Doppelgänger แฝดหลอน ซ่อนอาฆาต
(เป็นการแต่งเรื่องสั้นสยองขวัญครั้งแรก แน่นอนว่าสยองขวัญ ให้พูดอีกสามรอบก็ต้องบอกว่านี่เป็นเรื่องสยองขวัญ)


“อัญ วันนี้นอนบ้างนะลูก”

เสียงของแม่ดังขึ้นจากทางประตูห้อง ด้วยความเป็นห่วงว่าลูกสาวคนเดียวของเธอจะโหมงานหนักจนไม่ยอมหลับยอมนอนเหมือนเมื่อสองวันที่ผ่านมา

“ค่ะแม่ ...วันนี้หาข้อมูลเสร็จก็จะนอนเลยค่ะ” ‘อัญมณี’ นักเขียนนิยายสยองขวัญไฟแรงวัย25ปีเศษๆตอบกลับมารดาก่อนจะหันกลับมาที่จอโน้ตบุ๊ก เธอกำลังหาข้อมูลประกอบสำหรับแต่งนิยายเรื่องต่อไปซึ่งเป็นภาคต่อจากเล่มก่อน

“อืม.. ดอปเพลแกงเกอร์มีรากศัพท์มาจากคำว่า ‘ซ้ำสอง’ กับ ‘แฝดปีศาจ’ หรืออาจเรียกได้ว่า

‘การปรากฏตัวในสองสถานที่’ ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นสัญญาณแห่งความโชคร้าย หากใครได้พบกับดอปเพลแกงเกอร์ของตัวเองจะนำมาซึ่งความตาย” อัญมณีอ่านทวนคำจากจอสี่เหลี่ยม
ในบทความกล่าวว่าตัวตนของดอปเพลแกงเกอร์จะมีลักษณะเหมือนเจ้าของร่างจริงในทุกๆประการราวกับส่องกระจก ทว่ามันไม่มีทั้งเงาและภาพสะท้อนแถมนิสัยยังตรงข้ามกับเจ้าของชนิดคนละขั้ว หากเจ้าของร่างต้นเป็นคนดีมีเมตตา ดอปเพลแกงเกอร์ของคนผู้นั้นย่อมมีจิตใจอำมหิตผิดไปจากเจ้าของอย่างสุดโต่ง บางพื้นที่เชื่อว่าดอปเพลแกงเกอร์เป็นภูติพิทักษ์ประจำตัวที่จะคอยเฝ้ามองทุกฝีก้าวของเราอย่างเงียบๆ ทำหน้าที่ช่วยเหลือและรับเคราะห์แทนเราให้รอดพ้นจากอันตราย นอกจากนี้หากเจ้าของมีความแค้นอะไรในใจเจ้าดอปเพลแกงเกอร์อาจตามไปสะสางหนี้อาฆาตนั้นๆแทนเจ้าของได้อีกด้วย แต่ที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือมันอาจสิงร่างของเจ้าของเพื่อให้ทำอะไรบางอย่างที่มันต้องการ

“สักวันดอปเพลแกงเกอร์อาจจะอยากมีตัวตนเหมือนกับเรา เรื่องนี้ง่ายดายมากเพียงแค่ฆ่าเจ้าของร่างแล้วสวมรอยไปแทน ความทรงจำของเราจะตกเป็นของมันและมันจะคิดว่าตัวเองกลายเป็นเราไปแล้วจริงๆ โดยหลงลืมไปว่าที่แท้ตัวเองเคยเป็นดอปเพลแกงเกอร์”อัญมณีเริ่มอ่านเสียงค่อย เธอคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกหากดอปเพลแกงเกอร์ที่อยู่กับเราตลอดเวลาจะมีความทรงจำทุกอย่างเช่นเดียวกับที่เรามี ด้วยเหตุนี้การมีตัวตนของดอปเพลแกงเกอร์จึงกลายเป็นเรื่องชวนสะพรึงขวัญมากกว่าอบอุ่นใจที่ได้รู้ว่าเราไม่เคยอยู่ตัวคนเดียว

