Bitter of Life
เราพบว่าคนเรา เมื่อถึงจุดๆนึง มักจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง 
เช่น ปกติชอบกินโกโก้ แล้วมาวันนึง ดันชอบชาเขียวซะงั้น 
บางทีเราก็ไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมากหรอก ก็คงเหมือนกับความรู้สึกนะแหละ 
มันเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกๆวัน อาจจะทีละเล็กทีละน้อย หรือ อยู่ดีดีก็เปลี่ยนไปแบบไม่ทันตั้งตัว
ถ้าเราสังเกตุ ความรู้สึกตัวเองอยู่เรื่อยๆ เราจะพบว่า 
ความรู้สึกแม่งเป็นอะไรที่โคตรอ่อนไหวจริงๆ 

เราชอบคนคนนึง เราอยากคุยกับเค้า แต่เค้าไม่อยากคุยกับเราซะงั้น 
เค้าคงยังไม่ลืมคนเก่า คนที่ฝากรอยแผลไว้ในใจของเธอ 
เราก็ได้แต่หวังลึกๆในใจ ว่าอย่างน้อยสักวัน เค้าต้องเปลี่ยนความรู้สึกบ้างแหละ
แต่ไปๆมาๆ รู้สึกเหมือนเรา กำลังจะหายไปจากชีวิตเค้ายังไงไม่รู้ 
ไม่ใช่เราไม่รู้สึกอะไรนะ เรายังรู้สึกอยู่ 
แต่การตบมือข้างเดียวมันไม่ดังยังไง 
การพยายามเป็นฝ่ายชวนคุยอยู่คนเดียว มันก็ไปไม่ถึงไหนยังงั้นแหละ 
เราชอบเธอนะ แต่เราว่าเธอคงไม่ได้ชอบเราขนาดนั้น 
ถ้าเราไม่ใช่ งั้นเราไปก่อนนะ 
ขอบคุณสำหรับคืนนั้นนะ แต่มันคงเป็นแค่ความเห็นใจ สำหรับคนจืดๆอย่างเรามากกว่า 

เราชอบคำที่ว่า WorK Life Balance มากเลย มันเป็นคำที่ทำให้เรารู้สึกว่า
เราทำงานแล้วสนุก เพราะเราไม่ต้องทำงานอย่างบ้าคลั่ง เราต้องทำงาน ต้องใช้ชีวิต
เราต้องแบ่งกัน อย่างละครึ่งๆ แค่นี้เราก็จะมีความสุขเมื่อเราทำงานแล้ว 
แต่ สักพักเราก็พบว่า สภาพแวดล้อมที่ทำงาน ได้เปลี่ยนแปลงเราอย่างช้าๆ 
และ พอเราสัมผัสได้ แต่กลับไม่ยอมเปลี่ยนตาม เราก็กลายเป็นเหมือน แกะสีดำ
แกะ ตัวที่เด่นออกจากฝูง และ ไม่เป็นที่ยอมรับสักเท่าไร

// Part บ่น ข้ามไปเลยได้นะ TT 
เราโดนว่า ในหลายๆเรื่อง ซึ่งเราก็พอเข้าใจ เพราะเราเองก็ผิดถ้ามองในมุมของทีม
แต่ก็มีหลายเรื่องที่เหมือนเราโดนกล่าวหา 
แต่เถียงไปก็ไม่น่าได้อะไร นอกจากรอยร้าวของความสัมพันธ์ที่มากขึ้น 
- เราผิดมั้ยถ้าเราเข้างานสาย แต่เราก็ทำงานจนครบ 8 ชั่วโมงนะ
- เราผิดมั้ยถ้าเราแค่เดินไปทักทายเพื่อนรุ่นเดียวกัน (แต่กลับโดนว่า ว่าไปทำให้เพื่อนเสียงานซะงั้น ทั้งๆที่เรามั่นใจได้เลย ว่าเราไปคุยกับเพื่อนน้อยมาก แทบจะนับครั้งได้เลย)
มันทำให้เราพบว่า จริงๆเพื่อนร่วมงานหลายๆคน ก็ไม่ได้เหมาะที่เราจะไว้ใจได้เลย 
ถ้าเราไม่ระวังให้ดี แค่ก้าวไปพลาดเพียงนิดเดียว เราอาจจะล้มและมีคนมาตามกระทืบซ้ำก็ได้  
ตอนแรกเราคิดว่าเพื่อนร่วมงานของเรา ไม่ได้มีอะไร แต่เวลาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเค้าก็เหมือนคนอื่นทั่วๆไป ที่มีอิจฉา มีนินทา และ คอยทับถมคนที่พลาดอยู่เสมอ
- เราผิดมั้ย ถ้างานที่เพื่อนฝากทำ เราทำแค่ตามที่เพื่อนฝากและไม่ทำเลยไปกว่านั้น เพราะงานในส่วนของเราก็มี เราไม่ได้นั่งว่างๆนะเฮ้ย แล้ว เราก็ไม่ได้รู้ทุกอย่างปะ ถ้าบอกว่าเราไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องกับงานที่เพื่อนให้ ทำไมไม่บอกว่า เพื่อนที่มอบหมายให้เราอธิบายเราไม่ดีพอละ

