17 นาฬิกา 35 นาที
"เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้!"

สิ้นเสียงผู้กำกับ บรรดาผึ้งงานในกองถ่ายต่างลุกไปทำหน้าที่ของตัวเอง ขณะที่ไคล์ลุกจากเก้าอี้หน้ามอนิเตอร์ เครื่องแบบทหารอังกฤษยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ขับเน้นรูปร่างสูงโปร่งน่ามองของเขา แม้ว่าใบหน้าจะกระด่างกระดำด้วยเมคอัพทำขึ้นเพื่อฉากสู้รบก็ตาม

ชายหนุ่มส่งยิ้มกว้างเห็นฟันขาวให้คนรักที่ยืนรออยู่ริมกำแพงสตูดิโอ ยังไม่ทันเดินไปถึงตัว ผู้กำกับและทีมงานมาห้อมล้อมเขาไว้ ช่อดอกไม้ถูกส่งต่อกันมาจนถึงมือชายหนุ่ม และผู้กำกับก็โอบบ่าเขาและประกาศให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน

"วันนี้เป็นวันสุดท้ายในการถ่ายทำของไคล์! อย่างที่เราเห็นกันแล้ว เขาเป็นนักแสดงที่ทุ่มเทและมีความสามารถมาก ขอบคุณมากนะสำหรับหลายเดือนที่ผ่านมา!"

ละลินมองภาพชายหนุ่มที่หัวเราะไปกับเสียงเฮฮาจากทีมงานด้วยรอยยิ้ม เธอรู้สึกว่ามีใครบางคนมายืนอยู่ใกล้ๆ จึงหันไปมอง และพบว่าเป็นช่างแต่งหน้าคนที่เธอเจอเมื่อก่อนหน้านี้

"เขาดูดีใช่ไหมล่ะ?"

เธอพูด โดยไม่มองหน้าละลิน

"ค่ะ คุณแต่งหน้าเก่งมากเลย"
"ขอบใจ..."

ละลินรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาที่เธอ ข่างแต่งหน้าสาวไม่คิดจะปิดบังอาการดูถูกเธอเหมือนเวลาอยู่ต่อหน้าไคล์ เธอมองละลินตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเบะปากเบาๆ

ละลินไม่สนใจเธอ แต่จับจ้องคนรักด้วยรอยยิ้ม

ต้องขอบคุณประสบการณ์การทำงานหลากหลายของเธอ ละลินรับมือกับคนมาทุกแบบ รวมทั้งแบบช่างแต่งหน้าคนนี้ด้วย

อิจฉาใช่มั้ย เดี๋ยวแม่จะทำให้อกแตกตายไปเลย...

"ละลินครับ นี่จอห์น ผู้กำกับของเรา จอห์น นี่ละลิน แฟนผมครับ"

ไคล์พาผู้กำกับหนังพุงพลุ้ยมาแนะนำให้เธอรู้จัก ละลินส่งยิ้มหวานพลางจับมือจอห์นและเอ่ยทักทาย แล้วยื่นมือไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าคนรัก พร้อมทั้งไล้แก้มเขาเบาๆ

ไคล์เปลี่ยนมายืนโอบบ่าเธอด้วยความเคยชิน แต่ที่ไม่เคยชินคือรอยยิ้มหวานฉ่ำ กับดวงตาเป็นประกาย และแม้จะยังสนทนาอยู่กับจอห์น มือของเธอก็เลื้อยมาโอบเอวเขาไว้อย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

มาแปลกแฮะวันนี้...

"คุณรอตรงนี้แป๊บนึงนะ เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนชุดก่อน จะได้ไปส่ง"
"โอเค ขอบคุณนะคะ ที่รัก"

นักแสดงหนุ่มเปลี่ยนจากแปลกใจเป็นตกใจ เมื่อหญิงสาวยืดตัวขึ้นจูบที่ริมฝีปากเขา กระนั้นเขาก็จูบตอบเธออย่างตามใจ เพียงครู่เดียวละลินก็เป็นฝ่ายถอนจูบแล้วส่งยิ้มหวานให้เขา ไคล์มองเธออย่างไม่มีสตินัก

