ด้านมืดที่สดใสในตัวฉัน
 ด้านมืดที่สดใสในตัวฉัน 
(ชื่อบทความเท่มิหยอกชิปะละ) มาๆเดี๋ยวจะเล่าอะไรให้ฟัง


เราเคยอ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง(จำไม่ได้อะ)ซึ่งกล่าวเอาไว้ว่า...

“สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าใครก็ต้องเดินผ่านขุมนรกด้วยกันทั้งนั้น”

ไอเราก็พึ่งมาจำได้ก็ตอนผ่านนรกที่ว่ามาแล้วนี่แหละ

ไม่รู้ว่ามันหนักแค่ไหน แต่โลกได้เหวี่ยงเราจนหัวทิ่มหัวตำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จนเราต้องเปลี่ยนกลายเป็นคนใหม่



ซึ่งการเปลี่ยน...ก็ไม่ได้หมายความว่ามันดีขึ้นเสมอไปนะ



เราสู้คน เรามองในแง่ลบคิดหลายตลบ เพราะเราไม่อยากถูกใครเอาเปรียบ ไม่อยากถูกใครทำร้ายอีก ไม่อยากเสียสละอย่างไม่เข้าท่าแล้ว จนปิดกั้นตัวเองจากคน และปิดกั้นตัวเองจากตัวเอง เป็นเวลาที่ด้านมืดครอบนำข้าเสียแล้วละ ฮ่าฮ่าฮ่า



ผลที่ออกมามันแย่...รึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ก็คือมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย

ชอบคิดแต่ว่า ทำไมเราถึงต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้วะ ทำไปไม่เห็นได้อะไร ช่วยไปมันก็ไม่เห็นค่าอยู่ดีอะ คือเราทำตัวเหมือนเป็นคนที่มีความทุกข์เพียงคนเดียวในโลกอย่างไรอย่างนั้นงะ นั่นแหละ แม้ไม่มีใครมาทำร้ายเราแล้ว...แต่เรายังทุกข์อยู่ เพราะความคิดของเรานี่แหละที่ทำร้ายตัวเอง พลังแห่งความมืดนี่มันย้อนศรน่ากลัวสลัดผัก งือออ


แต่เราโคตรโชคดีเลย อย่างน้อยก็มีคนๆหนึ่ง ที่เห็นว่ามีเราค่าแค่ไหน เธออยู่กับเราอะ ถึงตอนนั้นเราจะคิดแต่เรื่องร้ายๆ ทำเธอร้องไห้หลายทีด้วย แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ไปไหน



เราเลยคิดว่านี่แหละ มีแค่นี้ก็พอแล้วเนอะ รักษาคนข้างๆไว้ให้ได้ก็พอละชีวิตอะ



พอย้อนกลับไปดู...ไอสิ่งที่เราเจอน่ะ มันเรื่องเล็กน้อยมากเลยถ้าเทียบกับคนอื่น

มีคนลำบากกว่าเราเยอะ และคนเหล่านั้นก็ไม่ได้ใจเสาะแบบเราด้วย คือเขายังสู้อะ

กลับกันซึ่งไอ้การที่เรายอมแพ้ แล้วผลักทุกอย่างทิ้งนี่คือ... กุอ่อนมากกกกกก (กอไก่ล้านตัว)



แต่พอสู้แล้วผ่านนรกกับด้านมืดมาได้นี่ ชีวิตนี้มันโล่งสุดๆ

ความสบสันว่าอะไรถูกอะไรผิด เราควรเป็นใครนี่กระจ่างแล้ว

กลายเป็นตัวละครที่มีคาแลตเตอร์ที่ชัดเจนฮ่าๆ เป้าหมายก็ชัดโคตร

ต้องขอบคุณความฉิบหายครั้งนั้นเหมือนกันนะ ที่ทำให้เราสำรวจจนได้รู้จักตัวตนและสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ได้เห็นตัวเองหลายๆด้าน ได้เห็นสิ่งสำคัญ จนกลายเป็นเราทุกวันนี้

ขอบคุณคร้าบบบบบบ อิอิ 
SHARE

Comments