เรือถีบจักร
ย้อนกลับไปวัยเด็ก เราต่างรู้สึกว่าควบคุมอะไรได้น้อยมาก ผู้ใหญ่มักจำจี้จำไชให้ทำโน้นนี้ หากไม่ทำจะถูกคาดโทษ หากทำตามจะถูกชมว่าเด็กดี แต่การจะทำหรือไม่ทำอะไร ย่อมมีคนกระซิบบอกว่าอย่าทำ/ จงทำ เยอะไปหมด

ทำการบ้านให้เสร็จนะ!
อย่าระบายสีออกนอกเส้นสิ!
ลงจากเบาะคนขับรถเดี๋ยวนี้!
กลับบ้านได้แล้ว อย่ามัวแต่เล่นเกมบ้านเพื่อนจนดึกดื่น!
ฯลฯ

ยกเว้นก็แต่ช่วงเวลานั้นที่เขาดิน ช่วงเวลาที่เตี่ยอนุญาตให้คุมหางเสือเรือถีบจักร

เพราะนั่นเป็นขณะเดียวที่เราพอจะควบคุมอะไรบางอย่างได้ พาเรือของเราหันซ้ายหันขวา เดินหน้าถอยหลัง ช่วงเวลานั้นเราเป็นอิสระ ชะตากรรมอยู่ในมือของเราเอง

เสียงจักรเรือกระทุ้งน้ำดังตุ้มๆ คันบังคับหนักหน่วงที่คอยเหนี่ยวแขนเมื่อเลี้ยวซ้ายขวา ทิวทัศน์เกาะนาฬิกากลางน้ำ กลิ่นไอทะเลสาบ กับเรือถีบสีลูกกวาดลำนั้น จึงเป็นเสน่ห์หอมหวานที่เด็กอย่างเราต้องเก็บไว้เป็นโปรแกรมท้ายสุดของทริปเขาดิน

และเมื่อเตี่ยเรียกเรากลับบ้านโดยปราศจากซื้อตั๋วเรือถีบ โดยข้ออ้างที่แสนจะฟังไม่ขึ้นว่า "ไม่เอา จะมืดแล้ว กลับบ้าน !" ความสุขในสวนสัตว์ที่สั่งสมมาทั้งวัน ดูเหมือนจะละเหยหายไปหมด ไม่เหลือติดกลับขึ้นรถแม้แต่สักหยิบหนึ่ง

แต่กระนั้นเมื่อมองย้อนกลับไป ความผิดหวังแม้ในวัยเด็กก็มีประโยชน์ไม่น้อย เด็กๆ ก็ควรจะได้เรียนรู้ความเสียใจพอๆ กับความสุขสันต์หรรษาในสัดส่วนที่เหมาะสม

ก็ในทะเลสาบแห่งชีวิต ใช่ว่าจะมีเรือถีบจักรรอให้เราปั่นชมอาทิตย์อัสดงเป็นการปิดท้ายทริปเสมอไป
SHARE
Writer
Ekkapop
Freelancer
A writer who write his writing.

Comments