ใช้บัตรเครดิตยังไงไม่ให้เป็นหนี้ ไม่เสียเครดิต
ไม่รู้มีใครเห็นประโยชน์ของบัตรเครดิตบ้าง แต่เรามองเห็นและใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิตบ่อย

ย้อนหลังไปเมื่อ 8 ปีก่อนเราค่อนข้างแอนตี้การใช้บัตรเครดิต ไม่เคยมีบัตรเครดิต ไม่คิดจะสมัครเพราะเห็นพี่ชายเป็นหนี้บัตรโดนทวงหนี้วันเว้นวัน เลยตั้งใจไว้ว่าจะไม่ยอมเป็นหนี้บัตรเหมือนพี่เด็ดขาด 

แต่วันหนึ่งต้องสมัครจนได้เพราะช่วยทำยอดให้คนรอบตัวเขาบอกว่า ใช้เท่าไหร่ก็ได้จะได้เครดิตเงินคืน 2.5% มั้งถ้าจำไม่ผิด เขาบอกอีกว่าใช้เติมน้ำมันรถสิ ทุกเดือนก็ต้องเติมอยู่แล้วนี่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เป็นบทเริ่มต้นของการใช้บัตร  

ทุกเดือนที่ใช้บัตรรูดค่าน้ำมันไปเท่าไหร่ พอสิ้นเดือนก็ไปจ่ายหมด ไม่เคยผ่อนขั้นต่ำและจ่ายตรงเวลาไม่เคยเลท


เวลาผ่านไปเรามีบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นจนเต็มกระเป๋า ที่สมัครเพราะมีโปรโมชั่นแถมกระเป๋าเดินทางอยู่เรื่อย ๆ ถ้ากระเป๋าดีมีแบรนด์ก็เหมือนได้กระเป๋ามาฟรี ๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้วส่วนบัตรเราไม่เคยใช้ เวลาผ่านไปเราค่อยโทรไปยกเลิก แฮร่ 

กฎง่าย ๆ ของ การใช้บัตรเครดิตที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ มีอะไรบ้าง
1. ใช้เท่าที่กำลังจะจ่ายไหวในแต่ละรอบบิล
ในแต่ละรอบบิลหรือง่าย ๆ ในแต่ละเดือนเราต้องตั้งเป้าหมายว่าจะใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดเดือนละเท่าไหร่ และเงินจำนวนนั้นเราจ่ายไหวหรือไม่ เช่น ถ้าหากเดือนนี้มีของที่อยากได้ไม่ว่ากระเป๋า รองเท้า หรือของใช้ชิ้นใหญ่สักชิ้นในบ้าน เราจะคำนวณบวกลบคูณหารดูว่า รายได้เรามีเท่าไหร่-ค่าใช้จ่ายที่ fix ตายตัว (ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเดินทาง ค่าใ่ช้จ่ายส่วนตัวฯลฯ)-เงินออมบางส่วน ถ้ามีเหลือเราถึงจะซื้อของชิ้นนั้นด้วยบัตร และจ่ายให้หมดโดยไม่ผ่อนขั้นต่ำ ทำไมเราถึงบอกว่าเราต้องจ่ายเท่าที่จ่ายไหวเพราะต้องอย่าลืมว่า 

"การใช้บัตรเครดิต คือการที่เรากำลังใช้เงินในอนาคตของเราเอง" 

2. จ่ายให้ตรงเวลา
อย่ามองว่าการจ่ายเลทแค่วันสองวันเป็นเรื่องเล็ก เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการรักษาเครดิตของเราเองเอาไว้ เพราะธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตที่เราถือจะดูว่าเรามีวินัยในการใช้เงินมากน้อยแค่ไหนเขาจะดูจากจุดนี้แหละ เรื่องนี้เมื่อก่อนเราไม่ค่อยให้ความสำคัญ คิดเอาเองว่าแค่เลทไปวันเดียวจะเป็นไรไป แต่คนที่แนะนำให้สมัครบัตรคนแรกนี่แหละที่เตือนไว้ว่าอย่าจ่ายเลทนะ เวลาผ่านไปเราจึงเห็นจริงตามที่เขาบอก เมื่อไหร่ที่เราจะขอกู้ทำอะไรก็ตามทุกอย่างจะถูกอนุมัติเร็วมาก ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเครดิตบูโร ยิ่งพอมาทำงานในแวดวงธุรกิจการเงินก็ยิ่งรู้ว่า ประวัติและวินัยในการใช้เงินของเราเป็นเรื่องแรกที่เขาจะรับเราเข้าทำงานหรือไม่ มันสำคัญขนาดนี้เลยทีเดียว

"อย่าให้เครดิตตัวเองเสียเพราะจ่ายเงินไม่ตรงเวลา"

