กว๊านพะเยา

         เขาเปิดตู้เสื้อผ้า สายตาทั้งคู่ของเขาเหมือนกำลังเลือกสรรเสื้อผ้าตัวเก่งของตัวเองพร้อมๆกับหยิบจับมันมาวางทีละตัว ตามต่อด้วยเสื้อกันหนาวอีกหนึ่งตัวแล้วพับวางทับซ้อนกันลงในกระเป๋าเดินทางใบที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ขนาดกลางๆ เขาคิดแต่เพียงว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นมันคงจะพอประทังการอยู่รอดด้วยการสวมห่มและคงบรรเทาความหนาวเหน็บด้วยเสื้อกันหนาวอีกหนึ่งตัว 
ขอให้เสื้อผ้าในกระเป๋านั้นจะสามารถสวมกอดเขาได้ตลอดท่ามกลางความเหน็บหนาวของภาคเหนือ
        อีกหกวันต่อจากนี้จะเป็นไปเช่นไร  เขาไม่ปรารถนาสิ่งใดนอกจากเพียงขอให้ตลอดทริปในครั้งนี้เป็นไปด้วยดีระหว่างเขาและเธอคนนั้นที่กำลังจะไปที่นี่ด้วยกัน.. ที่พะเยาผู้เป็นคนคุ้นเคย

เวลาประมาณตีสี่ ห้องที่มืดสนิทและเงียบสงบในตอนนั้น กลับถูกเสียงนาฬิกาปลุกของโทรศัพท์กลบเกลื่อนความสงบในตอนนี้ ..

       "ไอ้เชี้ย.. ตีสี่แล้ว เร็วจังวะ" 
    
        เขาสะดุ้งดีดสปริงตัวลุกขึ้นจากที่นอน เดินหอบแบกเอาสังขารตัวเองที่เหมือนว่าจะมีแต่เพียงร่างกายที่ไร้ซึ่งวิญญาณเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวพร้อมกับขยี้ตาทั้งคู่ด้วยอาการสลึมสลือแล้วเดินเข้าห้องน้ำ หวังว่าน้ำที่ชะโลมเปียกไปทั่วเรือนร่างจะช่วยนำพาความสดชื่นมาสู่เขา
       
        ขณะนี้เวลาตีสี่สามสิบนาที เขาทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยเสร็จสรรพ พร้อมแบกหิ้วกระเป๋าเดินทางใบตุงๆที่มีแต่เสื้อผ้าเดินออกจากบ้าน มุ่งหน้าสู่จุดรวมพลของพวกเขาชาวศิลปากร
          พวกเขายกขาก้าวขึ้นรถอย่างกระฉับกระเฉง และช่างตื่นเต้นกับทริปงานดนตรีที่พะเยาในครั้งนี้ 
         
รถคันนี้แล่นไปตามทาง เขาหันข้างและบันทึกภาพสองข้างทางด้วยสายตาจากภาพข้างนอกกระจกบานใสที่มีหยดน้ำเกาะกระจายอยู่ทั่วไป          รถคันนี้ดำเนินไปตามถนนเส้นตรงสลับกับเส้นทางคดเคี้ยว บรรทุกเขากับเพื่อนๆพี่ๆอีกหลายชีวิต มันวิ่งตรงไปข้างหน้าท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าสองข้างที่เขียวชอุ่มแซมน้ำตาลจากผืนดินและใบไม้หญ้าที่แห้งเหี่ยวตามฤดูกาล สุดลูกหูลูกตาเขามองเห็นภูเขาลูกใหญ่ แต่มันถูกเขาย่อส่วนด้วยระยะทางที่ห่างไกลของที่ตั้งภูเขาลูกนั้น 
          
         ตลอดระยะทางกับการนั่งเปื่อยๆของเขา รถบัสคันนี้ได้หยุดตามจุดพักรถวิ่งอยู่เป็นระยะๆ สองเท้าก้าวย้ำลงรถอย่างใจเย็นมุ่งหน้าสู่ห้องน้ำและของกินที่ตั้งวางขายอยู่เกลื่อนกลาด
       
