[One-Shot] LOVE ME [Moonbyul x Wheein]
เธอไม่รู้จะเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่าอะไรดี

หวั่นไหวในช่องอก เต้นตึกตักยามเห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้า เสียงหัวเราะและเสียงพูดที่ดูจะต่ำกว่าผู้หญิงทั่วไป ผีเสื้อโลดแล่นในช่องท้องเมื่อฝ่ามือเรียวยาวขยี้บนเรือนผมสีทองอ่อนจนเกือบขาวของเจ้าตัว ยามลอบมองต้นคอขาวผ่องที่โผล่พ้นจากเสื้อเชิ้ตที่อีกฝ่ายชอบสวม ขนตางามงอนกระพือนิดๆเมื่อเจ้าของหลับดวงตาคู่เรียวคมแล้วลืมขึ้นในเสี้ยววินาที

ถ้าจะให้เรียกมันว่าความรัก จองฮวีอินคิดว่านั่นถูกต้องเหมาะสมดีแล้ว

หล่อนลอบมองริมฝีปากบางเฉียบเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูแดง คนตัวสูงกว่านั้นมีริมฝีปากแคบ กลีบปากบนก็ดูจะใหญ่กว่ากลีบปากล่าง แสดงถึงความเชิดรั้นดื้อดึงอยู่นิดๆ ตัวหล่อนเองก็อดจะใช้ปลายนิ้วแตะริมฝีปากตนเองยามจ้องมองมันขยับไปมาเมื่อพูดไม่ได้

ให้ตายสิ.

"ตั้งใจหน่อยฮวีอิน"

สติถูกเรียกคืนเมื่อคนที่เธอตั้งหน้าตั้งตาจ้องริมฝีปากเค้าอยู่นั้นพูดชื่อออกมา ฮวีอินสะดุ้ง กระพริบตาปริบ ก่อนจะต้องเผลอหลุบสายตาลงอย่างทำอะไรไม่ถูก "ขอโทษค่ะ พี่บยอล"

มุุนบยอลอียิ้มขำ ส่ายหน้าไปมาอย่างนึกเอ็นดู ฮวีอินก็เป็นอย่างนี้ อยู่ดีๆก็เหมือนเข้าสู่โลกส่วนตัวไปเสียเฉยๆ อันที่จริงก็เคยชินเสียแล้ว แต่จะให้เหม่อลอยตอนที่เธอกำลังติวหนังสือให้คงไม่ดีเท่าไหร่

"เข้าใจตรงนี้รึเปล่า พารากราฟบนสุดน่ะ" เธอชี้บนหน้าหนังสือฝั่งขวา รุ่นน้องที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็ต้องกวาดสายตาตาม ก่อนจะพบว่าเธอไม่ได้เข้าใจอะไรที่เขียนอยู่ในนั้นเลยเพราะในหัวเธอมีแต่ภาพกลีบปากของรุ่นพี่มุนบยอล ฮวีอินส่ายหน้า ส่งยิ้มแกนๆแล้วยกมือขึ้นปัดบนผมหน้าม้าเต่อของตนเอง "ขอโทษค่ะ ไม่ได้ฟังเลยเมื่อกี้"

คำตอบนั้นยิ่งทำให้คนอายุมากกว่าอดหัวเราะน้อยๆออกมาไม่ได้ "เรานี่นะ" แล้วก็แถมท้ายด้วยการยื่นมือไปขยี้ผมสีน้ำตาลเข้ม

โดยไม่เคยมีใครบอกมุนบยอลสักครั้ง
ว่าถ้าไม่คิดอะไรกับผู้หญิง ก็อย่าไปเล่นผมเธอ

สิ้นเสียงตำหนิกลั้วหัวเราะ โทรศัพท์ของมุนบยอลที่วางอยู่ข้างหนังสือเล่มโตก็สั่นครืด ชื่อของคนบนหน้าจอนั้นสร้างรอยยิ้มให้กับคนอ่านแทบจะในทันที