เราคิดว่าเราเหมือนเป็นแค่คนเดียวที่โดนว่า ทั้งๆที่คนอื่นในทีมก็แทบไม่ต่างกัน แต่เรามองว่า เพราะเราอ่อนแอที่สุด และ เป็นคนยอมคน เราเลยกลายเป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับ การเชือดไก่ให้ลิงดู
เพราะฉะนั้น เราอยากแนะนำใครหลายคนที่กำลังทำงานอยู่ อย่ายอมคนง่าย ต้องดูด้วยว่าเรื่องไหนที่เราพอรับได้ก็ยอมไป แต่ถ้าเรื่องไหนที่มันไม่โอเค เราก็ไม่ควรยอม เพราะสุดท้ายถ้าเค้าเห็นว่าเรารังแกได้ง่าย เค้าก็จะรังแกเราแบบนี้ต่อไป เราจะพยายามไม่ให้คนอื่นเห็นเราเป็นแค่ลูกไก่ที่อยู่ในกำมือ รอเตรียมพร้อมสำหรัับการบดขยี้ สักวันเราจะตัวใหญ่กว่าคนที่รังแกเราให้ได้เลย คอยดูสิ 

ใจจริงเราก็อยากจะย้อน หรือ ตอกกลับไปนะ ว่าคนอื่นในทีม ก็ไม่ต่างกับเราเท่าไร แต่พอเราคิดได้ว่า มีเพื่อนคนนึงที่เราโคตรเกลียดด้วยการพิมพ์สเตตัสเท่ๆในเฟส ว่า เวลามันไม่พอใจอะไร มันจะชอบทำสิ่งนั้นกลับไปหาคนที่ทำให้มันไม่พอใจ มันบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย และ มันจะไม่ทำอีกแล้ว และหลังจากนั้น "พอเราทะเลาะกับมัน มันก็ทำเหมือนสิ่งที่เราทำ แต่เราว่าหนักกว่า และ เหี้่ยกว่า มันเอาที่เราคุยกันในกลุ่ม line เฉพาะไปประจารในหน้าเฟสเรา แล้วมันก็บอกว่าทำไมตอนอยู่ในกลุ่ม line พิมพ์แบบนี้ ทีบน Facebook ทำไมรับไม่ได้ เราว่าแม่งคนละเรื่องเลย เหมือนเราพูดคำหยาบตอนอยู่กับเพื่อน แต่เราไม่ไปพูดยังงั้นในที่สาธารณะ หรือ กับครู พ่อแม่ และ ผู้ใหญ่" หลังจากนั้นความเป็นเพื่อนของเราก็จบกันแค่นี้ 
เราพบว่าเราไม่อยากเป็นในสิ่งที่เราเกลียด เราเลยเลือกที่จะไม่ทำในสิ่งเหล่่านั้น
เราเลยเลือกที่จะยอมรับความผิดนี้ไว้เพียงคนเดียว และ ไม่ลากคนอ่ื่นเข้ามาเกี่ยวข้องคงจะดีที่สุดแล้ว  

ไม่คิดว่าการจะเป็นผู้ใหญ่มันจะลำบากขนาดนี้ นอกจากความรับผิดชอบที่มากขึ้น ความขมก็มากขึ้นเช่นกัน มากขนาดที่ถ้าให้เราเลือกระหว่าง ช็อกโกแลต กับ โกโก้ เราคงเลือกกินโกโก้ อย่างน้อยมันก็ขมดี เราจะได้ชินกับความขมในชีวิตที่ต้องพบเจอสักที กับ ความรักที่ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า กับการที่เราจะอายุครบ 25 ละ ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย และ สุดท้ายเรายังไม่ได้ทำให้พ่อแม่ภูมิใจเลย ที่เลี้ยงเรามาจนโตป่านนี้ 

สุดท้าย ยิ้มเข้าไว้นะ กับเรื่องแย่ๆที่ผ่านเข้ามา เครียดได้ ดราม่าได้ เศร้าได้ แต่อย่าปล่อยให้มันอยู่กับเรานานๆละ อย่างน้อยเรื่องแย่ๆที่เข้ามาในชีวิตมันก็ทำให้เราได้เติบโตขึ้น ชีวิตเราเราต้องพร้อมจะก้าวต่อไป ถ้ามันไม่โอเค เราก็ก้าวไปอีกทางก็ได้ ชีวิตมันแย่ แต่มันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก เราบอกกับตัวเองละกัน :D 
SHARE

Comments

iitiik
3 months ago
เขียนดีมากเลยค่า
Reply
iamsomeone
3 months ago
ขอบคุณครับ ตอนนั้นนี่คือแบบอยากระบายสิ่งที่มันอยู่ข้างในออกมา คือมันอึดอัดมาก แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจเราเลย TT