ความเป็นไทยในยุคโลกาภิวัตน์
พวกเราเกิดมาในยุคที่เรียกได้ว่า เป็นยุคโลกาภิวัตน์ สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนผันไปอย่างรวดเร็ว อย่าว่าแต่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราเลย แม้แต่คนรุ่นเราเอง บางเรื่องก็ตามกันแทบไม่ทัน เรารับวัฒนธรรมตะวันตกมามากมาย ไม่ว่าจะด้วยการแต่งกาย การรับประทานอาหาร หรือแม้กระทั่งความคิด แต่ทุกอย่างมันจะถึงจุดอิ่มเมื่อไร เราคงไม่อาจทราบได้ แต่ในวันนี้ ผมเริ่มเบื่อแล้วสิ

คนเราเมื่อมีความเจริญไปถึงระดับหนึ่ง ก็จะเริ่มโหยหาอดีต โหยหาสิ่งเก่า ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่มีความรู้สึกเช่นนั้น เมื่อเรา "มี" ไปแทบจะทุกอย่างแล้ว เราก็จะเริ่มคิดถึงสิ่งเดิมที่กำลังจะสูญหายไป

ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความเป็นไทย มันหายไปไหน และหายไปจริงรึเปล่า

ผมยอมรับว่า ผมค่อนข้างเป็นคนที่สุดโต่ง ดังนั้น ผมจึงเคยมีความคิดที่ว่า จะรื้อฟื้นความเป็นไทยขึ้นมาในตัวเองให้หมด จะแต่งกายด้วยผ้าไทย แต่งแบบไทยเดิม ฯลฯ แต่สุดท้ายผมก็คิดได้ว่า ความเป็นไทยมันไม่ได้อยู่ที่เปลือกนอกแต่อย่างใด แต่มันอยู่ที่ตัวเราทุกคน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงรับวัฒนธรรมตะวันตกมา และปรับให้เข้ากับสังคมของเรา พระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ตะวันตกมีความเจริญก้าวหน้าทางความคิด ซึ่งเราควรรับเอามาปรับใช้ ขอย้ำว่า "ปรับใช้" ไม่ใช่รับมาทั้งดุ้น ดั่งพระราชดำรัสในรัชกาลที่ ๕ ว่า

ให้พึงนึกในใจไว้ว่าเราไม่ได้มาเรียนจะเปนฝรั่ง เราเรียนเพื่อจะเปนคนไทยที่มีความรู้เสมอด้วยฝรั่งเห็นได้ว่า นักเรียนนอกจำนวนมาก รวมถึงนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ไปเรียนกันไม่ถึงปี ต่างมีความนิยมฝรั่ง พูดไทยคำอังกฤษคำ ซึ่งไม่มีความจำเป็นเลย คงต้องตั้งคำถามกันใหม่ว่า เราไปเรียนบ้านเขา เพื่อเราจะเป็นเขา หรือนำความรู้ของเขามาพัฒนาบ้านเรา

สุดท้ายแล้ว ความเป็นไทย มันก็ขึ้นกับสำนึกของทุกคน วัฒนธรรมและภาษาย่อมผันแปรไปตามยุคสมัย เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว แต่เราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้เป็นแบบของเรา โดยที่เราไม่ทิ้ง และที่สำคัญไม่ "ดูถูก" รากเหง้าเดิมของเรา แน่นอนว่า บางสิ่งที่ไม่เหมาะแก่กาลสมัย เราย่อมเปลี่ยนแปลง และปรับปรุง แต่มันใช่ทุกอย่างหรือ ที่เราจะต้องละทิ้ง

อย่างน้อย เรายังมีภาษา ซึ่งผมหวังว่า มันจะคงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน มันก็คงปรับไปได้บ้าง แต่ถ้าจะให้คนไทยพูดภาษาอังกฤษกับคนไทย ผมว่ามันเกินไป เหมือนในช่วงที่เห่อประชาคมอาเซียนกัน ซึ่งสุดท้าย ก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจขนาดนั้น คนไทยควรพูดภาษาสากล "เป็น" แต่ไม่ใช่มาใช้กับคนไทย เพราะทุกประเทศ ต่างก็มีอัตลักษณ์ของตน เราพูดภาษาไทยกับพวกเรา มันจะเป็นอะไรไป พ่อแม่พูดภาษาไทยกับลูก อยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ว่าพ่อแม่พูดอังกฤษกับลูกในชีวิตประจำวัน เพราะเรื่องนี้มันเรียนรู้ได้ คนที่เขาเก่งภาษาอังกฤษ เขาไม่จำเป็นต้องพูดกับพ่อแม่เป็นภาษาอังกฤษ เขาไม่จำเป็นต้องพูดไทยไม่ชัด หรือแสร้งทำเป็นลืมคำไทย นึกไม่ออก (ถ้าโตเมืองนอกจริง ๆ ก็พอจะอนุโลมให้ได้) นี่รวมไปถึงภาษาท้องถิ่นหรือภาษาชนกลุ่มน้อย ก็ควรอนุรักษ์ไว้เช่นกัน

นอกจากนั้น วัฒนธรรมและธรรมเนียม เช่น การไหว้ การกราบ และมารยาทข้อห้ามต่าง ๆ ก็ไม่พึงไปดูถูก หากเราเรียนรู้ให้ดี จะเห็นว่ามันเป็นความงดงามของวัฒนธรรมที่แม้แต่ต่างชาติยังชื่นชม ทุกประเทศรักษ์วัฒนธรรมตน แม้แต่ชาติยุโรป ซึ่งรวมตัวกันเป็นประชาคมใหญ่ เขายังพูดภาษาของตนเสมอ

สุดท้ายก็คงพูดได้แค่ว่า เราเป็นคนไทย ที่ต้องหมุนไปตามโลก ปรับตัวให้ทันโลก แต่อย่าลืม อย่าดูถูกรากเหง้าของตน ก็เท่านั้น
SHARE
Written in this book
ประมวลความคิด : ชีวิต ปรัชญา และทัศนะ
การอภิปรายความคิดเชิงปรัชญาภายในจิตใจของฉัน รวมไปถึงทัศนะต่อเรื่องราวต่าง ๆ กลั่นมาเป็นตัวอักษร
Writer
LittleTeaCup
Thinker and Dreamer
มาเถิด มาร่วมกันฝัน เพื่อฝันนั้นจะเป็นจริง

Comments