'ยงซอน'

"ว่าไงคุณคิม" รับสายแล้วก็ยังไม่อาจหุบยิ้มแม้ปลายสายจะไม่เห็น และแน่นอนว่ามุนบยอลไม่อยากให้เห็น ฮวีอินกดสายตาตัวเองให้อยู่กับตัวหนังสือ แต่อดไม่ได้ที่จะเงี่ยหูฟัง

'ไปโพจังกัน ฉันอยากกินต๊อก' เมื่ออีกฝ่ายชวนเช่นนั้นก็ทำเอามุนบยอลเลิกคิ้วนิดๆ "โพจังเหรอ ได้สิ แต่ตอนนี้ฉันอยู่กับน้องน่ะ - ฮวีอิน ใช่ๆ เดี๋ยวฉันลองชวน- / ไม่เป็นไรค่ะ พี่ไปเถอะ ฉันมีนัดแล้ว"

ฮวีอินก็ตอบขัด น้ำเสียงของเธอเรียบ แต่มุนบยอลไม่สังเกตเลยแม้แต่นิด จึงกรอกเสียงตอบไป "ฮวีอินมีนัดน่ะ"

'เหรอ เสียดายจัง ไว้คราวหน้าเนอะ เจอกันที่เดิมนะบยอลอี'

"โอเค ที่เดิม เจอกัน"

โกหก ฮวีอินไม่มีนัด
แต่ฮวีอินทนดูสายตาของมุนบยอลที่มองยงซอนไม่ได้ต่างหาก.

- - - - - - - - - - -

ฮวีอินไม่รู้จะเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่าอะไรดี

โหวงว่างเปล่า กลวงโพรงในช่องอกลึก เจ็บปลาบเพียงนิดแล้วเลือนหาย หลงเหลือเพียงความรู้สึกชาวาบที่แล่นไปถึงปลายเท้า เคยชินหรือ ก็ใช่ กับการที่ต้องรับรู้ว่ามุนบยอลตกหลุมรักยงซอนมาเนิ่นนาน แอบรักทว่าไม่เคยได้บอกสักครั้ง เหมือนกับเธอเองที่แอบรักมุนบยอลมาตลอด

หล่อนทิ้งตัวนอนบนเตียงกว้าง จ้องมองเพดานสีขาวโพลน แสงไฟบนนั้นทำเอาดวงตาเธอพร่า ไม่แพ้กับน้ำตาที่ตีขึ้นมาเอ่อคลอ

ก็ชินแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมน้ำตามันถึงไหลนะ

ฮวีอินเม้มริมฝีปาก ข่มกลั้นเสียงร้องไห้ไม่ให้เพื่อนสนิทของเธอได้ยิน อันฮเยจินที่นอนอยู่เตียงข้างๆหลับปุ๋ยไปตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว มีแต่เธอเองที่ยังคงนอนไม่หลับ

เธอเปิดอินสตาแกรมของมุนบยอล ดูในส่วนของสตอรี่ที่อัพเดทถี่จนแถบด้านบนเล็กเหมือนเม็ดข้าว ในนั้นมีแต่เจ้าของอินสตาแกรมกับยงซอนที่กำลังมีความสุขกับการกินและเดินเที่ยวเล่นริมแม่น้ำฮัน เธอนึกอิจฉายงซอนเหลือทน ปรารถนาที่จะได้เคียงข้างเช่นนั้น ถ้าเธอเป็นยงซอน จะตอบรับรักของมุนบยอลโดยไม่คิดอะไรเลย

เธอควรพอเสียที

จ้องมองรอยยิ้มกว้างจนดวงตาหยีปิด จมูกเล็กๆย่นเป็นซิกเนเจอร์ของเจ้าตัวแล้วก็ได้แต่น้ำตาปรี่ล้น ใช้นิ้วโป้งกดหน้าจอจนภาพค้าง สายตาไล่ไปตามรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านั้นอย่างตั้งใจ ก่อนจะหลับตาลง แนบหน้าผากลงกับหน้าจอ

