เล่ห์ร่าง  PREY-Cut  (อีโรติก)
พาไรโดเลียหวนกลับมาอีกครั้งผ่านรอยหยดน้ำฝนบนกระจกรถ

หยดน้ำฝนที่กำลังกลายเป็นดวงตานับพันที่กำลังจ้องมองเราอยู่  


“ผมคิดอยู่เสมอว่าความกลัวเกิดจากภาพจินตนาการในหัวของเรา อีกอย่างนะ ผมว่ามนุษย์เราน่ากลัวมากกว่าอะไรพวกนั้นเยอะ”

“รวมถึงคนแปลกหน้าอย่างฉันด้วยหรือเปล่า...” 

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องทำน้ำเสียงเยือกเย็นเหมือนตัวละครหลอกเด็กในหนังสยองขวัญแบบนั้น  

“นี่คุณผู้หญิง ถ้าผมกลัวคุณ ผมก็คงไม่รับคุณขึ้นรถมาด้วยกันแบบนี้หรอกนะครับ แล้วผมก็มั่นใจมากว่ามันน่าจะเป็นคุณเองเสียมากกว่าที่กลัวการถูกทิ้งให้อยู่ตรงนั้นเพียงคนเดียว”

“ไม่ใช่เพราะว่าคุณเห็นฉันสวยขยี้ใจจนไม่กล้าปฏิเสธหรอกเหรอออออ” แล้วน้ำเสียงเยือกเย็นก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงกวนทะเล้น...

“ก็แล้วแต่คุณจะคิดเถอะนะ”

ผมยิ้มขบขันทั้งที่กำลังถอนใจให้แก่ความหลงตัวเองของเธอ แถมยังอดคิดไปคนเดียวไม่ได้ว่าพวกผู้หญิงนั้นช่างเป็นมนุษย์ที่มีความบอบบางทางกาย แต่ในบางทีกลับมีพฤติกรรมสุดประหลาดอันแข็งแกร่ง ซึ่งมันคงถูกขับออกมาจากเบื้องลึกจิตใจหรืออาจมาจากการเสแสร้งแกล้งทำ กระทั่งผมอดสงสัยไม่ได้ว่าความลึกลับซับซ้อนที่ถูกฝังอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งภายใต้เรือนร่างอันน่าหลงใหลนั้นมีอยู่ในตัวผู้หญิงทุกคนหรือไม่ 

แต่สำหรับเธอคนนี้ คนที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆแถมยังแสดงอาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายให้คนข้างเคียงรู้สึกสับสน  

เธอกำลังทำให้ผมรู้สึกว่าชักจะตามเธอไม่ค่อยทันเสียแล้ว...

“อากาศเย็นๆแบบนี้น่าจะมีเบียร์สักกระป๋องนะ”

“ผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์น่ะ มีแต่กาแฟกระป๋องอยู่ในถุงตรงเบาะหลัง”

“คุณมาถูกทางแล้วที่คิดดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีเข้าไว้ แต่ใครมันจะไปดื่มกาแฟชืดๆแบบนั้นกัน” เธอบ่นอุบ แต่กลับหันไปหยิบถุงตรงเบาะหลังรถ

“มีหมากฝรั่งด้วยแฮะ ค่อยยังชั่วหน่อย คุณเอาเสียหน่อยมั้ย ล้างปาก”

“ก็ดี”

“เดี๋ยวฉันแกะให้” บางทีเธออาจจะเป็นคนมีน้ำใจมากกว่าที่เห็น “ได้ละ อ้าปากซี ฉันจะป้อนให้...”
 
ผมมองหน้าเธออย่างที่ไม่เข้าใจความรู้สึกแปลกๆของตัวเอง แต่ก็ยอมอ้าปากรับหมากฝรั่งจากเธอ กระทั่งริมฝีปากของตัวเองสัมผัสโดนปลายนิ้วของเธอ... 