3. เป็นไปได้อย่าจ่ายดอกเบี้ย 
ต่อเนื่องจากข้อ 1. ที่เคยบอกเอาไว้ใช้บัตรเครดิตเท่าที่เราจ่ายไหวในแต่ละรอบบิล เป็นไปได้ลืมเรื่องการจ่ายขั้นต่ำไปเลยยิ่งดี เพราะอะไรรู้ไหม? เมื่อไหร่ที่เราเริ่มผ่อนขั้นต่ำนั่นหมายถึงสถานการณ์เงินในกระเป๋าของเรากำลังส่งสัญญาณว่าเรากำลังชักหน้าไม่ถึงหลังแล้ว การจ่ายขั้นต่ำคือการเพิ่มหนี้ ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณเป็นรายวันและวิธีคำนวณดอกเบี้ยของผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตโหดไม่ใช่เล่นเลยนะจะบอกให้ เราไม่เคยจ่ายขั้นต่ำเพราะไม่อยากเป็นหนี้

"หลีกเลี่ยงการจ่ายขั้นต่ำ หลีกเลี่ยงการเพิ่มหนี้ทางอ้อม" 

4. ใช้บัตรเครดิตแค่ใบเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่รู้ตัว 
เรามีบัตรเครดิตหลายใบก็จริงจนเต็มกระเป๋า แต่ใช้บัตรมา 8 ปี เราใช้แค่ใบเดียวในการรูดค่าใช้จ่าย เพราะเราเป็นคนไม่เก่งตัวเลขและชอบลืมประจำ เมื่อไหร่ที่ใช้บัตรหลายใบเราจะไม่รู้ว่าแต่ละรอบบิลใช้เงินอนาคตไปเท่าไหร่แล้ว เพื่อไม่ให้ตัวเองสับสนก็เลยใช้แค่ใบเดียวคำนวณง่ายดี

5. ใช้คะแนนจากบัตรให้เป็นประโยชน์ 
สืบเนื่องจากข้อ 4. การใช้บัตรเพียงใบเดียวในการใช้จ่ายนอกจากจะคำนวณค่าใช้จ่ายง่ายแล้ว ยังมีข้อดีตรงที่คะแนนในบัตรจะถูกสะสมไว้เรื่อย ๆ แล้วมันดียังไง คะแนนพวกนี้มีประโยชน์มากเมื่อเราสะสมไว้มาก ๆ ทุกปีเราจะใช้คะแนนแลก gift voucher จากห้างได้ 1,000-2,000 บาท เอาไว้ช้อปปิ้งเบา ๆ หรือถ้าคะแนนเหลือเยอะก็อาจไว้แลกห้องพักตามรีสอร์ทต่าง ๆ ฟรี บางครั้งอาจใช้โปรโมชั่นมาสองจ่ายหนึ่งตามร้านอาหารที่ร่วมโปรกับบัตร หรือครั้งล่าสุดเราจำเป็นต้องซื้อของใช้จำเป็น ราคาเต็ม ๆ อยู่ที่ 5,800 บาท ใช้คะแนนบัตรเครดิตเท่ากับราคาลดได้อีก 20% ใช้ gift voucher ที่สะสมไว้ใช้คูปองร่วมสนุกที่ห้างมีไว้ สรุปราคาที่ต้องจ่ายจริงแค่ 3,200 บาท ลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

"ใช้คะแนนบัตรเครดิตที่มี ให้เป็นประโยชน์ เผลอ ๆ ได้ของที่ต้องการในราคาที่ถูกแสนถูก" 

บัตรเครดิตใช้ให้เป็นจะช่วยเราได้เยอะ สะดวกสบายลดปัญหาการพกเงินสด...หลายครั้งที่เงินสดในกระเป๋ามีอยู่แค่ 1,000 บาทเพื่อไว้จ่ายค่าอาหารและค่าเดินทางเท่านั้น ที่เหลือเราจ่ายผ่านบัตรหมด แต่ถ้าใช้ไม่เป็นก็เห็น ๆ กันอยู่เป็นหนี้ที่ต้องใช้กันเหนื่อย ยิ่งใช้บัตรหลายใบเป็นหนี้หลายบัตร ลงท้ายด้วยการใช้บัตรนี้โปะบัตรนู้น เป็นการแก้ปัญหาที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่ง สุดท้ายเมื่อแก้ไม่ได้ก็ลงเอยด้วยการเป็นหนี้บัตรเครดิตติดแบล็กลิสต์ หนี้พวกนี้หนีได้ไม่นานยังไงก็ต้องจ่ายอยู่ดี 

"จ่ายให้ครบจ่ายให้ตรงเวลาเราจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยและไม่เสียประวัติ"
SHARE
Writer
KCstory
Writer
นักฝัน ที่อยากแบ่งปันมุมมองชีวิตผ่านตัวหนังสือให้คนที่ไม่รู้จักอ่าน

Comments