และเฝ้าภาวนาว่าความคิดถึงของเธอจะส่งไปถึงคนในรูป ในสักวันหนึ่ง

- - - - - - - - - - -

มุนบยอลไม่รู้จะเรียกความรู้สึกในช่องอกนี้ว่าอย่างไรดี

ร้าวรานแตกสลาย ไม่หลงเหลือสิ่งใดนอกจากสายลมฤดูหนาวที่ปลิวพัดผ่านชายเสื้อและเส้นผม เรี่ยวแรงที่เคยมีเหลือเฟือกับริดรอนหายไป ไม่อาจแม้แต่จะยืนด้วยสองขาจนต้องนั่งทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ม้านั่งใต้แสงไฟ แมลงเม่ากระพือปีกพั่บเสียงดังอยู่เหนือศีรษะ สายตาของเจ้าตัวนิ่งค้างอยู่บนผืนน้ำสีดำ

ตอนนี้เธออยู่คนเดียว ยงซอนกลับไปเป็นชั่วโมงแล้ว

แม้เจ้าตัวจะไม่อยู่ที่นี่ แต่เสียงของหล่อนยังคงแว่วเวียนชัดเจน คำปฏิเสธเช่นนั้น คำขอให้เราเป็นแค่เพื่อนกัน คำบอกว่าเธอไม่อาจคิดกับมุนบยอลเป็นอื่นใดไปได้นอกจากเพื่อนสนิทเท่านั้น เธอไม่ได้ตีตัวออกห่างหรือรังเกียจ กลับกัน ยิ่งรู้สึกผิดที่ได้ทำความหวังของมุนบยอลสิ้นสลาย

มุนบยอลหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมา ดูอินสตาแกรมของตนเองที่อัพเดทสตอรี่ล่าสุดเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ก่อนที่เธอจะบอกความในใจของตนเองกับยงซอน แล้วก็พ่ายแพ้อย่างสิ้นท่า

กดปิดแอพพลิเคชั่น เลื่อนดูรายชื่อคนในสมุดบันทึกเบอร์โทรของตนแล้วก็ได้แต่ถอนใจ เธอไม่มีเพื่อนมากนัก ยิ่งเพื่อนสนิทเรียกว่านับคนได้ คนที่เหลือก็ไม่สนิทพอที่เธอจะโทรไปตอนเที่ยงคืนเพื่อบอกว่าเธออกหัก และเสียใจมากแค่ไหน

จนกระทั่งเห็นชื่อของจองฮวีอิน

- - - - - - - - -

เมื่อสิ้นสายอัดแน่นไปด้วยน้ำเสียงเรียบแต่สร้อยเศร้าของมุนบยอล ฮวีอินก็รีบวิ่งลงมาจากห้องพักของตนที่อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำฮันมากนัก เธอวิ่ง วิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มี วิ่งเพื่อหวังว่าจะได้พบอีกฝ่ายให้เร็วที่สุด

เธอไม่รู้จะเรียกอารมณ์ของตนตอนนี้ว่าอะไร

ส่วนหนึ่งก็โล่งใจ แต่อีกส่วนที่ใหญ่กว่ากลับเสียใจไม่แพ้อีกฝ่าย นั่นทำให้เธอรู้สึกผิดที่ตนเองโล่งใจบนความเสียใจของมุนบยอล เธอปาดน้ำตา ออกแรงสุดฝีเท้าจนพบรุ่นพี่ของตนนั่งอยู่บนม้านั่ง ไหล่ลู่ตก ทว่าเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเข้าใกล้ อีกฝ่ายก็ยืนขึ้นและหันร่างมาทางเธอ

"ฮวีอิน"

"พี่.."

