น
.
...แม้ว่าคนอื่นจะหมดศรัทธาในตัวเรา...
...แต่เราอย่าหมดศรัทธาในตัวเอง...

เป้าหมายเล็กๆของเราคือ วิ่ง 10K ได้เป็นปกติ แล้วจะลงมินิมาราธอน ก่อนจะไปที่ ฮาร์ฟมาราธอนให้ได้ ภายในปีนี้ นี่คงเป็นปณิธานสำหรับปีนี้ละมั้งน่ะ วิ่งมาทั้งหมด 9 ครั้งเพิ่งได้ 24กิโลเมตรเอง วันนี้ได้แต้ม 24K ภายในเดือนนี้ เก็บไว้ภูมิใจเองละกัน 
^^


SHARE
Written in this book
ศรัทธาและความหวัง (Believe Faith Hope)
เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรคและขวากหนาม หนทางที่แสนมืดมน เพียงแค่ยัง "ศรัทธา" จะก่อเกิด "ความหวัง" ให้เห็นแสงสว่างในหัวใจ แม้ว่าบางคนจะไม่เข้าใจเธอ จะมองเธอว่าไร้เดียงสาแค่ไหน แค่เพียงเชื่อและศรัทธาในตัวเธอเอง สิ่งที่เธอทำจะไม่สูญเปล่า #Believe_Hope
Writer
ELThanaphat
writer
ข้าพเจ้าว่า ชีวิตมันมีอะไรมากมายนะ เล่าได้ไม่รู้จบ ทั้งดีร้าย แต่บางทีเรื่องเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มากกว่าที่คิดไว้ก็ได้

Comments