Crystal Snow
ยามเมื่อหิมะตกกระทบปลายเท้าของฉัน

   ...ดูท่าวันนี้หิมะจะตก...

   เธอกำลังนั่งบนเก้าอี้โยกข้างเตาผิง สวมสเวตเตอร์ตัวหนา หลับตาฟังเสียงกล่องดนตรีคริสตัลบอลไขลานที่ได้เป็นของขวัญวันอีสเตอร์เมื่อหลายปีก่อน 


   ...หิมะกำลังตก...

   มือเรียวขาวซีดผลักประตูไม้บานเก่าออกช้าๆ ทันทีที่ประตูเปิดออก ลมหนาวก็แล่นเข้าปะทะใบหน้าซีดโดยไม่ทันตั้งตัว เธอย่นคอน้อยๆ อย่างต้องการหลบความหนาวที่แล่นเข้ามาทักทายโดยที่เธอไม่ได้เชื้อเชิญ 

   "เฮ้อ" เจ้าของร่างผอมซีดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนหมุนตัวหยิบเอาผ้าพันคอผืนหนาใกล้ๆ มือขึ้นมาพันรอบคอเพื่อหวังให้คลายความหนาว อย่างไรก็ตาม วันนี้เธอก็ต้องไปยังที่แห่งนั้นให้ได้!!!


   ...หิมะกำลังตกหนัก...

   สองเท้าที่สวมบู๊ทกันลื่นสีแดงสดก้าวไปตามถนนด้วยความระวัง สองมือขาวซีดถูกห่อหุ้มด้วยถุงมือถักสีดำสนิทกระชับเสื้อโค้ทตัวยาวหนาสีเดียวกับถุงมือ จังหวะเดียวกับลมหนาวที่พัดมาต้องใบหน้าขาวซีดจนตอนนี้มันเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากบางขยับสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ อากาศวันนี้หนาวเกินไป


   ...หิมะตกหนักขึ้นราวกับกำลังจะเกิดพายุหิมะ...

   ระยะทางอีกไม่ไกลแล้วสำหรับที่แห่งนั้น เอาเข้าจริงๆ มันห่างจากบ้านของเธอไปไม่เท่าไหร่ มันไม่ควรจะต้องใช้เวลานานในการเดินทางเสียด้วยซ้ำ หากเป็นปกติเธอคงจะวิ่งไปยังที่แห่งนั้นแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เธอหนาวจนทำให้การก้าวขาแต่ละครั้งดูจะยากลำบากราวกับเธอกำลังเดินโดยมีทั่งสิบตันถ่วงขาเอาไว้ แต่เธอก็ต้องไป ยังไง...ก็ต้องไปที่แห่งนั้นให้ได้


   ...หิมะตกหนาเกินไป...

   เธอเลือกที่จะเดินหลบเข้าไปในร้านขนมปังใกล้ๆ เพราะหิมะตกหนักเกินกว่าที่เธอจะยังรั้นที่จะไป

   กรุ้งกริ้งๆ...  
 
   เสียงกระดิ่งประตูร้านดังขึ้นเรียกหญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีให้เงยหน้าขึ้นจากแก้วชาอุ่นและหนังสือพิมพ์ที่เธอกำลังอ่าน เจ้าของร้านขยับแว่นสายตาสองสามครั้งก่อนแย้มรอยยิ้มเมื่อเห็นเด็กหญิงยืนนิ่งอยู่หน้าประตู

   "หิมะตกหนักขนาดนี้ ฉันไม่คิดเลยว่าจะมีลูกค้าคนไหนยอมออกจากหน้าเตาผิงเพื่อมาเผชิญอากาศหนาวเพียงเพราะต้องการซื้อขนมปังพวกนี้"

   "จริงๆ หนูไม่ได้ตั้งใจมาซื้อขนมปังค่ะมาดาม แต่อากาศข้างนอกเลวร้ายเกินไปและตอนนี้หนูกำลังหิว ถือว่ายังมีโชคอยู่บ้างที่เจอร้านของคุณ" เธอตอบพร้อมถอดโค้ทและหมวกแขวนไว้ตรงที่แขวนโค้ทของร้านขนมปัง

   "เลือกขนมปังไปกินเถอะ ฉันให้...ยังไงดูท่าหิมะคงไม่หยุดตกง่ายๆ" เจ้าของร้านเอ่ยพลางรินชาคาร์โมมายด์ร้อนๆ ลงในแก้วชากระเบื้องเคลือบอย่างดีก่อนยื่นส่งให้เธอ เธอโค้งน้อยๆ เป็นการขอบคุณก่อนยกแก้วชาไปวางไว้บนโต๊ะไม้เล็กๆ ใกล้หน้าต่างกระจกของร้านโดยไม่ลืมหยิบขนมปังเนยสดติดมือไปสองก้อน เธอทอดสายตาไปนอกหน้าต่างและภาวนาให้หิมะตกเบาลงสักที

   "หนูกำลังจะไปที่ไหนเหรอ" 

   "ตรงไปอีกไม่ไกลค่ะมาดาม เป็นสถานที่ที่มีสิ่งสำคัญอยู่"

   "ที่แห่งนั้นเป็นความลับหรือ หนูจึงบอกไม่ได้"

   "สำคัญสำหรับหนู แต่อาจธรรมดาสำหรับคนอื่น" เธอตอบพร้อมแย้มรอยยิ้มบางๆ 


   ...หิมะยังคงตก...