“น่ากลัวชะมัด” หญิงสาวยกมือขึ้นลูบขนแขนที่ตั้งชันขึ้นมาก่อนจะพับฝาโน้ตบุ๊กลงและเดินไปยังเตียงนอน

คืนนั้นอัญมณีฝันร้าย ในฝันเธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงฉานยืนอยู่ที่ปลายเตียง ดวงตาลึกโหลเบิกโพลงมายังเธอเหมือนมีความแค้น เธอพยายามดิ้นรนหลบหนีทว่าทั่วทั้งร่างกลับหนักอึ้งราวกับแท่นหิน ร่างชวนสยองค่อยๆคืบคลานเข้ามาใกล้ ใบหน้าเซียวเต็มไปด้วยริ้วเส้นเลือดกำลังประจัญอยู่เบื้องหน้า อัญมณีเห็นใบหน้าของตัวเองเคลื่อนเข้ามากระซิบที่ข้างหูเสียงเย็นว่า“แกจะต้องชดใช้ทุกอย่างที่ทำกับฉัน”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

อัญมณีไม่ได้เล่าให้ใครฟังถึงฝันร้ายของเธอ ยกเว้นแต่‘พรเทพ’แฟนหนุ่มพานิชย์นาวีรูปหล่อที่เพิ่งขึ้นฝั่งที่ท่าเรือเวียดนามและกลับมาถึงไทยเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เธอนัดพบกับเขาที่คาเฟ่โปรดอันเต็มไปด้วยความทรงจำแสนโรแมนติค

“มันน่ากลัวมากเลยพี่เทป อัญเห็นตัวเองทั้งตัวมีแต่เลือดตะโกนบอกว่าชดใช้ๆ” อัญมณีส่ายหัวเมื่อเห็นรอยยิ้มขันของพรเทพ

“ความฝันเนี่ยบางทีมันก็มาจากจิตใต้สำนึกของเรานะ ช่วงนี้ดูหนังผีมากไปล่ะสิ”

“ก็เป็นไปได้ ช่วงนี้อัญกำลังหาข้อมูลของพวกแฝดต่างมิติ ดอปเพลแกงเกอร์อะไรพวกนี้อยู่พอดี”หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วย

“ดอปเพลแกงเกอร์? ที่เขาว่าถ้าเราเจอคนที่หน้าเหมือนเรา เราจะต้องตายน่ะเหรอ?”พรเทพถามกลับ

“ใช่ค่ะ แต่พี่เทปรู้มั้ย บางตำนานบอกว่ามันสามารถฆ่าเราแล้วสวมรอยใช้ชีวิตแทนเราได้ด้วยนะ ถ้ามันเกิดกิเลสอยากครอบครองตัวตนของเราขึ้นมา เห็นแก่ตัวมากๆ” อัญมณีเบ้ปากเหมือนรังเกียจก่อนจะเหลียวมองไปข้างหลัง แท้จริงแล้วช่วงนี้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกใครบางคนจับจ้องอยู่ตลอดเวลา

“พี่ว่ามันต้องเป็นผลมาจากที่เราเคยตกบันไดหัวแตกแน่ๆ เห็นมั้ยกลายเป็นเด็กบ๊องไปแล้ว ขอบคุณพระเจ้าที่เด็กน้อยของพี่ไม่เป็นอะไรมาก”พรเทพยกมือขึ้นยีหัวแฟนสาวอย่างเอ็นดู ในใจนึกโมโหที่กลางทะเลไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตกว่าเขาจะรู้ข่าวนี้ก็ตอนขึ้นฝั่งมาแล้ว

“อัญไม่ได้เพี้ยนนะ ไม่แน่มันอาจจะเป็นฝีมือของดอปเพลแกงเกอร์ก็ได้ ฮ่าๆ”