"เค้าไม่ได้ชอบพี่"

ฝีเท้าสะดุดกึก ฮวีอินยืนนิ่งอยู่กับที่ ห่างไปเพียงไม่เท่าไหร่ก็จะถึงอยู่แล้ว แต่เธอก้าวไม่ออกเมื่อได้เห็นสีหน้าเจ็บปวดกว่าอะไรทั้งหมดของอีกคน มุนบยอลไม่ได้ร้องไห้ แต่เธอรู้สึกได้ถึงไอหม่นกระจายล้อมรอบตัว เธอจ้องมองใบหน้าของคนตัวสูงกว่าแล้วเม้มริมฝีปาก มุนบยอลสาวเท้าเข้ามาหา ลากรองเท้าไปกับพื้นหญ้าราวหมดเรี่ยวแรง

"เค้าไม่ได้ชอบพี่แบบนั้น" น้ำเสียงเบาลงแทบจะเปลี่ยนเป็นกระซิบ มุนบยอลเองก็ไม่รู้เหตุผลที่โทรหาฮวีอิน ไม่รู้ว่าอะไรบอกให้เธอโทรหาคนคนนี้ แม้เราจะสนิทกัน แต่มุนบยอลไม่เคยคิดจะให้ฮวีอินรู้เรื่องของยงซอน

"พี่ชอบเค้าอยู่ฝ่ายเดียว" ทุกคำพูดที่มุนบยอลพูดออกมา เหมือนแทนทุกสิ่งที่ฮวีอินกำลังรู้สึก ชอบฝ่ายเดียว รักฝ่ายเดียว รักอันไม่สมหวังที่ฮวีอินเองก็ต้องพบเจอเช่นกัน

ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันท่ามกลางเวลาไหลผ่าน ไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ที่น่าแปลกใจที่สุด น้ำตาของฮวีอินกำลังรินไหล มุนบยอลไม่เคยเห็นเด็กสาวร่าเริงอย่างฮวีอินร้องไห้เลยแม้แต่สักครั้ง แต่เพราะอะไร มุนบยอลไม่รู้ - และไม่เคยรับรู้

"ฮวีอิน.. / พี่บยอล"

เท้าที่กำลังก้าวไปหาคนที่กำลังร้องไห้หยุดชะงัก คำพูดปลอบประโลมถูกหยุดเอาไว้ เธอนิ่ง รอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร

"พี่รู้สึกยังไง ฉันเข้าใจดี" น้ำเสียงกลั้วสะอื้นเช่นนั้นทำเอาเธอไปต่อไม่ถูก ใบหน้าสวยหวานของฮวีอินก้มลงมองพื้น ทว่าคำพูดต่อไปกลับยิ่งทำให้มุนบยอลต้องนิ่งอึ้งเสียยิ่งกว่าเดิม

"เพราะมันเหมือนที่ฉันรู้สึกมาตลอด.. เหมือนที่ฉันรู้สึกกับพี่"

สิ้นคำพูด ไหล่บางของจองฮวีอินสะท้านสั่น ปล่อยหยาดน้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นเอาไว้ให้มันพรากไหลอีกครั้ง หยาดถึงปลายคาง หยดลงบนปกเสื้อ บนผืนหญ้า ใบหญ้าเล็กไหวเล็กน้อยเมื่อหยาดน้ำตากระทบลงบนมัน

มุนบยอลไม่รู้จะทำอย่างไรดี

จะว่าเธอไม่ประสากับความรักก็ได้ เธอแค่ไม่คุ้นเคยกับการจะมีใครมาตกหลุมรัก ก็ใช่อยู่ จริงอยู่ ที่เธอรู้ตัวว่าคงมีคนแอบชอบเธออยู่บ้าง.. แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นฮวีอิน

