ศรัทธาและความหวัง (1) ก้าวแห่งศรัทธา
9 วันนับจากเริ่มต้นปีใหม่ได้เพียงสองวัน ผมก้าวออกจากสถานที่ ที่เคยอยู่ประจำไปออกมองโลก มองหาความหวัง ศรัทธา และ ชีวิต มันคือการก้าวออกไปเรียนรู้ผู้อื่น ไปเรียนรู้ตนเอง และเริ่มต้นด้วย "เก้าวันที่ฉันก้าว"  เป็นงานสัมนาพุทธปรัชญา งานสัมนาเล็กๆงานหนึ่ง ที่ออกเชิงวิชาการหน่อย ทำให้ความเข้าใจในสิ่งต่างๆมากขึ้น ได้พบความเห็นของคนอื่นๆมากขึ้น สนุกและได้ความรู้ปรับทัศนะคติ และความเห็นต่างๆ ได้มากทีเดียว ได้เข้าใจเชิงปรัชญามากขึ้น...

จนในที่สุด วันนี้ก็มาถึง วันที่ 9 แล้ว (วันที่ก้าว)
เป็นวันสุดท้ายของการสัมนาพุทธปรัชญา "เก้าวันที่ฉันก้าว" 
มีคำถามและคำตอบเชิงปรัชญามากมายในแต่ละวัน และเช้านี้มีข้อหนึงที่ชอบประเด็นมาก คำถามคือ...
เหตุที่โลกยุคใหม่เขียนสเตตัส คอมเม้นท์ 
และกดแสดงความรู้สึกในโซเชียลมีเดียร์คืออะไร ?  

 
(ความเห็นส่วนตัว)
ในภาษาพุทธพูดสรุปอย่างสั้นที่สุดคือ ตัว "เจตสิก" นั่นแหละ
ใช่แค่นั้นจบเลย แต่คนไม่รู้จักเจตสิกก็ไม่เข้าใจอีก
เราเลยวิเคราะห์และพูดภาษาทั่วไปหน่อย... 

หนึ่งในเจตสิกคือเรื่องของ อารมณ์ การรับรู้-ปรุงแต่ง เกิดการคิดนึกตรึกตรองและความอยาก อย่างแรกคืออยากแสดงเจตนาให้โลก-สาธารณะได้รับรู้ หรือ การอยากแสดงออกให้เพื่อน ให้ใครก็ตามได้เห็น การได้แสดงจุดยืืนของตัวเอง การได้รู้สึกว่าตัวเองสำคัญ และมี "ตัวตน" (อัตตา) อยู่ และยืนหยัดในจุดยืนของตนจึงแสดงความเป็นตัวตนนั้นออกมาเสมือนเวทีหนึ่ง โลกหนึ่ง โลกแห่งนั้นจึงมีทั้งความคิดของแต่ละคน ความรู้สึก ความคิดเห็นของแต่ละคนถูกแสดงออกในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะ วัจนะภาษา ข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ... ทำอย่างไรก็ได้ให้คนได้เห็นว่าฉันมีตัวตน รูปสวยๆสักรูป คำพูดดีๆ สวยหรูสักหน่อย วิดีโอ การแสดงผลงาน โปรไฟล์ของตนเองเพื่อความก้าวหน้าทางใดทางหนึ่งที่อยากได้-อยากเป็น ฯลฯ..

รวมไปถึงการแสดงออกความรู้สึกว่าต้องการใครสักคน ใครๆมาเห็นใจ มาปลอบโยนบ้าง มาเชียร์ มาสรรเสริญ แสดงให้คนเห็นใจบ้าง ความที่ชาวโซเชียลต้องการแสดงออกจึงมีสองด้านคือ ด้านความสุข และ ด้านความทุกข์ ขึ้นอยู่กับจริตนิสัยแต่ละคนจะแสดงออกมาแบบไหน (ส่วนมากก็จากคนที่ไม่รู้จักยั้งคิด และอยากแสดงออกให้คนอื่นรับรู้) จะแสดงมันออกมา ส่วนใหญ่จริงๆคงไม่มีใครแสดงด้านทุกข์ให้เห็นนักหรอก อยากให้เห็นความสุขของตนซะมากกว่า

เจตสิกมีหลายอย่าง ยังรวมไปถึง ความอยาก อยากรู้ อยากเห็นอยากเป็น อยากได้ ความมานะ ความโลภ ความโกรธ หลง เดือดร้อน ฟุ้งซ่าน ใช่หมดเลย และเหตุผลของการใช้โชเชียลทั้งหมดในยุคนี้มาจากสิ่งเหล่านี้ พูดมายืดยาวรวมอยู่ในคำนี้คำเดียวเลย "เจตสิก"

ดูเหมือนที่เขียนมามันจะเป็นโทษซะมากกว่าน่ะ แล้วข้อดีของโชเชียลคืออะไร ?

ข้อดี คือการที่ทำให้คนอยู่ไกลได้รู้สึกไกล้ขึ้น ทำให้คนที่ไม่เคยเจอกันได้เจอกันง่ายขึ้น หรือ ไม่ได้เจอกันนานกลับมาเจอกัน เป็นการเชื่อมโยงโลกหลายๆส่วนมารวมกันไว้ สรุปว่าช่วยในเรื่องของการติดต่อสื่อสารนั่นแหละได้มาก ช่วยในการโปรโมททางการค้า ธุรกิจ ได้สะดวกขึ้นด้วย ประมาณนั้น สุดท้ายไม่ว่าอะไรมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ทั้งสองด้านนั่นแหละ บ่นก็ได้ แสดงความคิดเห็น ทำอะไรก็ได้ แต่คงต้องรู้จักยั้งคิดด้วย

นี่อาจเป็นคำตอบ เป็นเหตุผล หรืออาจเป็นความเห็นส่วนตัวก็ได้เช่นกัน  
แล้วทีนี้ ที่เราเขียนมาทั้งหมดนี้ล่ะ มันเป็นแบบไหนกันนะ ?
แล้วคนอื่นๆละ คิดเห็นว่ายังไงกันบ้าง...?

-L-
11.01.2018
SHARE
Written in this book
ศรัทธาและความหวัง (Believe Faith Hope)
เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรคและขวากหนาม หนทางที่แสนมืดมน เพียงแค่ยัง "ศรัทธา" จะก่อเกิด "ความหวัง" ให้เห็นแสงสว่างในหัวใจ แม้ว่าบางคนจะไม่เข้าใจเธอ จะมองเธอว่าไร้เดียงสาแค่ไหน แค่เพียงเชื่อและศรัทธาในตัวเธอเอง สิ่งที่เธอทำจะไม่สูญเปล่า #Believe_Hope
Writer
ELThanaphat
writer
ข้าพเจ้าว่า ชีวิตมันมีอะไรมากมายนะ เล่าได้ไม่รู้จบ ทั้งดีร้าย แต่บางทีเรื่องเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มากกว่าที่คิดไว้ก็ได้

Comments