“เพล้ง!!” อยู่ๆแก้วชาอู่หลงร้อนๆของอัญมณีก็ตกลงไปแตกละเอียด ด้วยอารามตกใจเจ้าหล่อนรีบก้มลงเก็บเศษแก้วโดยไม่ทันคิด ในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นมองพนักงานที่เข้ามาช่วยเหลือเธอก็มองเห็นหญิงสาวคนนั้น คนที่มีใบหน้าเหมือนเธอทุกละเบียดราวกับฝาแฝดกำลังยืนยิ้มเย็นชาอยู่หน้าเคาท์เตอร์ชำระเงิน

“โอ๊ย” อัญมณีก้มลงมองหยดเลือดบนนิ้ว

“อัญอย่าจับมั่วซั่วสิ แก้วบาดเลยเห็นมั้ย” สิ้นเสียงพรเทพ อัญมณีก็หาร่างแฝดปริศนาของตนไม่พบเสียแล้ว

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

พรเทพนั่งพินิจใบหน้าของแฟนสาวที่ดูอิดโรยขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด อัญมณีเล่าให้เขาฟังว่าตัวเองไม่ได้นอนมาสามคืนแล้วด้วยอาการเห็นภาพหลอน เธอมักจะเห็นตัวเองทั้งในสภาพปกติบ้าง ชุ่มโชกไปด้วยเลือดบ้าง ขึ้นอืดเน่าเฟะน้ำเหลืองไหลเยิ้มมีหนอนไชเต็มตัวบ้างมาปรากฏอยู่รอบๆกายคอยตะโกนบอกให้เธอชดใช้ไม่จบไม่สิ้นและเพราะไม่อยากให้พ่อแม่ต้องกังวลไปด้วย อัญมณีจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบแล้วเปิดไฟทุกดวงในห้องให้สว่าง เร่งเสียงโทรทัศน์ให้ดังและวิดีโอคอลหาเขาจนถึงเช้า เธอบอกว่าเสียงลมหายใจเข้าออกยามนอนของเขาทำให้เธอสบายใจและสามารถเรียกเขาให้ตื่นได้หากมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

“พี่ว่าเราลองไปหาจิตแพทย์กันดูดีมั้ย?” พรเทพลองหยั่งเชิงแนะนำ

“พี่เทป อัญไม่ได้บ้า” อัญมณีค้อนขวับใส่แฟนหนุ่ม ในใจนึกอยากจะทึ้งเส้นผมดกหนาของเขาออกมาสักกระจุก “จริงๆอัญรู้ว่ามันคืออะไร รู้อยู่ลึกๆว่าอะไรกำลังรังควานอัญอยู่”

“พี่ไม่ได้ว่าอัญบ้า การไปพบจิตแพทย์ไม่ใช่ว่าเราบ้านะอัญ แต่บางทีเราอาจจะต้องได้รับคำแนะนำอะไรจากแพทย์ อัญอาจจะแค่เครียดเกินไปก็ได้”

“ดอปเพลแกงเกอร์ ไอ้ตัวนั้นมันคือดอปเพลแกงเกอร์”อัญมณียกมือปิดหน้าเอ่ยเสียงสะอื้น ในใจนึกกลัวเหลือเกินว่าการพบเจอกับฝาแฝดต่างมิติในช่วงหลายวันมานี้จะช่วงชิงชีวิตและลมหายใจของเธอไปโดยไม่ยินยอม

“อัญใจเย็นๆ บางทีมันอาจแค่เพราะอัญกำลังสนใจเรื่องนี้มากจนเกินไป พอหมกมุ่นกับอะไรมากๆสมองอาจจะสร้างตัวตนของสิ่งนั้นขึ้นมาให้ตอบสนองความต้องการจากส่วนลึกของเราไงครับ”พรเทพดึงตัวแฟนสาวเข้ามากอด ในสายตาอ่อนโยนฉายแววรักใคร่และห่วงกังวล “คืนนี้อัญค้างที่นี่มั้ย แล้วเดี๋ยวพี่จะนัดหมอให้”

ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างในอ้อมกอด หญิงสาวเพียงพยักหน้าอยู่บนอกของพรเทพเป็นการตอบรับ พลางคิดในใจว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่เลือกฝากอนาคตไว้ในมือของผู้ชายแสนดีคนนี้

“อัญยังมีพี่เสมอนะ”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

อัญมณียอมรับว่าพรเทพเป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองเธอ ดอปเพลแกงเกอร์ไม่เคยปรากฏตัวให้เธอเห็นในบ้านของพรเทพ

“เห็นมั้ยอัญบอกแล้วว่าหมอไม่ช่วยอะไรหรอก มาหลอกให้กินยากับเสียเงินฟรีล่ะสิไม่ว่า ครั้งหน้าอัญจะเบี้ยวนัดคอยดู”อัญมณีห่อปากอย่างน่าเอ็นดู

พรเทพหัวเราะเสียงเบาพลางชูถุงยาขึ้นมาดูขณะพาแฟนสาวเดินออกจากคลินิก เขาเลือกเดินริมฝั่งถนนโดยให้อัญมณีเดินฝั่งด้านในฟุตบาทป้องกันภัยจากรถ แต่กระนั้นก็ยังเกิดเหตุไม่คาดฝัน อัญมณีรู้สึกราวกับโดนผลักโดยแรงจนร่างทั้งร่างถลันออกไปทางถนน เธอมองเห็นรถเก๋งสีดำคันหนึ่งพุ่งตรงมาหาอย่างรวดเร็วปานลูกกระสุน

ในขณะที่ทุกอย่างรอบกายคล้ายว่าจะหยุดนิ่งสวนทางกับกระแสความตายที่แล่นปราดเข้ามาโดยไม่รอรั้ง หางตาของเธอเห็นพรเทพกระโจนเข้ามาดึงตัวเธอออกไปได้อย่างหวุดหวิด

“พี่เทป!!” อัญมณีตะโกนลั่น เธอเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนรถเฉี่ยวกลิ้งกระเด็นไปเบื้องหน้า เลือดสีเข้มไหลออกมาจากหน้าผาก

แต่สาบานได้นอกจากเสียงตัวเอง เธอยังได้ยินเสียงกรีดร้องของใครบางคนดังขึ้นมาอย่างเจ็บปวด ...เป็นมัน ดอปเพลแกงเกอร์!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

อัญมณีปิดประตูห้องผู้ป่วยอย่างเบามือรู้สึกอุ่นใจขึ้นไม่น้อยเมื่อรู้ว่าคนที่เธอรักไม่เป็นอะไรมาก

แต่เมื่อหันหลังออกจากประตูก็ต้องตะลึงสุดขีด ใบหน้าซีดขาวที่คุ้นเคยอยู่ในระยะประชิด ตาดำรีเล็กจับจ้องมาเขม็ง “ชดใช้มาซะ เอาชีวิตของแกมา” หลังสิ้นเสียงกรีดร้องแหลมสูงหัวของเจ้าแฝดปีศาจก็แตกดังโผละ

“กรี๊ด”อัญมณีร้องสุดเสียงพลันสาวเท้าวิ่งหนีไปยังลิฟต์โดยไม่ทันสังเกตดูรอบกายที่ไร้ผู้คนอย่างน่าประหลาด ได้แต่วิ่งหนีหาแสงสว่างอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อหลอดไฟดับลงไล่ตามหลังเธอไปทีละดวงทีละดวง

“ติ๊ง”ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกหญิงสาวก็ต้องผวาเฮือก เบิกตามองหยาดเลือดกระเซ็นอยู่ภายในย้อมผนังลิฟต์เป็นสีแดงฉานก่อนจะรีบชักเท้าวิ่งไปทางบันไดแทนด้วยอาการสติแตก

อัญมณีรีบร้อนลงบันไดด้วยฝีเท้าสับสน อนิจจาจังหวะหนึ่งเจ้าหล่อนเผลอพลาดทิ้งน้ำหนักลงอย่างไม่ตรงจังหวะ ไม่ทันได้ระวังร่างทั้งร่างก็ถลันตกลงไปคอหักตายอย่างน่าอนาถเสียแล้ว...