และเธอก็ยอมรับ ว่ามันแอบทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ

"ฮวีอิน.. พี่.. ขอบคุณนะ / อย่า" ขัดขึ้นมาเสียงสั่นทำเอามุนบยอลต้องชะงักหุบปากฉับ พึ่งนึกได้ว่าไม่ควรอย่างถึงที่สุดที่จะพูดคำว่าขอบคุณกับคนที่มาบอกรัก ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านั้น ใช่ เพราะยงซอนก็พึ่งพูดกับเธอแบบนั้นเมื่อชั่วโมงก่อนนี้เอง และนั่นทำเอามุนบยอลร้าวรานแทบคลั่ง

"พี่พูดได้ทุกอย่าง ปฏิเสธฉันก็ได้ บอกฉันว่าพี่ไม่ได้ชอบฉัน แต่อย่า- อย่าพูดคำว่าขอบคุณ" ระรัวคำพูดออกมาจนคนที่ร้องไห้นั้นหายใจไม่ทัน เธอหอบ ร่างกายโยนไปตามแรงหายใจ ดวงตาคู่เรียวสวยช้อนขึ้นสบกับรุ่นพี่ที่กำลังเม้มปากอยู่ตรงหน้า ทำสีหน้าไม่ถูกกับการกระทำเช่นนี้ของฮวีอิน ยิ่งทำให้เธอแทบจะขาดใจ

เธอไม่อยากทำให้เขาต้องลำบากใจแบบนี้เลย
เขาไม่ควรโทรหาเธอตั้งแต่ต้น
เธอไม่ควรอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ

เธอควรจะไป

จองฮวีอินหันหลัง ก้าวเท้าเดินออกจากตรงนั้น ทว่าแรงรั้งที่ข้อมือทำเอาร่างของเธอเหวี่ยงหันไปหา หน้าผากของเธอกดลงบนไหล่ของคนพี่ เธอแทบคลั่ง กลิ่นน้ำหอมจางจากสาบเสื้อของมุนบยอล เธอจำกลิ่นนี้ได้ขึ้นใจ โดลเช่แอนด์แกบบานา ฟลอรัลดรอปส์ ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงบอกได้กระทั่งชื่อรุ่นน้ำหอมหรือ - ก็เพราะเธอเป็นคนซื้อมันให้มุนบยอลเป็นของขวัญวันปีใหม่เองกับมือ

"อย่าไป" มุนบยอลกระซิบ น้ำเสียงต่ำ มันสั่น พร่าระริก เช่นนั้นจึงทำหัวใจฮวีอินสะท้าน แต่เต็มไปด้วยคำถาม เขาจะรั้งเธอไว้ทำไม? ถ้าเขาไม่ได้รักเธอหรือชอบเธอแบบนั้น เขาควรจะปล่อยเธอไป ฮวีอินกำหมัดแน่นจนมือชื้นเหงื่อ น้ำตายังคงรินไหลไม่ขาดสายจนเปียกเสื้อโค้ทของพี่เขา เธอแข็งใจอย่างถึงที่สุดในชีวิต เพื่อผละตัวออกจากอ้อมแขนที่เธอเฝ้าถวิลหาเสมอมา

"ฉันต้องไป" เธอตอบ เงยหน้าขึ้นสบสายตา แม้จะคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำ แต่แววมุ่งมั่นกลับฉายจนมุนบยอลนิ่งงัน "ฉันไม่ควรอยู่ตรงนี้"

สิ้นคำพูดนั้น ฮวีอินได้ตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด - คือเดินออกมา

และได้ทิ้งให้มุนบยอลวิ่นค้างอยู่กลางความสูญเสียครั้งที่สองของวัน
และนั่นคือครั้งสุดท้ายที่มุนบยอลได้พบกับฮวีอิน

