Car3 การเปลี่ยนแปลงที่ 'เห็น' ได้ด้วย'หู'
 

1
--ผมไม่ชอบรถแข่ง -
ไม่ชอบแต่งรถ และไม่ชอบความเร็ว จึงไม่แปลกที่ Car 1 เป็น Animation ของ Pixar ที่ไม่ได้สร้าวความประทับใจอะไรเลย ภาค 2 ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผมจึงพล็อตไม่ได้ด้วยซ้ำ

ในภาค 3 ก็ไม่ได้ตั้งใจจะดูไรหรอก แต่เพราะขับรถทางไกล เลยเปิดให้ลูกดูและผมขับรถฟังอย่างไม่ได้สนใจอะไรเหมือนเดิม


2

"ความจริงรวดเร็วเสมอ"
จำไม่ได้หรอกว่าตัวละครตัวไหนพูด เพราะไม่ได้ดู แต่เพราะการไม่ได้ดูแหละถึงได้ยิน บทพูด การกระทำของตัวละครเด่นชัด จนสร้างภาพในหัวได้เลยทีเดียว เพราะไม่ต้องดูงานภาพ ความจริงของแก่นเรื่องจึงชัด ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก เหลือเพียงความจริง และความจริงก็รวดเร็วเสมอ

 
3

แก่นเรื่องที่ Car 3 ต้องการบอกคือ การเสื่อมถอย อีโก้ การส่งต่อ และการทำงานเป็นทีม
เรื่องราวของ Lightning ตัวเอก ยอดนักแข่ง แต่ภาคนี้โดนดาวรุ่งที่มาใหม่ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่รุ่นเก่าเช่นเขาไม่มี เขาจึงต้องดิ้นรน จนไปเจอเทรนเนอร์และผู้สปอนเซอร์ที่ต้องการให้เขาแขวนยาง มาทำธุรกิจ แต่พระเอกขอให้เขาได้ลงแข่งเป็นรายการสุดท้าย และเรื่องราวที่ทำให้เขาต้องยอมรับตัวเองก็ก่อกำเนิดขึ้น


4
เรื่องที่ต้องการบอกจริง ๆ ของ Car ภาคนี้คือการต้องการให้ยอมรับตัวเอง เวลานำความสำเร็จมาให้และพรากมันไปด้วยความเจ็บปวดเสมอ

เวลาจะสร้างปัญหา แต่ก็แก้มันให้ด้วย อยู่ที่ว่าเราจะเรียนรู้ที่จะอยู่กับเวลาได้มากแค่ไหน

"เมื่อเลือกที่เปลี่ยนแปลงต้องหัดหาแง่มุมที่เราไม่เคยรู้มาก่อน" คำสอนของรถรุ่นเดอะที่สอนให้ตัวเอกหัดวิ่งตามหลังผู้นำ เพื่อลดแรงเสียดทาน คำสอนนี้เกือบคล้ายการตบหน้าตัวเอกผู้อยู่บนยอดหอคอยมาตลอด

ทั้งการเป็นผู้ตาม การหาจังหวะแบบพวกขี้โกง แน่นอน Lightning ไม่ยอม...

 
5

ในวัย 35 ของผม บทนี้บอกอะไรหลาย ๆ อย่าง ความห่ามที่น้อยลง แต่ยังคงคุกกรุ่นด้วยอีโก้ที่สะสมมา เวลายังไม่ได้มอดดับเกียรติยศที่อยู่เต็มบ่าตลอดการทำงานมากว่า 15 ปี แบบนี้ผมจึงยังมุ่ง พุ่งไปด้วยหัวใจที่ร้อนรน แต่ไม่ได้มีแรงกายแรงใจแบบวัยรุ่น

การหกล้ม บาดเจ็บมันรุนแรงกว่าเดิม เจ็บปวดกว่าเดิม และเยียวยายากกว่าเดิมหลายเท่านัก 

สิ่งที่หายไปในหัวใจและหัวคิดกลับเป็นการพร้อมจะเรียนรู้และเปิดรับ หดหายไปกลายเป็นน้ำเต็มแก้วที่เต็มไปด้วยตะไคร้น้ำและซากลูกยุง

คงถึงเวลาเทน้ำเน่าในแก้วทิ้ง แล้วเติมเต็มในสิ่งใหม่ในแง่มุมที่ไม่เคยเรียนรู้ มองในสิ่งที่จำเป็น และพยายามมองให้เห็นในสิ่งที่มีค่ามากกว่าอยู่ไปแบบฆ่าเวลาไปวัน ๆ 

 
6

ตอนจบของเรื่องไม่ได้อยู่เกินความคาดหมาย แต่ก็ได้อะไรหลายอย่าง การมองหาหน้าที่ที่เหมาะสม
Put the right man on the right job 
ยังคงใช้ได้ในทุกสถานการณ์ เราไม่ได้เก่งไปทุกอย่าง แม้จะพยายามแค่ไหน ก็สู้คนที่เขาเกิดมาเพื่อทำไม่ได้หรอก


ช่องว่างความต่าง ช่วงเวลาที่ท๊อปฟอร์มมันต่างกัน คลื่นลูกใหม่กลบลูกเก่าเสมอ แต่ผู้ที่จะอยู่รอดคือมองให้ออกเลือกทำในสิ่งที่ตนถนัด และสิ่งที่เห็นชัดคือการทำงานเป็นทีม การทำคนเดียวต้องมีแรง ถ้าหมดแรงก็ตาย ถ้าเมื่อไหร่ที่มาเป็นทีม เมื่อวันที่คุณไม่มีพลัง แต่สมองคุณยังเป็นพลังให้ทีมต่อไปได้ แต่ท้ายที่สุดจริง ๆ คือการทุ่มเททำงานและสร้างผลงานให้ได้

 
7

"มองตัวเองให้ออก ลอกสิ่งไม่จำเป็นทิ้ง เลือกทำในสิ่งที่ตนถนัดและทำได้ดี เรียนรู้ในแง่มุมที่ตนเองทำได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม " 

นี่คือสิ่งที่ผมเรียนรู้จากการ 'ฟัง' หนังการ์ตูนที่ผมไม่ชอบ ตอกย้ำแก่นเรื่องที่แกะออกมาที่ว่า

"ความจริงรวดเร็วเสมอ"
 
 


#BooksterWatch
#Bookster
#MoviesReview
SHARE
Writer
imonkey7
ขี้เกียจ
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments