เรื่องสั้น : เมื่อความคิดถึงมาเยี่ยมในเวลา 8 โมงเช้า (ภาคแรก)
   "กุล เรากลับมาคุยกันเหมือนเดิมได้มั้ย?"
   "ทำไมล่ะ? เป็นแบบนี้มันดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?"
   "ไม่ ไม่เลย... เรายัง... คิดถึงกุลเหมือนเดิมนะ"
   .   .   .   .   .    
   มันเป็นเช้าวันอังคารที่แสนจะวุ่นวายเหมือนอย่างเคยทุก ๆ วัน...
   อะไร ๆ หลายอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม ทั้งเขม่าควันสีดำที่ถูกปล่อยออกมาจากท่อไอเสียของยานพาหนะหลาย ๆ ชนิดรวมกัน ปัญหารถติดในทุก ๆ เช้าที่สัญญาณไฟจราจรแทบจะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เป็นปัญหายามเช้าในชีวิตประจำวันที่ได้กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับสังคมในเมืองไปโดยปริยาย ซึ่งบางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับผมที่ต้องรอให้สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวที่ขึ้นมาเพียงแค่ 1 นาทีทั้ง ๆ ที่ต้องรอเป็นชั่วโมงท่ามกลางแพรถยนต์ที่แสนจะแออัดบนถนนใหญ่
   เพราะงั้นผมเลยต้องหาอะไรทำระหว่างรอด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างเปิดเพลงฟังไปเรื่อย ๆ พลางรอสัญญาณไฟด้วยความหวังที่ริบหรี่ ผมหยิบโทรศัพท์เข้าแอปพลิเคชัน Joox แล้วกดให้มันสุ่มเล่นเพลงเหมือนอย่างที่เคยทำ มันน่าตื่นเต้นนะในบางครั้ง ที่เราจะได้ฟังเพลงที่เราไม่ได้เป็นคนเลือกเอง ซึ่งบางทีเพลงบางเพลงที่ถูกสุ่มมา อาจจะกลายเป็นเพลงที่เราชอบที่สุดในตอนหลังเลยก็ได้

   "กริ๊ง ๆๆๆ !"
   จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา พร้อมกับหน้าจอที่แสดงเบอร์โทร.ที่คุ้นตา รวมถึงกลิ่นอายของความรู้สึกเก่า ๆ ที่ลอยฟุ้งขึ้นมาให้ชวนนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ มากมายในตอนนั้น
   ...ตอนที่เรายังคบกันอยู่

   หลังจากที่เราสองคนเลิกกันไปเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน เพราะเธอไปรักกับใครคนหนึ่งในขณะที่เราคบกันอยู่ ผมก็เก็บความทรงจำทุก ๆ อย่างที่มีเธออยู่ลงในกล่องแพนดอร่าแล้วปิดผนึกให้แน่นหนาที่สุดก่อนที่จะขุดหลุมลึกฝังทับลงไปอีกชั้น แต่ในท้ายที่สุด กลับเป็นตัวผมเองที่ดูเหมือนพยายามจะขุดมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

   "ตื๊ด!"
   โชคดีที่ว่าผมยังมีสติระลึกปัจจุบันได้อยู่ ผมเลยตัดสินใจกดตัดสายเธอไป ขณะเดียวกันสัญญาณไฟก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี ผมสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะขับรถผ่านสัญญาณไฟในเวลาเพียงสั้น ๆ ก่อนที่จะขับรถไปถึงที่ออฟฟิศทันเวลาทำงานพอดี โดยที่มีเสียงเพลงอยู่เป็นเพื่อนร่วมทาง"แค่ผ่านมาเจอเท่านั้นจริง ๆ ไม่คิดอะไร...
...ก็จบไปนาน มาทักทายกันโดยไม่ตั้งใจ"
...
(แค่ผ่านมาเจอ : Superbaker)
   .   .   .   .   .

