พิมพ์ไว้เมื่อก่อนปีใหม่
ไม่ต้องดีมากมายเสียจนใจหาย เพลิดเพลินไปจนไม่ได้ข้ามผ่าน หรือเรียนรู้กับอะไรสักอย่าง.....



แต่ก็ไม่ต้องโหดร้าย จนต้องเจ็บปวดมากมายไปนัก เอาแค่ให้ได้ฝึกความอดทน ทดสอบจิตใจตน เหลือช่องและพื้นที่ไว้ ให้ได้พอมีใจฮึดสู้อยู่บ้างก็ยังดี......



ที่ผ่านมานี้ หรือแล้วๆๆๆ ในปีไหนก็ตามเถอะ มันก็ไม่ดีเสียจนเลือกได้ว่าปีไหนมันดีที่สุด เพราะถ้าที่ผ่านมามันดีที่สุดแล้ว เราก็คงไม่อยากจะอยู่กับปัจจจุบัน และใฝ่ฝันถึงอนาคตใดอีก.......



ในปีที่ผ่านมานั้น เราได้เห็นผู้คนรอบตัวมากมาย เริ่มลุกขึ้นมายืนหลังจากที่ล้ม......

บางคนก็เริ่มออกเดินหลังจากลุกยืนมาได้สักพัก......

บางคนแกร่งกว่านั้นก็เริ่มออกวิ่งไปท่องโลก....

และบางคนที่อาจถูกมองว่าอาจจะมีบุญ หรือ โอกาศ หรือ วาสนา ที่ดีกว่าใคร แล้วควบจักรยานแซงหน้าคนวิ่ง คนเดิน คนเพิ่งลุกยืนได้ ไปได้ไกลไหนต่อไหนก็ตามแต่.........



จะอย่างไร มนุษย์เราทุกคนก็ยังคงเห็นมอเตอร์ไซด์ หรือ รถยนต์ หรือ เครื่องบินของคนอื่นอยู่ดี......

มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยากมี อยากได้ หรืออยากเป็น และนั่นก็เป็นทั้งสิ่งที่ดีและร้าย ที่เราเรียกมันว่า "เป้าหมาย" หรืออาจเป็น "ความทะเยอทะยาน" ......



จะอย่างไร เรายังคงยืนหยัดว่า "ความเพียร" คือสิ่งสำคัญในการมีชีวิต.....

เราต่อสู้ที่จะไม่นอนในตอนกลางวันของอนุบาล เพื่อมาพยายามที่จะไม่เผลอวูบนอนไปในตอนประถม.....

เราต่อสู้ที่จะมีอิสระเสรีในวัยมัธยม เพื่อที่มานั่งคิดถึงความอบอุ่นและอาหารที่เต็มโต๊ะของที่บ้านในวัยมหาลัย.....

อะไรเหล่าี้ไม่เคยมีใครบอกว่าเรา ต้องเพียรไป "เพื่ออะไร" ก็เพราะว่าคนที่ตอบได้ มีเพียงแต่ตัวของเราที่จะตอบมันแตกต่างกันออกไป.....



ยอมรับว่าตอนนี้ อายุยี่สิบสามแล้วก็ยังคงหาคำตอบเสมอว่า "เราเกิดมาเพื่ออะไร" แต่ก็แปลกที่ก็ยังกลับคิดว่า "เราเกิดมาเพื่อหาคำตอบนั้นต่อไปเรื่อยๆ".....

ไม่รู้เป็นเหมือนกันคนอื่นไหม แต่กับตัวเองแล้ว ตอบคำถามนั้นได้ ก็ตอนที่ผ่านมันมาแล้ว ในแต่ละวัยๆ....



ตอนสุดท้ายนี้ คงบอกกับตัวเองในอนาคตเมื่อย้อนมาอ่านว่า เราในตอนนี้ยังคงเชื่อกับความคิดของตนเองอยู่ ยังคงคิดว่าโลกนี้มีไว้ให้เราก้าวออกไปเหยียบไว้ใต้ตีน ไม่ได้มีไว้ให้แบกรับใดๆ ถึงแม้ว่าตอนที่ยืนเหยียบอยู่นั้น เราจะรับรู้ได้ว่ามันยังกว้างขวาง และยิ่งใหญ่มันขนาดไหน ก็ยิ่งต้องออกไปเหยียบ อย่าไปกลัวมัน........

จงออกไปมองเห็นโลก เพื่อเปิดโอกาสให้โลกได้มองเห็นตัวเราเช่นกัน......



อ่านมาถึงตรงนี้ คงคิดว่าแล้วรูปบานนี้มันเกี่ยวอย่างไร แต่ถ้าได้มองไปที่พระพักตร์ ก็คงเข้าใจ....

แววตาที่มุ่งมั่น มองไปข้างหน้า รอยยิ้มที่แสดงถึงความหวัง ที่ทรงทอดพระเนตรเห็น รอยพันผ้าบนนิ้ว ที่แสดงถึงร่องรอยกันทรงงานหนัก ชุดนั้นที่ทรงใส่เพื่อพร้อมลุยไปทุกแดดฝน........

และกล้องส่องทางไกลในพระหัตถ์ ที่ย้ำเตือนว่าให้เราอย่าประมาท อย่าไปคิดคาดว่าเพียงอย่างเดียว และเดินบุกลุยไปเรื่อย จงตรวจสอบ มองไป ไม่ได้ก็ไปหาเครื่องมือมาเสียก่อน มองไปที่ข้างหน้านั้น......

มั่นแก่ใจแล้วเสีย จึงลงมือทำ.....



เพียงแค่ได้เห็นภาพนี้ภาพเดียวบนโต๊ะทำงาน เราก็รู้สึกมัน "ยังไม่จบหรอกเว้ยยย" ......
SHARE

Comments