เขียนไว้ในวันเด็ก

 
ความเป็นเด็กของเราอยู่ในทุก ๆ การเดินทางเวลาที่เราโตขึ้น เรามักจะสูญเสียโอกาสที่เราจะสร้างความสุขแบบวัยเด็ก ๆ ไปทีละเล็กทีละน้อย แต่ว่าวัยเด็กของเรานั้นกลับไม่หายไปไหนเลย เพราะความสุขแบบเด็ก ๆ ของเราก็คือทุก ๆ ครั้งที่ได้เดินทางไกล 
ตอนเด็ก ๆ เราเดินทางไกล ๆ บ่อยมาก ด้วยความที่ตอนนั้นพ่อกับแม่ทำงานอยู่ที่ระยอง เวลาเราจะไปหาพ่อกับแม่ทีเราก็จะได้ไปเที่ยวแถบ ๆ ภาคตะวันออกอยู่บ่อย ๆ หลัก ๆ ก็คือชลบุรีกับระยอง อีกฟากหนึ่ง ทุก ๆ วันหยุดยาวยายกับตาก็จะพาเราไปเที่ยวภาคเหนือกภาคตะวันออก และภาคตะวันตกบ่อยมาก การได้เดินทางไกลบ่อย ๆ ตอนนั้นทำให้เรามีความสุขมาก ๆ ได้เจอผู้คนใหม่ ๆ สถานที่ที่ไม่เคยไป เราเฝ้ารอการเดินทางครั้งต่อไปเสมอ เวลาที่ได้ขึ้นรถทุก ๆ ครั้ง สิ่งที่จะต้องหยิบมาวางไว้ข้าง ๆ เสมอก็คือแผนที่ประเทศไทยเล่มใหญ่ นั่งว่าง ๆ บนรถ ก็อ่านแผนที่สลับกับมองสองข้างทางไปพลาง ไม่ยอมหลับยอมยอนจนกว่าจะถึงที่หมาย พอไปถึงตรงที่ตาผู้ทำหน้าที่คนขับไม่รู้ทาง เราก็จะคอยบอกทางตามในแผนที่ให้ฟัง เนื่องจากเราศึกษาแผนที่มาอย่างดี เลยทำให้ประสบการณ์หลงทางของเราคือ 0 อีกอย่างหนึ่งที่เราได้รับจากการเดินทางบ่อย ๆ ตอนเด็กก็คือ เราอ่านหนังสือคล่องได้จากการอ่านป้ายตามข้างทาง เวลาที่เราเห็นป้ายที่น่าสนใจตามสองข้างทางเราก็จะคอยถามยายว่า ป้ายนี้อ่านว่าอะไร หนูอ่านอย่างนี้ถูกหรือเปล่า เลยออกจะดูแปลกสักหน่อย เพราะเด็กคนอื่น ๆ มักอ่านหนังสือคล่องได้จากการอ่านหนังสือเป็นเล่ม ๆ

ทุกวันนี้เราก็ยังสังเกตตัวเองว่าเราก็ยังชอบดูแผนที่และไม่ยอมนอน (ถ้าไม่ล้าจนเกินไป) ระหว่างการเดินทางเสมอ แต่สิ่งที่เราถือในมือกลับไม่ใช่แผนที่เล่มโตแล้ว แต่เป็นโทรศัพท์เครื่องเล็ก ๆ ที่เปิดจีพีเอสตลอดเวลา แล้วเราก็ไม่ได้ต้องคอยบอกทางคนขับเหมือนแต่ก่อนแล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็ไม่ได้เที่ยวบ่อย ๆ แบบตอนเด็ก ๆ แล้วด้วยเพราะโตขึ้นภาระก็มากขึ้น แต่ยังไงเราก็ยังหวังว่าเราจะได้เดินทางบ่อย ๆ แบบเมื่อก่อนอีก ถึงขั้นหวังว่าจะได้ทำงานที่ได้เดินทางอยู่ตลอดด้วยซ้ำ

แม้เวลาเปลี่ยน คนรอบข้างเปลี่ยน กระทั่งอุปกรณ์ที่เราใช้ก็เปลี่ยน แต่ความเป็นเด็กของเราก็ยังคงอยู่ในทุก ๆ การเดินทางเสมอ


SHARE
Written in this book
To(o) Old Self
Writer
ElderGod
Shepherd
Nobody believes a shepherd anymore.

Comments