- - - - - - - - -

มุนบยอลในชุดครุยจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาถูกรุมล้อมไปด้วยรุ่นพี่รุ่นน้องหญิงมากหน้าหลายตา เธอร่วมถ่ายรูปกับทุกคน หนึ่งในนั้นคือเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอ ยงซอน คนที่เธอตกหลุมรักและโดนหักอกมาเมื่อปีก่อน แม้จะหนีไม่พ้นความจริงที่ว่ายงซอนไม่ได้คิดกับเธอแบบนั้น แต่อย่างน้อยที่สุดทั้งสองก็เป็นเพื่อนกันได้อย่างสนิทใจ มุนบยอลตัดใจขาดแล้ว แม้จะต้องพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาความสัมพันธ์ฉันท์มิตรกับหล่อนก็ตาม

เธอถ่ายรูปอย่างสนุกสนานกับทุกคน แต่ก็ยังมองหาใครบางคนที่เธอไม่ได้พบเจอตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอยอมรับว่ามันเงียบเหงาลงไปมากโขเมื่ออีกฝ่ายไม่อยู่ นึกเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ สายตานิ่งค้างจนยงซอนสังเกตได้ แต่เมื่ออีกฝ่ายถามเธอทำเพียงตอบไปว่าไม่มีอะไร

เธอทำร้ายฮวีอินไปรึเปล่านะ มุนบยอลนึกสงสัยเสมอ

จนสิ้นวัน เธอก็ไม่ได้พบกับฮวีอิน

- - - - - - - - -

เมื่อจบจากปาร์ตี้ฉลองจบการศึกษากับเพื่อนๆในสาขาเดียวกัน มุนบยอลก็ขอปลีกตัวออกมา เธอบอกว่าจะกลับบ้าน แต่ที่จริงแล้วเธอกลับหนีเข้าร้านนั่งดื่มแถวฮงอิก ร้านประจำและพิเศษสำหรับเธอในยามที่อยากจะอยู่คนเดียว หรืออยากจะอยู่กับใครบางคนที่เธอสนิทใจด้วย หนึ่งในนั้นคงไม่พ้นรุ่นน้องคนสนิทอย่างฮวีอิน

มุนบยอลแค่นหัวเราะให้กับตัวเอง หวังลมแล้งอะไรอยู่ว่าจะเจอน้องที่นี่ แล้วจะอยากเจอไปเพื่ออะไรกันนะ จะเอาหน้าที่ไหนไปหาน้องในเมื่อเธอปฏิเสธน้องกลายๆไปอย่างนั้น

อาจจะเป็นเพราะเธอยังแอบคาดหวังว่าน้องจะยังรู้สึกเหมือนเดิมกับเธอ และอาจจะเป็นเพราะว่าลึกๆแล้วเธอก็รู้สึกพิเศษอะไรบางอย่างกับน้องแบบที่เธอไม่เคยพูดออกไป เพราะตอนนั้นเธอได้แต่ย้ำกับตัวเองว่ายงซอนและยงซอนเท่านั้น

แต่หนึ่งปีแล้ว มุนบยอลอี น้องคงจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเราชอบมาดื่มที่ร้านนี้ หรือที่โต๊ะนี้

ครืด

ความคิดยังไม่ทันสิ้นสาย เสียงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามถูกเลื่อนครูดไปกับพื้นทำให้มุนบยอลต้องเงยหน้าขึ้นมาพบกับความเป็นจริงที่ว่า

ฮวีอินอยู่ที่นี่

จองฮวีอินบัดนี้ตัดผมจนสั้นเลยคางมาเพียงนิดเดียว มันเป็นสีน้ำตาลเข้ม ถูกรีดเหยียดตรงสวย ผมม้าที่ตอนนี้ยาวจนถูกปัดออกเปิดหน้าผาก ต่างจากที่เธอเจอน้องเมื่อหนึ่งปีก่อนที่ผมยาวสลวยและมีหน้าม้าเต่อน่ารักประคิ้ว

