คนเดียว
หลังจากเลิกกับเขาไปเมื่อครึ่งปีก่อน ชีวิตของเธอก็ดำเนินไปอย่างปกติ อย่างคล้ายเดิมก่อนจะเจอเขา


เธอเป็นพนักงานเงินเดือนธรรมดาคนหนึ่งในออฟฟิศย่านกึ่งใจกลางเมือง คอนโดที่เธอพักอาศัยอยู่ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำงานเพียงห้านาทีในการเดินเท่านั้น เป็นห้องนอนเดี่ยวขนาดสามสิบสองตารางเมตร บนชั้นที่สิบสี่ห้องริมขวาสุดของมุมตึกที่สามารถมองเห็นวิวของกรุงเทพได้อย่างชัดเจนกว้างกว่าห้องอื่น


ตารางชีวิตของเธอแต่ในละวัน ผ่านไปอย่างเรียบง่ายไม่มีอะไรหวือหวา
นาฬิกาปลุกทุกเจ็ดโมงสี่สิบห้า อาบน้ำแต่งตัวกินข้าวเช้า เดินไปทำงานในเวลาแปดโมงห้าสิบ ทันเวลาเข้างานตอนเก้าโมงแบบพอดีไม่ขาดไม่เกิน เวลาเลิกงานของเธอทุกวันคือหกโมงเย็น หลังจากตอกบัตรเดินกลับห้องภายในเวลารวดเร็วไม่เกินหนึ่งทุ่ม


จากนั้นโลกทั้งใบของเธอจะถูกโอบคลุมด้วยความเงียบผ่านทั้งค่ำคืน จนกว่าเสียงนาฬิกาปลุกของเช้าวันใหม่จะดังขึ้นอีกครั้ง


คนที่ทำงานชอบพูดว่า "อยู่คนเดียวแบบนี้ ต้องเหงาตายแน่เลย" เธอเลือกที่จะไม่นึกหาคำพูดสวยหรูใดตอบกลับ นอกจากเพียงรอยยิ้มบาง ให้พวกเขาทึกทักไปตามอย่างที่นึกคิดและตัดสินแบบนั้นต่อไป หลายครั้งการพูดความจริงที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เขาคิดไว้ ไม่ได้ทำให้พวกเขาเข้าใจอะไรถูกขึ้นมา รั้งแต่จะพาลเข้าใจผิดมากขึ้นไปกว่าเดิมด้วยซ้ำ


เธอไม่เคยรู้สึกเหงา.. เพราะเวลาว่างของเธอมักจะหมดไปกับการอ่านหนังสือ ดูซีรี่ส์เกาหลี ทำอาหารเย็น ซักผ้า เก็บกวาดห้องฯลฯ หรืออย่างบางอาทิตย์ก็มีนัดเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยม เพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย คนรู้จักที่ยังติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอประปรายบ้างตลอด 

สำหรับบางคนอาจจะคิดว่าชีวิตแบบนี้ช่างเงียบเหงา.. แต่คงไม่ใช่สำหรับเธอ


เพื่อนเก่าหลายคนบอกว่าตั้งแต่เลิกกับเขาคนนั้น เธอดูเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน เธอหัวเราะและยอมรับด้วยความสัตย์จริงว่าใช่ เธอคนเดิมที่อยู่คนเดียวไม่เป็นคนนั้นได้ตายไปพร้อมกับเขาแล้ว ชีวิตของเธอตอนมีเขาอยู่ในชีวิต กับหลังเขาจากไปช่างแตกต่างกันเหลือเกิน


ตั้งแต่เลิกกันไปด้วยเหตุผลงี่เง่า ทำให้เธอมีเวลาหมกมุ่นอยู่กับตัวเองคนเดียวแบบฟูลไทม์ในทุกเรื่อง ตั้งแต่เวลาเข้านอน หนังสือเล่มเก่าที่อ่านค้างไว้แรมปี การเดินเล่นดูของในซุปเปอร์สองชั่วโมงโดยไม่มีคนบ่นอยู่ข้างหลัง 

เธอเริ่มเสพติดการใช้ชีวิตคนเดียวขึ้นทุกที..


ทุกวันก่อนเข้านอน เธอมักจะมานั่งอยู่ริมระเบียงพร้อมแก้วช็อคโกแลตร้อนในมือ ทอดสายตาเหม่อมองแสงดาวบนดินจากหลอดไฟระยิบระยับไปทั่วเมืองหลวง ตัดสลับกับผืนฟ้าสีทึบไร้แสงเหนือศีรษะ ในหัวเผลอคิดไปถึงเรื่องของแต่ละวัน

โดยมีทำนองเพลง I Believe ที่ประกอบหนังเรื่อง My Sassy Girl หนังเกาหลีที่เธอกับเขาดูด้วยกันเรื่องแรกดังแว่วผ่านหูฟังไอพอดสีขาววนซ้ำไปมาเพียงเดียว 


ครั้งหนึ่งเธอเคยเสียใจจนรู้สึกไม่อยากหายใจต่อแม้แต่เพียงวินาทีเดียว หากแต่คืนนี้




เธอยิ้ม..  :)




SHARE
Writer
mmanee
alien
It's me.

Comments

OnlyWeKnoww
1 year ago
อยากทำได้แบบนี้บ้างจัง
Reply
mmanee
1 year ago
อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยค่ะ :)