   ความเงียบเข้าครอบงำคนสองคนในร้าน มีเพียงเสียงลมหายใจ เสียงไม้ฟืนที่ถูกเผาไหม้ในเตาผิงเก่าๆ และกลิ่นขนมปังที่ลอยอบอวลไปทั่วร้านที่ทำให้รู้ว่าที่นี่ไม่ได้ไร้ชีวิต

   "หนูต้องไปแล้ว เลยเวลามามากเกินไปแล้วค่ะ ขอบคุณในความกรุณา...มาดาม" เธอลุกขึ้นยืนพร้อมโค้งกล่าวขอบคุณเจ้าของร้านก่อนเดินไปหยิบเอาโค้ทและหมวกมาจัดการสวมให้เหมือนเดิม รอยยิ้มบางๆ ปรากฎบนใบหน้าเธออีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูร้านออกไปเผชิญลมหนาวและหิมะที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่อง

   "ขอให้หนูถึงที่หมายโดยปลอดภัย" เจ้าของร้านบอกลาเธอก่อนที่ประตูจะปิดลง...
   
   ...กรุ้งกริ้งๆ... 

   ร้านขนมปังกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เจ้าของร้านขยับแว่นสายตาสองสามครั้งก่อนยกชาขึ้นมาจิบพร้อมอ่านหนังสือพิมพ์ในมือต่อ


   ...หิมะกำลังโปรยปราย...

   เธอพ่นลมหายใจออกเป็นไอสีขาวขุ่น ถึงหิมะจะไม่ได้ตกหนักเหมือนตอนก่อนหน้าแต่ก็ต้องยอมรับว่าอากาศวันนี้มันหนาวบัดซบจริงๆ รองเท้าบู๊ทกันลื่นสีแดงสดใกล้พาเจ้าของมันไปถึงจุดหมายแล้ว 

   "อีกนิดเดียว" ริมฝีปากบางสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ขณะที่เธอเอ่ยประโยคนี้ ดวงตากลมมองจ้องไปยังช่องว่างระหว่างต้นไม้ใหญ่สองต้นที่อยู่ไม่ไกลจากเธอเท่าไหร่แล้ว


   ...หิมะกำลังหยุดตก...

   เจ้าของรองเท้าบู๊ทกันลื่นสีแดงสดเร่งฝีเท้าจากที่เดินเชื่องช้าในคราแรกเป็นการกึ่งวิ่งกึ่งเดิน เวลานี้ดูเหมือนหิมะที่ละลายบนพื้นไม่เป็นปัญหากับเธอสักเท่าไหร่ เธอไม่กลัวว่าตัวเองจะลื่นล้มเหมือนก่อนหน้า เธอรู้เพียงว่า...เธอต้องรีบไปที่นั่น


   ...หิมะหยุดตกแล้ว...

   แสงอบอุ่นเข้ากระทบผิวหน้าทันทีที่เธอเดินผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้สองต้นเข้ามา มือขาวซีดบรรจงถอดถุงมือออกแล้วใส่มันไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำก่อนถอดเสื้อโค้ทตามแล้วพาดมันไว้กับแขนผอมๆ ของตัวเอง

   สายลมอุ่นๆ ผ่านเข้ามาปะทะร่างกายเชิงทักทาย เธอหลับตาสูดกลิ่นหอมของแดดและไม้ดอกแถวนั้นก่อนก้าวเดินต่อไปยังบ้านหลังเล็กน่ารัก

   ก๊อกๆๆ

   มือเรียวยกขึ้นเคาะประตูก่อนเจ้าของบ้านขนปุกปุยจะเปิดออกมาต้อนรับแขกที่มาสายไปเป็นชั่วโมง ใบหูยาวใหญ่กระดิกขึ้นลงเบาๆ เช่นเดียวกับหนวดสีขาวทั้งสองด้านของจมูก เจ้าของบ้านตัวขนขยับยิ้มกว้างจนเผยฟันยาวสองซี่ด้านหน้าที่เก็บไม่ได้ ก่อนถือวิสาสะหยิบเสื้อโค้ทชุ่มหิมะของแขกไปถือไว้เองแล้วดึงข้อมือเธอให้เดินตามเข้าไปในบ้าน
 .
 .
 .
   ...หิมะกำลังตก...

   กล่องดนตรีคริสตัลบอลหยุดลงหลังหมดลานไข ดวงตากลมค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ เธอจ้องคริสตัลบอลก่อนตัดสินใจเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาเพื่อนจะไขลานอีกครั้ง

   "ถึงเวลาทำกายภาพแล้วค่ะคุณหนู" เธอหยุดมือค้างกลางอากาศทันทีที่ได้ยินเสียงพยาบาลที่แม่ของเธอจ้างให้มาดูแล

   "เข้าใจแล้วค่ะ" มือขาวซีดวางคริสตัลบอลลงที่เดิมก่อนขยับตัวนั่งดีๆ ให้พยาบาลเข็ญวิลแชร์ออกไป ถึงเวลาที่เธอต้องไปยังที่แห่งนั้นแล้ว
.
.
.
.
   กระต่ายขนปุยสีขาวตัวโตขยับใบหูยาวเบาๆ จ้องมองเด็กหญิงที่เพิ่งถูกเข็ญออกไป เขากำลังจ้องมองเธอจากในคริสตัลบอลและอวยพรให้เธอกลับมาใช้ชีวิตเยี่ยงเด็กหญิงธรรมดาทั่วไป...


สักวันหิมะที่ตกลงบนรองเท้าคู่สวยจะมลายหายไป
  

    

SHARE
Writer
Daffodil_lalalla
writer , reader
มีหนังสือดีๆ สักเล่มที่อยากแนะนำมั๊ยฮะ ?

Comments

ladydevil666
7 months ago
หักมุมแบบใจร้าวมากมาย
Reply