แววตาและท่าทางที่ขี้เล่นอารมณ์ดีเสมอของเธอเปลี่ยนไปเสียเกือบหมด เหลือเพียงเรียบนิ่งจนติดจะเย็นชานิดๆ นั่นแทบจะไม่ใช่ฮวีอินที่มุนบยอลเคยรู้จัก

"ฮวี- / ไงคะพี่บยอล ไม่เจอกันตั้งนานแน่ะ" ไม่ทันให้อีกฝ่ายต่อคำพูดก็ถือวิสาสะนั่งลงตรงข้าม ยกขาขวัดไขว่อย่างมีจริตจะก้าน เปลี่ยนไปจริงๆ ฮวีอินตอนนี้โตเป็นหญิงสาวเต็มตัว ต่างจากเมื่อหนึ่งปีก่อนที่เป็นเหมือนน้องน้อยของมุนบยอล ใสซื่อน่ารัก เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่ก็ต้องโต้ตอบกลับไป "ว่าไง หายไปไหนมาปีนึงล่ะ"

ฮวีอินหัวเราะนิดๆ "หายไปพักใจมาล่ะมั้งคะ ถูกคนแถวนี้หักอกดังเป๊าะเลย" คนอายุน้อยกว่าถือแก้วค็อกเทลติดมือมาด้วยก็ยกมันขึ้นดื่ม มุนบยอลกลืนน้ำลายอึก คำพูดจิกกัดนั่นก็ด้วย ไม่เหมือนฮวีอินที่เคยรู้จัก แต่ทว่าเธอกลับรู้สึกได้ ว่านี่คือน้อง นี่คือฮวีอิน นี่คือคนเดิมที่เธอรู้จัก

"เพราะแบบนี้ถึงหายไปรึไง" มุนบยอลยกแก้วของตนขึ้นดื่มบ้าง ฮวีอินยิ้มขำ "ใช่ค่ะ ให้ตอบตามตรงก็เหตุผลแบบนั้น ไม่มีเรื่องอื่นหรอก"

"เปลี่ยนไปเยอะเชียวนะ"

"พี่นั่นแหละที่เหมือนเดิม เรื่องที่เคยปฏิเสธฉันก็คงเหมือนเดิม"

มุนบยอลสวน "มั่นใจเหรอว่าพี่จะเหมือนเดิมกับเรื่องนั้น"

ฮวีอินอึ้ง นิ่งสนิท ท่าทางวางท่านั้นแทบจะหายไปหมดสิ้น แววตาคู่นั้นเป็นประกายนิดๆ ทั้งยังสั่นระริกหน่อยๆ และนั่นทำให้มุนบยอลรู้ว่าฮวีอินยังเหมือนเดิมนั่นแหละ มีแต่เธอเองที่เปลี่ยนไปแล้ว

"พี่ปฏิเสธฉัน / พี่ปฏิเสธเราที่ไหนกัน พี่แค่บอกขอบคุณ ยังไม่ทันพูดอะไรเลย" พูดไม่ออกเป็นครั้งที่สอง ก็จริงของเขา เธอเองนั่นแหละที่คิดว่าเขาปฏิเสธ แต่ก็นะ สัญชาติญาณของผู้หญิงมันบอก ว่าถ้าอีกฝ่ายขอบคุณเวลาบอกชอบ นั่นแปลว่าเขาปฏิเสธ

"พูดอะไรไม่เข้าท่า ไปล่ะ" แสร้งทำเป็นปั้นปึ่งก่อนจะลุกพรวดจากโต๊ะ แต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์นั่นกลับเอาฮวีอินเสียอยู่หมัด เธอเซเล็กๆ ส้นสูงกระแทกพื้นดังก๊อก และเป็นมุนบยอลที่รีบดีดตัวขึ้นมารับน้องไว้ในอ้อมแขน ถือวิสาสะแตะมือบริเวณสะโพก ใกล้ชิดแบบนั้นเธอถึงได้กลิ่นน้ำหอมของน้องชัดเจน ยังเหมือนเดิมจริงๆ กลิ่นเดียวกับสมัยยังอยู่ด้วยกันไม่เปลี่ยน