"ไปได้แล้วค่ะ ฉันจะรออยู่แถวนี้นะคะ"

เธอผลักเขาเบาๆ เมื่อเห็นว่าเขายังยืนนิ่งทอดสายตามองเธออย่างงุนงงอยู่ ละลินเหลือบมองไปทางช่างแต่งหน้าสาวที่คุยกับเธอเมื่อครู่ เมื่อเห็นสีหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อของหล่อนแล้ว หญิงสาวก็ลอบยิ้มกับตัวเองในใจ

ไคล์มองตามสายตาของคนรัก และไม่ต้องเป็นนักจิตวิทยา เขาก็พอจะเดาได้ว่าละลินกำลังเล่นสงครามประสาทกับแคลร์ ช่างแต่งหน้าประจำกองของเขา และเขาก็จะไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปง่ายๆ

"ที่จริงแล้ว ไปพร้อมกันดีกว่า เผื่อคุณจะได้ช่วยผม ... เปลี่ยนชุด"

คำสุดท้ายไคล์ก้มลงกระซิบข้างหูละลิน ที่หลุดจากบทสาวมั่นในทันที แก้มนวลขึ้นสีเรื่อ หญิงสาวค้อนควักแล้วแอบหยิกเอวเขาเบาๆ

"ไปหาห้องเถอะไป๊!"

เสียงใครบางคน น่าจะเป็นมาร์ค ดังมาจากที่ไหนสักแห่งในสตูดิโอ ตามด้วยเสียงหัวเราะครืนจากทีมงานที่วิ่งวุ่นเก็บของอยู่รอบข้าง ไคล์จูงมือละลินเดินออกจากสตูดิโอพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ

................................

"แบบนี้คุณก็ว่างแล้วสิคะ"
"ครับ"

ละลินกัดริมฝีปากตัวเอง คำถามที่อยู่ในใจนั้น คือคำถามที่อยากรู้ แต่ไม่อยากถาม

"มีอะไรเหรอครับ?"
"แล้ว... คุณจะกลับอังกฤษหรือเปล่าคะ?"
"ครับ กลับสิ"

ไคล์พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ละลินสะอึกไป ไม่คิิดว่าเขาจะตอบออกมาง่ายๆ แบบนี้ เธอเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ รู้ทั้งรู้ว่าอย่างไรวันหนึ่งเขาก็ต้องไป แต่เธอก็ยังปล่อยตัวปล่อยใจไปรักเขา

ผู้หญิงโง่ๆ ง่ายๆ ไม่มีค่าอะไร ก็แค่อีกาที่ฝันอยากจะเป็นหงส์... เป็นไงล่ะ ละลิน สาแก่ใจหรือยัง? อยู่เป็นโสดดีๆ ไม่ชอบ...

"ผมว่าจะถามอยู่พอดี คุณพอจะลางานซักเดือนนึงได้ไหมครับ? จะได้ไปด้วยกัน..."

หา?

เหมือนใครเหยียบเบรกดังเอี๊ยดในหัว ความคิดวุ่นวายทั้งหลายของละลินหยุดลงทันที

"คะ?"
"ไปอังกฤษไงครับ ไปลอนดอน บ้านผม"
"ไม่ค่ะๆ คือ คุณหมายถึงคุณจะกลับไปแค่เดือนเดียวเหรอคะ?"
"ครับ ผมว่างแค่เดือนหน้านี่แหละ แล้วก็ต้องกลับมาเริ่มโปรเจคท์ใหม่.... เดี๋ยวนะ... คุณคงไม่ได้คิดว่าผมจะย้ายกลับไปเลยใช่ไหม?"

ละลินระบายลมหายใจออกมา ขณะที่ค่อยๆ เอนหลังอย่างผ่อนคลายลงบนเบาะหนังนุ่ม

"ก็คุณทำงานเสร็จแล้วนี่ ฉันก็นึกว่าคุณจะกลับไปเลย"

ไคล์ส่ายหน้าเบาๆ ไม่รู้ว่าแฟนสาวของเขาคิดไปถึงไหนแล้วเมื่อกี้

"ละลินครับ ผมจะลำบากหาอพาร์ทเมนต์ไปทำไม ถ้าจะอยู่แค่เดือนเดียวแบบนี้ ผมไม่ได้บอกคุณเหรอว่าผมได้โปรเจคท์ใหม่ ยังต้องอยู่ที่นี่ไปอีกอย่างน้อยๆ ก็ครึ่งปีล่ะ อีกอย่าง... คิดว่าผมจะกลับไปโดยไม่บอกคุณได้เหรอ?"
"ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ..."

