Breakfast at Tiffany 'โลกที่สดใสของ ฮอลลี่ โกไลต์ลี'
#1: Breakfast at Tiffany
Truman Capote
โตมร ศุขปรีชา แปล

 
1

เล่มแรกของปี 2018 ที่ความจริงลากยาวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หนังสือไม่ได้ยาวหรอกแต่ใจมันไม่นิ่ง เลยอ่านไปลอยไปไม่รู้เรื่อง กว่าจะกลับสติดึงความคิดกลับมาได้ก็รอบที่สาม

แต่เอาเป็นว่า เริ่ม Start อ่านจริงจังอีกครั้ง 

 
2

Breakfast at Tiffany
เรื่องราวที่เล่าถึง--มิสฮอลลี่ โกไลต์ลี ผ่านสายตาชายนักเขียน (ผู้มีสักแว่บที่ตกหลุมรักเธอแต่ถูกการวางตัวของเธอปฏิเสธความรู้สึกอย่างมีชั้นเชิง ไม่ได้ทำให้เขาเสียใจแล้วก็กลายเป็นเพื่อนที่แสนดีของเธอ)

ฮอลลี่เป็นผู้หญิงที่มองไกล ๆ จะเห็นถึงความบานฉ่ำ จนถูกกล่าวหาว่าเป็น 'กะหรี่' แต่หากมองด้วยมุมของชายที่รู้จักแล้ว นางเป็นดังแสงสว่างในรุ่งอรุณ ที่พกพาทุกอย่างที่คุณต้องการในชีวิตมาให้เลยทีเดียว

เธอมีชีวิตอยู่ในสังคมชั้นสูง เกี่ยวข้องกับผู้ชายมากหน้าหลายตาที่ล้วนแล้วแต่มั่งคั่งร่ำรวย ความสวยพราวของเธอดึงดูดชายเหล่านั้น แต่นั่นเป็นเพียงปลายแหลมของภูเขาน้ำแข็ง เพราะเบื้องล่างนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจผู้คน มนุษยสัมพันธ์ และความเป็นกันเองอย่างที่สุด จึงไม่แปลกใจหากพบว่า บรรดาผู้ชายที่ได้คุยกับเธอจะตกหลุมรักเธอ

ความฉลาด การวางตัว และคำพูดคำจาของเธอดูมีเสน่ห์ มีพลัง และเธอเอาใจใส่คนรอบข้างดีมาก ๆ
อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้คิดถึงอีกเล่มที่ชอบมาก ๆ คือเรื่อง Flower for Mrs. Harris ของ Paul Galligo คือเรื่องขับดันด้วยเสน่ห์ของตัวละคร ไม่ได้หาต่อว่าเขียนยุคเดียวกันหรือเปล่า แต่หากมิสซิสแอรีสเป็นเด็ก คงมีคาแรคเตอร์เหมือนมิสโกไลต์ลีแน่ๆ แต่ต่างกันที่โกไลต์ลี ฉลาดและเอาตัวรอดเก่ง แต่มิสซิสแอรีส ใช้ความรู้สึกและพึ่งดวงมากไปหน่อย


3

เรื่องสะท้อนให้เห็นถึงการมองผู้หญิงในยุคนั้น (ตามเรื่องคือราว ๆ ปี 1930-1950) ที่ไม่ค่อยให้อิสระแก่ผู้หญิงมากนัก สังคมถูกขับเคลื่อนด้วยผู้ชาย ดังนั้นการกระทำของโกไลต์ลีจึงดูแปลกแยกจากผู้หญิงทั่ว ๆ ไป

โกไลต์ลีแสดงถึงความคิดที่เป็นอิสระ ต้องการทำอะไรที่ตัวเองต้องการ กระนั้นก็ไม่ได้ทำตัวมั่วซั่วเพราะทุกอย่างมาจากการหาข้อมูล เธอช่างสังเกต จดจำ และมักหาความรู้อยู่เสมอ

มีเรื่องของการบังคับแต่งงานระหว่างผู้เยาว์สอดแทรกอยู่ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ แต่ในหนังสือก็คลายปมนี้อย่างเรียบง่าย (จนคิดว่าง่ายเกินไป) นอกจากนี้ยังทำให้เห็นภาพสังคมของ Newyork ในขณะนั้นด้วย

4

สำนวนแปลของพี่หนุ่มสนุกสนาน มีการเล่นคำ และใช้ศัพท์แสงลงตัว ลื่นไหลดีมาก ๆ (เคยอ่าน การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก เล่มนั้นก็ดี ทั้งเรื่องและการแปลแม้เหมือนจะต้องแปลตามสำนวนคุณนพดลก็ยังอ่านง่ายและไม่ทิ้งล่ยผู้แปลเก่า)

ในส่วนของเนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนแต่แสดงให้เห็นภาพ ชอบเรื่องราวในวงเล็บที่เป็นกิมมิคแสดงถึงความมีชีวิตของตัวละครได้ดี

เนื่องจากเป็นนิยายขนาดสั้น จึงไม่ได้เรื่องหรือพล็อตอะไรมากมาย เลยไม่ได้ตรึงอารมณ์ดราม่ามากมายนัก น่าเสียดายเพราะตัวละครนั้นมีเสน่ห์มากๆ หากใส่ดราม่าเข้าไปคงพีคกว่านี้ (หรือผมตกหลุมรักเธอไปแล้ว)

5

การดิ้นรนเอาชีวิตรอดในสังคมที่แตกต่างน่าจะเป็นแก่นที่ผมพอจะจับได้ การเรียนรู้ เติบโต และมองหาแง่มุมใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยมองอยู่เสมอ เมื่อเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงและก้าวไป ก็ควรที่จะมองหาวิธีการใหม่ ๆ มาใช้ในการดำเนินชีวิต

หากการเดินทางคือจุดหมายของการมีชีวิต 
การเลือกว่าจะไปทางไหนอย่างไร ก็เป็นส่วนสำคัญ

เหมือนกับฮอลลี่ทำทุกอย่างเหมือนจะปล่อยไปวัน ๆ แต่ทุกการกระทำนั้นมีการวางแผนมาแล้ว...



 
#1
#Read2018
#imonkey
SHARE
Writer
imonkey7
Father
พนง เงินเดือน เขียนงาน เลี้ยงลูก ดูครอบครัว ชักหน้าไม่ถึงหลัง ยืนด้วยขาที่อ่อนล้าบนโลกอ่อนยวบสีฟกช้ำ ความจริงอันน่าหดหู่ ที่มีองค์ประกอบแสนเศร้า แต่สวยงามในตัวมันเอง ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ กันได้ที่ FB: https://www.facebook.com/imonkeyblog/ TW: https://twitter.com/imonkey7 Fictionlog : https://fictionlog.co/Sippa-Korn https://imonkey.blog Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments

Dent
7 days ago
อ่านเรื่องนี้เป็นเล่มแรกเนื่องจากลากมาตั้งแต่ปีที่แล้วเหมือนกันเลย แต่ยังอ่านไม่จบ 5555
Reply
imonkey7
7 days ago
มันจะเนือย ๆ ถ้าไม่อินกับตัวละครครับ เพราะพล็อตมันไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่