"ทำตัวโตเป็นสาว แต่ก็ยังคออ่อนเหมือนเดิม" มุนบยอลว่าแล้วกลั้วหัวเราะ ทำเอาฮวีอินต้องย่นจมูกอย่างนึกหมั่นไส้แล้วเดินกระแทกส้นออกจากร้าน คนพี่รีบจ่ายตังแล้วตามออกไปและพบว่าน้องกำลังแกล้งเดินเอื่อยๆเหมือนรอเธออยู่ ทั้งที่ปกติเป็นคนเดินเร็วมากแท้ๆ

"ฮวีอิน" คนพี่เรียกเมื่อห่างจากน้องแค่ไม่กี่ก้าว จองฮวีอินหยุดกึก ก่อนจะได้หันมาด้วยตัวเอง เธอกลับถูกรั้งที่ข้อมือให้เข้าไปซบกับบ่าพี่เขาอีกครั้ง เหมือนครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน เหมือนคืนฤดูหนาวคืนนั้นที่เราทั้งคู่ต่างอกหักไม่เหลือชิ้นดี

"พี่ไม่ได้ปฏิเสธเรา ดังนั้น อย่าไปไหนเลยนะ"

ฮวีอินไม่รู้จะเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่าอะไรดี

พองโตในช่องอก อึดอัดคับขึ้นมาถึงใบหน้าจนกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ น้ำเสียงอบอุ่นของพี่เขาเหมือนจะอ้อนง้อเธอ ทำได้เพียงกดใบหน้าลงกับสาบเสื้อนั้นเพื่อหลบซ่อนแก้มแดงปลั่งขึ้นมาถึงใบหู

ใช่ เธอไม่เคยลืมพี่เขาลงจริงๆแม้สักวันเดียว

"บ้าบอชะมัด ปล่อยฉัน"

"ไม่ปล่อยหรอก ปล่อยแล้วเราไปแบบครั้งที่แล้วจะทำยังไง"

"จุ้นน่า"

"เราชอบให้พี่ยุ่ง รู้อยู่หรอก"

"อย่ามาแกล้งทำเป็นอ่อยฉันถ้าไม่ได้ชอบ ฉันบอกไว้ก่อนเลย"

"แล้วบอกเหรอว่าไม่ได้ชอบ"

"..."

"น่าฮวีอินอา อย่าเย็นชากับพี่นักเลย"

"ใครเย็นชากันเล่า"

ฮวีอินคิดว่าเธอรู้แล้วว่าจะเรียกความรู้สึกนี้ว่าอะไรดี
คงเป็นอะไรไม่ได้ไปนอกเสียจาก 'ความรัก'
SHARE
Written in this book
fiction
Writer
zetfany
Sleeper
นอนเก่งมาก

Comments

Ssnowflake
2 years ago
น่ารักจังเลยค่ะ ;-; เหมือนเห็นเค้าเติบโตมาด้วยกัน อบอุ่นหัวใจมากๆเลย :)
Reply
zetfany
2 years ago
ขอบคุณนะคะ เรือผีก็แล่นต่อไป ฮือๆๆๆๆ
spy_like
2 years ago
คู่ชิปเรา!!!! ฮือออ หาอ่านยากจริงๆค่ะคู่นี้ ขอบคุณที่แต่งฟิคน่ารักๆแบบนี้นะคะ ชอบตอนที่ทั้งคู่กลับมาเจอกันมากเลยค่ะ ดูเหมือนว่าเปลี่ยนไปแต่จริงๆแล้วก็ยังเหมือนเดิม ปล.น้องฮวีนน่ารักมากค่ะ งื้ออออ 
Reply
zetfany
2 years ago
ฮืออ ไม่เป็นไรเลยค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ น้องนร้ากมากกก