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .



“อ้าว อัญลืมของเหรอ...” เสียงพรเทพชะงักกึก เมื่อเห็นแฟนสาวเดินมาหยุดอยู่ตรงปลายเตียงโดยที่เท้าแทบไม่สัมผัสพื้นซ้ำยังไม่เห็นเงาสะท้อน

“พี่เทป อัญมีเรื่องจะเล่าให้พี่ฟัง ตั้งใจฟังอัญนะ เพราะเดี๋ยวอัญต้องไปแล้ว”พรเทพไม่พูดอะไรอีกแต่สายตาจับจ้องไปยังดวงหน้าซีดเซียวที่เปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงแสนเศร้า

“ตอนที่พี่เทปยังอยู่บนเรือ อัญรู้สึกแปลกๆ รู้สึกอยู่ตลอดเวลาเหมือนมีอะไรบางอย่างวนเวียนอยู่รอบๆ อัญก็เลยไปหาแม่หมอ เขาบอกกับอัญว่ามีบางคนไม่พอใจในสิ่งที่อัญกำลังจะทำ คนๆนั้นต้องการหยุดยั้งการตัดสินใจของอัญและเกิดความโลภที่จะบงการชีวิตของอัญอย่างผิดธรรมชาติ ตอนนั้นอัญไม่เข้าใจอะไรเลยจนกระทั่งวันหนึ่งมีผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนอัญมากปรากฏตัวขึ้นต่อหน้า แล้วหลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์อัญก็ตกบันไดตาย” อัญมณียิ้มหยันตัวเองก่อนจะพูดต่อ

“แต่อัญตายโดยไม่ยินยอม ในใจมีแต่ความอาฆาตแค้น วิญญาณของอัญไปไหนไม่รอดได้แต่วนเวียนอาฆาตแค้นอยู่รอบๆตัวของตัวเองที่มันยึดร่างไป แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันจบแล้วค่ะ”อัญมณียิ้มขื่นพลางยกมือขึ้นปาดน้ำตา “มันถึงเวลาที่อัญต้องไปแล้ว ดูแลตัวเองให้ดีๆนะคะพี่เทป อัญรักพี่มากนะรู้มั้ย”

“พี่ก็รักอัญนะ” น้ำตาของพรเทพไหลลงมารวมกันที่ปลายคางพลางเอื้อมมือออกไปพยายามคว้าร่างของหญิงคนรักที่สลายหายไปต่อหน้า

นี่คือเรื่องราวหนึ่งของดอปเพลแกงเกอร์...?

แล้วคุณล่ะ?

คุณแน่ใจหรือเปล่าว่าตอนที่อ่านจนถึงบรรทัดนี้มีแค่คุณที่อ่านอยู่เพียงลำพัง ไม่สิ ควรจะถามว่าคุณแน่ใจหรือเปล่าว่า...ตัวของคุณในตอนนี้คือตัวคุณเองจริงๆไม่ใช่ใครสวมรอย!?



SHARE
Writer
PUMPKINs
NEET
ถ้าพ่ายแพ้..กระทั่งต้นไม้ใบหญ้าก็ดูจะด้อยค่ากว่า อันที่จริงจิตใจคนเราราคาเบากว่านั้นมานานแล้ว ต้นหญ้าต้นเล็กๆนั่นเสียอีกที่มีน้ำใจมอบออกซิเจนให้ทั้งที่ไม่เคยได้รับอะไรตอบแทน

Comments