   "เมื่อเช้าฟางโทร.มาเหรอวะ?" ไอ้ว่านซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่ออฟฟิศรีบถามผมทันที หลังจากเล่าเรื่องเบอร์โทร.เมื่อเช้าให้มันฟัง
   "อืม"
   "แล้วเป็นไงบ้างวะ? เขาว่ายังไงบ้าง?"
   "ไม่อะ กูตัดสายเขาไป" ผมตอบคำถามมันไป ขณะที่กำลังพิมพ์งานนำเสนอลูกค้า
   "เอ้า! ไอ้กุล นั่นแฟนเก่ามึงนะเว่ย"
   "เออ กูรู้ แต่แบบนี้มันดีกว่า"
   "เขาอาจจะอยากกลับมาขอคืนดีกับมึงก็ได้นะเว่ย!"
   "ว่าน กูไม่อยากกลับไปอ่านหนังสือเล่มเดิมแล้ว กูไม่ได้รักเขาแล้ว"
   "มึงแน่ใจนะ? ทั้ง ๆ ที่หนังสือเล่มนั้นมึงอ่านไปแค่รอบเดียวจบเนี่ยนะ?"
   "..." คำถามของไอ้ว่านทำให้ผมหยุดพิมพ์งานไปชั่วครู่ แล้วคิด...
   "เออ กูอ่านรอบเดียวพอ ถ้าชอบก็คือชอบ ถ้าไม่ชอบ กูก็ไม่กลับไปอ่านซ้ำอีก" ใครมันจะอยากกลับไปเดินเข้าดงหนามอีกรอบที่สองกันวะ? ผมคนหนึ่งแน่ ๆ ล่ะที่ไม่เอาอีกแล้ว ...ถ้าไม่มีคนที่ผมรักติดอยู่ในนั้น ผมจะไม่กลับไปเสี่ยงอีกเป็นอันขาด
   .   .   .   .   .
 
   "อันนี้เมนูนะคะ"
   "อ๋อคือผม..."
   "ไม่รับ แต่สั่งลาเต้ร้อนเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ?"
   "อ่า... ครับ รู้ได้ไงกันครับ?"
   "ดิฉันเห็นคุณลูกค้าสั่งแบบนี้เหมือนเดิมตลอดน่ะค่ะ เลยจำได้"
   "อ่อ... ครับ ขอบคุณครับ"
   "ค่ะ คุณลูกค้าเป็นคนที่มั่นคงและยังเสมอต้นเสมอปลายแบบนี้ แฟนคุณต้องรักคุณมากแน่ ๆ เลยค่ะ"
   "ก็... แค่ ตอนนั้นแหละครับ" ผมฝืนยิ้มเจื่อน ๆ ตอบไป
ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว...
เธออาจจะยังคงนั่งอยู่ตรงหน้าผม ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตัวนี้ก็ได้...
   "คุณลูกค้า... โอเคนะคะ?"
   "อา... ครับ โอเค ผมไม่เป็นไร เรื่องมัน นานแล้วน่ะครับ"
   "ค่ะ งั้น... กรุณารอเมนูสักครู่นะคะ"
   "ขอบคุณครับ" พนักงานสาวโค้งรับคำขอบคุณ ก่อนที่จะไปชงกาแฟต่อ
 
   ที่นี่เป็นร้านกาแฟที่เราสองคนเคยมาดื่มกาแฟด้วยกัน ผมชอบลาเต้เพราะเป็นกาแฟที่รสชาติละมุน ไม่ขมเกิน ส่วนเธอชอบมอคค่าเพราะมีรสชาติหวาน ๆ ของโกโก้ผสมอยู่เลยทำให้การดื่มกาแฟของเธอง่ายขึ้นมากกว่าเมนูอื่น ๆ อย่างลาเต้หรือคาปูชิโน่ที่มีกาแฟกับนมที่เป็นตัวหลัก ถึงแม้จะต่างกันตรงที่คาปูชิโน่จะใส่ฟองนม ไม่เหมือนกับลาเต้ที่บางครั้งก็คิดว่าเหมือนกับคาปูชิโน่ที่ไม่ใส่ฟองนมมากกว่า
   ร้านกาแฟแห่งนี้ใช้สีดำเป็นหลักเพื่อสื่อถึงความมั่นคงเหมือนกับสีดำที่ไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นสีอื่น เหมือนกับรสชาติของกาแฟในทุก ๆ แก้วที่บาริสต้าทุกคนต่างใส่ใจลงไป และการบริการที่ดีกับลูกค้าเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้เป็นร้านกาแฟที่ดูน่าสนใจและมีเสน่ห์เฉพาะร้านในขณะเดียวกัน เลยกลายเป็นร้านที่สะดุดตาที่สุดในวันที่เราเดทกันครั้งแรก และกลายเป็นร้านประจำตอนเย็นในทุก ๆ วันของผมตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