ผ่านไปสิบชั่วโมง .. พาหนะของมหาวิทยาลัยก็พาเขาและพ้องเพื่อนมาถึงสักที .. ที่นี่พะเยา
           รถแล่นไปตามทางถนนซอยเล็กๆ ป้ายข้างทางมันกำลังบอกว่าทางข้างหน้าคือกว๊านพะเยา ชั่วอึดใจประเดี๋ยวเดียวประตูรถค่อยๆเปิดลง ไม่นานก็มีฝีเท้าก้าวลงมาอย่างนับไม่ถ้วน เขาลงมาแล้วยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แสงสุดท้ายของวันจากวงกลมวงนั้นมันสาดลงมา ให้ความอบอุ่นละมุลเรือนร่างโดยที่ไม่ร้อนเลยสักนิด มันทำให้เขาอดไม่ได้เลยที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องแล้วบันทึกภาพนี้
เขากดบันทึกภาพที่ถ่ายลงในเครื่องโทรศัพท์ของเขา และเหมือนว่าสมองจะจดจำภาพๆนี้ได้อย่างดียิ่งกว่าเมมโมลี้ซะอีก
           กว๊านพะเยาเป็นสถานที่ที่สวยงามที่หนึ่ง ทะเลสาบที่กว้างขวางตรงหน้าบวกกับแสงตะวันที่กำลังลาลับตาดวงนั้นมันส่องแสงลงมาตกกระทบกับผิวน้ำที่สงบนิ่ง หญิงสาวๆในพื้นที่ที่ไม่คุ้นตาทำให้เขาแอบหวั่นไหวอยู่ไม่น้อย เขาหันหน้ามองไปทางขวา สายตาทั้งคู่ของเขามองไปที่เธอผู้ที่เป็นคนคุ้นเคยเดินท่ามกลางมุมย้อนแสง เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถ้อยคำทำนองตัดพ้อพร้อมกับขยิบปากเป็นคำๆเล็กน้อยว่า ..
ถ้าเราเดินด้วยกันตรงนั้น.. มันคงจะเป็นภาพที่สวยงามที่สุด
          ถึงเวลาที่จะต้องกลับที่พัก เขานั่งลงและเอนหลังลงบนเบาะนั่งแล้วหลับตา ไม่นานรถก็จอดลงตรงที่พัก เขาแบกสัมภาระส่วนตัวขึ้นหลังแล้วเดินแหวกความหนาวเข้าที่พัก อากาศที่พะเยาถึงจะไม่ได้หนาวที่สุด แต่มันก็ทำให้เขาควันออกปากได้


         ระยะเวลาหกวันนี้เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย ผมได้ไปสถานที่ที่ไม่เคยไปอยู่หลายแห่ง ถ้าให้สาธยายลงในนี้ก็คงจะยาวเหยียดเป็นกิโล จึงขอพูดแค่เพียงวันเดียว ณ ที่แห่งนี้ที่เรียกว่า กว๊านพะเยา
          ผมกับเธอคนคุ้นเคยมาที่นี่ด้วยกันเพราะด้วยหน้าที่ เขาทั้งสองใกล้ชิดกันตลอดหกวัน แต่ทว่าผมกับเธอผู้นั้นไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันเลยสักนิด น่าเสียดายเหมือนกันนะ
      








           








SHARE

Comments

NaughtyChild
2 years ago
เขียนได้ดีครับ นึกถึงเดกสาวที่ไปด้วยเหรอ 
Reply
Gotsrwut
2 years ago
ถามใจตัวเองอีกครั้ง.. คำตอบมันไม่เป็นอย่างเดิม
ก่อนหน้านั้นผมแค่หลอกตัวเอง


ขอบคุณครับ