ศรัทธาและความหวัง : (ก) ก่อนออกก้าว
วันนี้ได้ไปธุระที่โรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร แค่ชวนย้อนนึกกลับไปปีที่แล้ว หรือจริงๆก็ผ่านไปราวๆ 4 เดือน กับการที่เรานอนเจ็บ นึกขึ้นได้อีกเรื่องที่ไม่ค่อยได้พูดถึงเลย คือคนเจ็บเยอะมากจริงๆ เจ็บ ป่วย จนห้องเต็มไปหมด แล้วเราถึงได้นอนนอกห้องนั่นแหละ เราได้เห็นอะไรเยอะมากๆจริงๆ นอกจากห้องที่เต็มก็ยังเรื่องของเตียงที่ไม่พออีกด้วย.. ขนาดวันที่เราออก..เรายืนรอไม่ถึงชั่วโมงได้ละมั้ง เตียงที่เคยนอนร่วมอาทิตย์ถูกจัดใหม่ และรับผู้ป่วยคนใหม่ขึ้นเตียงเรียบร้อย
.
มันทำให้เราได้เห็นว่า ทุกเตียงมีคนรอต่อคิวอยู่เสมอน่ะ ทุกๆวันมีคนเจ็บ คนป่วยเสมอ วันละมากๆด้วย เราได้เห็นอะไรอีกนอกจากเรื่องของตัวเอง เรามองทุกอย่างรอบตัวตลอดสัปดาห์ที่อยู่ตรงจุดนั้น เราเดินจากเตียงไปเข้าห้องน้ำในห้องผ่านเตียงคนเจ็บ คนป่วยหลายคน เข้าไปในห้องคือพื้นที่ของคนเจ็บหนักๆ และอาการปางตายอย่างแท้จริง เทียบกับเราแล้วมันคนละเรื่อง ในห้องคงบาดเจ็บ 70% - 90% และมีห้องฉุกเฉินที่อยู่ระดับ 90% - 100% หรือตายอยู่... เทียบกับเราแค่ 20% ของการบาดเจ็บมันเทียบไม่ได้เลยน่ะ และที่ได้เห็นทุกเวลาคือความทุ่มเทของทั้งหมอและพยาบาล จรรยาบรรณของแพทย์ คือการดูแลผู้ป่วย ซึ่งนับถือทุกคนจริงๆ
.
เราผ่าตัดเจอทั้งที่ทุกคนเรียกว่าอาจารย์หมอ หมอ มีผู้ช่วย มีพยาบาล กับห้องผ่าตัดที่ต้องรอคิว เปลี่ยนตลอดทุกเวลา มันเต็มจริงๆ มันอาจเพราะขาดแคลนด้วยจริงๆ ได้เห็นตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนหลังผ่าตัด การเรียกตรวจเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด มันเป็นอีกความรู้สึกหนึงที่อยากจะขอบคุณ ขอบคุณ หมอและ พยาบาลทุกคนที่ดูแลทั้งเราทั้งผู้ป่วยทั้งหมดนั่นแหละ สิ่งที่หมอพูดก่อนออกมาจากโรงพยาบาลคืออะไรรู้มั้ย...
.
"คงไม่ได้เจอกันอีกน่ะ อย่ากลับมาอีก" มันลึกซึ้งนะ คนไม่ได้ยินกับตัวอาจไม่รู้สึกอะไรแต่เราที่อยู่ตรงนั้นร่วมสัปดาห์ ตื้นตัน เรายิ้มซึ่งตอนนั้นยิ้มแทบไม่ออกเพราะหน้าบวมหมด แต่ก็ยิ้มจากหัวใจจริงๆ ขอบคุณคุณหมอ ขอบคุณคุณพยาบาล นอกจากนั้นก็ยังขอบคุณผู้ช่วยพยาบาลอีกคนนั่นด้วย ตอนเปลี่ยนชุดกลับก็ยิ้มให้ผู้ช่วยพยาบาลและคืนชุดโรงพยาบาล "หายดีละเนอะ" เธอกล่าว "รักษาตัวดีๆ"
.
เหล่านี้แหละที่ทำให้เราเข้าใจคำว่าชีวิตจริงๆ "ขอบคุณ"
กลับออกมาและออกกำลังกายมากขึ้น วิ่งมากขึ้น... หลังจากนั้นก็ได้มาโรงพยาบาลบ่อยๆ ทั้งเยี่ยมมิตรสหาย พี่ป้าน้าอา หลายๆคน รวมถึงธุระด้วย ยิ่งต่อมาอีกไม่กี่วันจากที่ป่วย ได้เห็นไอดอล อย่างพี่ตูนวิ่งเพื่อโรงพยาบาล อันนี้ยิ่งบันดาลใจเราสุดๆ ติดตามดูยันส่งเฮียแกเข้าแม่สายนี่แหละ ทั้งหมดมันคือพลัง คือแรงบันดาลใจ คือสิ่งที่เราจะทำทุกๆอย่างต่อไป จากนี้ไป จริงๆ ..

- L -
08.01.2018


SHARE
Written in this book
ศรัทธาและความหวัง (Believe Faith Hope)
เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรคและขวากหนาม หนทางที่แสนมืดมน เพียงแค่ยัง "ศรัทธา" จะก่อเกิด "ความหวัง" ให้เห็นแสงสว่างในหัวใจ แม้ว่าบางคนจะไม่เข้าใจเธอ จะมองเธอว่าไร้เดียงสาแค่ไหน แค่เพียงเชื่อและศรัทธาในตัวเธอเอง สิ่งที่เธอทำจะไม่สูญเปล่า #Believe_Hope
Writer
ELThanaphat
writer
ข้าพเจ้าว่า ชีวิตมันมีอะไรมากมายนะ เล่าได้ไม่รู้จบ ทั้งดีร้าย แต่บางทีเรื่องเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มากกว่าที่คิดไว้ก็ได้

Comments

Wadeemandimeaw
1 year ago
เราก็เคยป้วนเปี้ยนอยู่ตรงนั้น ต่างกันที่คนบนเตียงคือพ่อ ได้เห็นและรับรู้คล้ายๆ คุณ เป็นกำลังใจให้นะคะ
Reply
ELThanaphat
1 year ago
ขอบคุณกำลังใจครับ ขอบคุณที่อ่านและคอมเม้นท์ด้วยครับ 
สู้ๆเช่นกันน่ะครับ ^^