   "ลาเต้ร้อนของคุณลูกค้าได้แล้วนะคะ"
   "ขอบคุณนะครับ" กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเครื่องดื่มตรงหน้า ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากเรื่องหลาย ๆ เรื่องที่เจอมาทั้งหมดในวันนี้ ผมดมกลิ่นหอม ๆ ของกาแฟก่อนที่จะดื่มด่ำกับรสชาติที่นุ่มละมุนจากความเข้ากันได้ระหว่างกาแฟและนมในเมนูลาเต้ร้อนแก้วนี้ พลางฟังเพลงที่เปิดคลอไปเรื่อย ๆ ในร้าน มันบังเอิญมากที่เพลงที่กำลังเปิดคลออยู่ในตอนนี้เป็นเพลงโปรดของผมอีกเพลงหนึ่งพอดี และเป็นเพลงที่ผมเคยส่งให้เธอฟังเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เราจะเลิกแลกเพลงกันฟังในเวลาต่อมา...
"ในค่ำคืนที่ไร้ดาวบนฟ้า...
...ฉันยังคงมองหาว่าเธออยู่ที่ใด
ช่วยมาบอกฉันที... ชีวิตต้องทำยังไง"
...
(โลกที่ไม่มีเธอ : PORTRAIT)
   ผมอ่านหนังสือเล่มนั้นไปรอบเดียวจบก็จริง... และผมไม่ชอบก็จริง...
   ...แต่ผมจำไปแล้วว่าผมเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ครั้งหนึ่งในชีวิต และไม่เด็ดขาดพอที่จะโยนทิ้งไปได้จริง ๆ

   ถึงแม้ว่าผมรู้ดีว่าตอนจบของหนังสือเล่มนั้นมันเป็นยังไง... แต่ผมก็ยังอยากกลับไปอ่านมันอีกครั้งอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ถ้าหากว่าหนังสือเล่มนั้นสามารถขีดเขียนหรือแก้ไขตอนจบได้... ผมจะลองเปลี่ยนมันดู
ผมหลอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไร..."
แต่ความจริงผมหลอกตัวเองว่า "ไม่ได้รัก..." มากกว่า
และความจริงอีกเรื่องคือผมยัง "รัก" อยู่
   เพลงโลกที่ไม่มีเธอยังคงเปิดคลอไปเรื่อย ๆ ...เคล้ากับน้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลออกมาจากหัวใจที่เจ็บปวด กลิ่นอายของความทรงจำระหว่างผมกับเธอได้ลอยฟุ้งเข้ามาแทนที่กลิ่นกาแฟที่อยู่ตรงหน้า..."ชีวิตที่ไม่มีเธอ...
...ทุกอย่างที่เหลือจากนี้ไม่มีความหมาย
จะทำเช่นไร... เมื่อรักได้ตายไปแล้ว"
...
(โลกที่ไม่มีเธอ : PORTRAIT)
   "ผมคิดถึงคุณ..."

   ภายในร้านกาแฟสีดำขลับ ชายหนุ่มจิบลาเต้ร้อนพลางสลับกับเงยหน้าขึ้นสักครู่ ก่อนที่เขาจะนั่งจดรายการที่ต้องทำในเช้าวันรุ่งขึ้นต่อ ไม่มีใครในร้านสังเกตเขาว่าทำไมถึงต้องเงยหน้าสลับกับจิบกาแฟ ซึ่งชายหนุ่มรู้ดีว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่ทำให้ผู้คนไม่มาสนใจเขาได้ในขณะที่เขาร้องไห้อยู่
   .   .   .   .   .

   "...ครับ ฟางครับ"
   "คะ? มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ต้น?"
   "พรุ่งนี้ฟางว่างช่วงเย็นมั้ยครับ? พี่ว่าจะชวนไปกินข้าวสักหน่อยน่ะ"
   "อ๋อ ว่างค่ะ กี่โมงเหรอคะ?"
   "สักประมาณ... 5 โมงเย็นน่ะครับ"
   "โอเคค่ะ" พี่ต้นส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ฉัน ก่อนที่เขาจะกลับไปทำงานต่อ...

   ทั้ง ๆ ที่ฉันควรจะมีความสุข แต่ลึก ๆ แล้วกลับเจ็บปวด
   ทั้ง ๆ ที่เราคบกันมา 3 เดือนแล้ว... แต่ฉันยังคิดถึง "เขา" อยู่
   มันอดคิดไม่ได้เลย... ที่รอยยิ้มบาง ๆ ของพี่ต้น ทำให้ฉันคิดถึงเขาทุกครั้ง...

   "ถ้าพรุ่งนี้ฉันโทร.ไปหาเขา... เขาจะรับสายหรือเปล่านะ?"
   ฉันคิดวนไปวนมาแบบนั้น ...ตลอดทั้งคืนวันจันทร์.
   .   .   .   .   .

   (To be continued.)

SHARE
Writer
Midnight_Cat
Always in rain.
นึกอะไรออกก็พิมพ์ได้เรื่อย ๆ เก่งพิมพ์มากกว่าพูด

Comments