ดูเหมือนว่าสัมผัสที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจกำลังทำให้ท่าทีของเธอเปลี่ยนไป ผ่านริมฝีปากที่กำลังเม้มแน่น รวมถึงใบหน้าเขินอายที่กำลังหลีกหลบ ส่วนผมก็ได้แต่นึกยิ้มให้แก่ท่าทีเคอะเขินของเธอ และในขณะเดียวกัน เธอเองก็พยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบด้วยการเคลื่อนนิ้วไปกดปุ่มวิทยุ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเธอจะสามารถค้นหาสถานีเพลงสากลดีๆให้เป็นส่วนหนึ่งแก่การเดินทางไกลในครั้งนี้ได้

เธอหันมายิ้มพลางยักคิ้วให้ผมในขณะที่วง The Monzac กำลังครวญเพลง You Know You Turn Me On อย่างสนุก 

จนถึงตอนนี้ทั้งผมและเธอยังไม่มีใครเปิดปากสร้างบทสนทนาเข้าสู่เรื่องใหม่ ผมจึงใช้ช่วงเวลาที่เสียงเพลงบรรเลงกลบความเงียบในการมองดูท่าทีผู้ร่วมเดินทางอีกครั้ง  ซึ่งเธอกำลังเคี้ยวหมากฝรั่งอย่างเมามัน พลางนั่งนอนเอนหลังมองเงามืดข้างทาง  

ผมขอยอมรับแต่โดยดีว่ามีบ้างนานๆทีที่ตัวเองเผลอมองส่วนเว้าส่วนโค้งที่กำลังยุบเข้าแล้วพองออกตามแรงลมหายใจ  แต่ที่ผมไม่เข้าใจอยู่อย่างก็คือ ทำไมเธอจะต้องกระดิกปลายเท้าราวกับเป็นโรคพากินสันอยู่ตลอดเวลาแบบนั้น  มันดูเหมือนกับว่าเธอกำลังจดจ่ออยู่กับการขบคิดถึงอะไรบางอย่างจนผมไม่กล้าที่จะชวนเธอคุย   

แต่แล้วจู่ๆ ผมก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผู้ร่วมทางข้างกาย เพราะเธอเริ่มเคลื่อนมือขวาลงบนหน้าตัก พลางลูบขาอ่อนตัวเองไปมาอย่างเชื่องช้า  เธอดูเพลิดเพลินกับการกระทำของตัวเองไม่น้อยผ่านใบหน้าที่กำลังเยิ้มปรือ  แล้วจู่ๆเธอก็หันมามองผมอย่างตรงไปตรงมา เธอมองผมอยู่อย่างนั้นไม่พูดไม่จา  แถมยังเคี้ยวหมากฝรั่งเสียงดังรัวเร็วมากกว่าปกติ กระทั่งเธอเริ่มละเลงก้อนเหนียวหนืดลงบนปลายลิ้น ค่อยๆเป่ามันจนพองใหญ่แล้วทำมันแตกไปในที่สุด

“ถามอะไรหน่อยสิ” เธอเลียหมากฝรั่งที่ติดอยู่ตรงริมฝีปากแล้วเคี้ยวต่อ

“อะไรเหรอ” ผมรู้สึกคอแห้งเป็นผงเพราะลืมกลืนน้ำลาย

“คุณชอบช่วยตัวเองมั้ย...”

“ถามอะไรของคุณ” ผมกลืนน้ำลายอีกครั้งเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามที่ว่าจากปากผู้หญิง

“ตอบมาเถอะน่า ...คุณชอบช่วยตัวเองมั้ย”

“ก็... มีบ้าง”  นี่ผมลืมเปิดแอร์หรือไงกัน...

“แล้ว... คุณเคยใช้ปากช่วยตัวเองมั้ย”

“ว่าไงนะ” เธอถามอะไรของเธอกันวะ...

“ปากน่ะ เคยใช้ปากอมไอ้จ้อนของตัวเองมั้ย” เธอกัดเล็บ รอคำตอบ

“เกรงว่ามันยากเกินไปที่จะทำนะ”  ไอ้ท่าพิศดารแบบนั้นน่ะ...

“หึ...  ดูก็รู้ว่าคุณยังอ่อนประสบการณ์อยู่มาก”

มันอาจจะยังไม่ใช่ความวิตกกังวลอะไรมากนักสำหรับวินาทีนี้ แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองกำลังร่วมทางอยู่กับผู้หญิงโรคจิตหรือเปล่า เพราะคำถามของเธอมันออกจะดิบห่ามเสียขนาดนั้น และที่มันแย่ไปกว่านั้นก็คือ  ผมยังสลัดภาพทุเรศออกจากหัวไม่ได้หลังจากที่ลองนึกไปว่าตัวเองกำลังอ้าปากแล้วพยายามก้มลงไปอมหัวมังกรเพียงเพราะต้องการที่จะสำเร็จความใคร่... 