ละลินบ่นอุบอิบ ดีนะที่ไคล์อ่านใจเธอไม่ได้ ไม่งั้นเธอต้องอายมากกว่านี้ ที่คิดไปถึงไหนต่อไหน

"ที่รัก... คุณสลัดผมทิ้งง่ายๆ แบบนั้นไม่ได้หรอกนะ"

ไคล์เอ่ยยิ้มๆ ทั้งที่ยังมองถนนอยู่ หญิงสาวหัวใจพองโตไปกับคำพูดของเขา ถึงจะยังไม่แน่ใจ ถึงจะยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ละลินก็หวัง ... อาจจะถึงขั้นอธิษฐานกับพระเจ้าองค์ใดก็ตามที่ฟังเธออยู่ ว่าขอให้รักครั้งนี้ของเธอยืนยาวตราบนานเท่านาน

"ตาคุณแล้วนะ"
"คะ?"

ละลินตื่นจากภวังค์ เธอหันไปมองคนขับรถอย่างงงๆ นี่เธอมัวแต่เหม่อจนลืมฟังเขาหรือ?

"ผมเรียกคุณว่าที่รักแล้ว คุณเรียกผมว่าที่รักบ้างสิครับ แบบเมื่อกี้ ในสตูดิโอน่ะ"
"นั่นมัน..."
"นะครับ... นะ?"
"ที่รั.... โอ๊ย ไม่ไหวค่ะ เขิน"

ละลินหัวเราะออกมาด้วยความกระอักกระอ่วน แปลกดี ทั้งที่เธอเรียกเพื่อนสาวๆ ของเธอแทบทุกคนว่าที่รัก แต่พอเป็นคนรักจริงๆ เธอกลับไม่กล้าเรียกเขาแบบนั้น

ไม่สิ จะว่าไม่กล้าก็ไม่ถูก แต่เรียกแล้วมันเหมือนเป็นแฟนกันจริงๆ นี่นา

เดี๋ยวนะ ละลิน... ตั้งสติดีๆ เธอก็เป็นแฟนกับไคล์ไม่ใช่เหรอ? ก็ถูกแล้วมั้ย?

ไคล์มองละลินหัวเราะสลับกับทำหน้ายุ่งด้วยความขัน คนรักของเขาไม่รู้ตัวหรอกว่าคิดอะไรก็ออกมาทางสีหน้าหมด

อย่าไปบอกเธอเชียวล่ะ เพราะเธอคิดว่าตัวเองตีหน้านิ่งได้เก่ง

"ที่รักครับ"
"อย่าเรียกแบบนี้สิคะ นี่ฉันเขินจริงๆ นะ"
"ทีเมื่อกี้ไม่เห็นเขิน"
"ก็นั่นฉันตั้งใจประชดยัย... เอ่อ คนอื่นนี่คะ"

ไคล์พยักหน้า

"ผมรู้"
"คุณรู้?"
"เห็นแบบนี้ผมก็ไม่โง่นะครับ"
"คุณไม่โกรธเหรอ?"
"โกรธทำไม คุณไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ ดีซะอีก จะได้ไม่มีคนมาวุ่นวายกับผม เพราะแฟนผมขี้หึง"
"ไม่ได้หึงค่ะ..... แค่หวง.... นิดนึง"

สบตากันแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ บรรยากาศดีๆ แบบนี้ เป็นเพราะอยู่ด้วยกันใช่ไหม? ละลินคิด

ถ้าอย่างนั้น .... ก็อย่าได้แยกจากกันไปไหนเลย

..........................................

7.17 pm
SHARE
Writer
Kurolilly
translator
I'm a translator yet I lost in translation.

Comments