“รู้อะไรมั้ย” 

“อะไร...” อยากขอบคุณเธอเหลือเกินที่ช่วยขจัดภาพอุบาทในหัวด้วยคำถามใหม่

“ฉันใช้ลิ้นเก่งมากนะ”

“งั้นเหรอ...” มันน่าภูมิใจนักหรือไง

“อือฮึ”

“แล้วไง...”

“อยากให้ฉันลองใช้ลิ้นเลียหน้าคุณดูมั้ย”

เธอไม่รอเอาคำตอบจากผม แต่กลับขยับทั้งตัวและใบหน้าเข้ามาใกล้ แถมยังจับต้นขาผมเอาไว้แบบนั้น...

“อย่าทำแบบนี้เลยคุณ” ผมประคองพวงมาลัยแน่น เนื้อตัวแข็งทื่อ

“ทำไมล่ะ... คุณไม่มีอารมณ์หรอกเหรอ” 

ถึงตอนนี้ผมได้แต่ปลอบโยนน้ำเสียงเร่าร้อนของเธอด้วยเหตุผลจากจิตใต้สำนึกที่ว่า ‘ไม่ใช่ว่าผมไม่มีอารมณ์เสน่ห์หาในตัวเธอ แต่แสงสว่างด้านคิดดีทำดีกำลังพยายามต่อต้านห้ามผมไม่ให้ทำตัวรุ่มร่ามกับเธอในทำนองนั้น ทว่าแสงมืดดำด้านชั่วช้าก็ดูเหมือนจะไม่ยอมหยุดโหมแรงราคะที่กำลังพลุ่งพล่านแทบจะพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างเธอ ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมความใคร่ตรงใต้ท้องน้อยมันถึงได้ปะทุรุนแรงถึงเพียงนี้  แต่ที่รู้ๆมันดูจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเสียจนผมรู้สึกกลัวใจตัวเองขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ถ้าคุณทำแบบนี้  ผมคงขับรถต่อไม่ได้นะครับ” ผมพยายามบอกเธอ แต่กลับกลืนน้ำลายลงคอไปมากกว่าสามครั้งต่อวินาทีแล้ว... นั่นมันมากเกินไปแล้วนะโว้ย!

“ถ้าขับต่อไม่ได้... ก็ไม่ต้องขับมันซี...”

ผมขาดสติไปชั่วครู่หลังจากที่ริมฝีปากสีแดงกระซิบประโยคที่ว่าตรงข้างหู... 

ผมหมุนพวงมาลัยหักเข้าซ้ายสุดเลนส์ถนน ตัดสินใจหยุดรถลงตรงข้างทางที่ต้นสนสูงชะลูดเรียงต้นเป็นแถวยาวราวกับล๊อคโรงแรมม่านรูด 

รอยยิ้มสีแดงยั่วยวนใจกำลังดึงประกายสีม่วงให้ถอยห่างออกจากตัวผม...

ผมมองเรือนร่างยั่วเย้าที่เคลื่อนกลับคืนพื้นที่ของตนอย่างไม่ละสายตา รู้สึกว่ากล้ามเนื้อทุกมัดในร่างเริ่มบีบรัดหนักหน่วง  พอๆกับหัวใจทั้งดวงที่กำลังเต้นไม่เป็นส่ำ 

วินาทีนี้เธอกำลังค่อยๆยกขาทั้งสองข้างขึ้นสูง จนเดรสสีม่วงล่นลงไปกองจมอยู่ตรงโคนขา แล้วฝ่ามือทั้งสองก็พลันล้วงเข้าใต้ชายกระโปรงอย่างเชื่องช้า กระทั่งกางเกงในลูกไม้สีดำถูกเกี่ยวดึงออกมา...


“ดับเครื่องซะ... ฉันรอที่จะเล่นงานคุณจนแทบทนไม่ไหวแล้ว” 



ติดตาม  เล่ห์ร่าง นวนิยายอีโรติกฟิล์มนัวตอนต่อไปกันได้ที่เว็บไซต์  Fictionlog  ตามลิงก์ด้านล่าง
>>> https://fictionlog.co/chomsuk
SHARE
Writer
Chomsuk
N .POLARIS
เธอผู้เขียนความรู้สึกเป็นตัวอักษร

Comments

Knitver
2 years ago
Coolมากครับ
Reply
Chomsuk
2 years ago
ขอบคุณค่าา :)
almostforget
2 years ago
อ่านแล้วเกร็งตาม lul
Reply