มองประเทศไทยผ่านระบบ ISO

ระบบ ISO เป็นระบบบริหารคุณภาพที่องค์การขนาดต่างๆ และหลากหลายธุรกิจนำระบบมาปฎิบัติ เพื่อการปรับปรุงองค์การอย่างต่อเนื่อง ถ้าเปรียบเทียบประเทศไทยเหมือนองค์การหนึ่งที่มีกระบวนการ มีปฏิสัมพันธ์ของกระบวนการ โดยอาจพิจารณาได้ถึงความซับซ้อนที่มากกว่ากระบวนการขององค์การทั่วไปตามปกติ และการตีความการประยุกต์ใช้จะมีความแตกต่างจากองค์การทั่วไป ระบบ ISO ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้การบริหารจัดการในมุมมองประเทศไทยเป็นองค์การนั้น เพื่อประโยชน์ของการเป็นแนวนโยบายปฏิบัติการบริหารจัดการ โดยการประยุกต์ใช้ข้อกำหนดที่สำคัญแบบ Integrate Management System และมีการนำระบบมาตรฐาน ISO อื่นๆนำมาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน(Sustainable Development) โดยแนวทางการประยุกต์ใช้สามารถดำเนินการได้ดังนี้

การกำหนดนโยบายและวัตถุประสงค์

ประเทศไทยควรมีการกำหนดวิสัยทัศน์(Vision)ของประเทศอย่างแท้จริง เพื่อนำวิสัยทัศน์ที่กำหนดได้นี้เป็นกรอบในการกำหนดนโยบาย(Policy)และวัตถุประสงค์การบริหารจัดการ(Objective)ต่อไป โดยนโยบายนี้จะถูกกำหนดเป็นกรอบในการบริหารประเทศอย่างมีทิศทางตามวิสัยทัศน์ขององค์การ ซึ่งโดยหลักการแล้วประเทศไทยจะมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามรอบระยะเวลาการบริหาร แต่ประเทศไทยเองควรมีการกำหนดวิสัยทัศน์ของประเทศและการกำหนดแนวนโยบายและแผนงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย รวมทั้งควรมีการสื่อสารให้ประชาชนที่อาจเปรียบเสมือนพนักงานขององค์การได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการบริหารจัดการ และสนับสนุนต่อการบรรลุผล ตัวอย่างเช่น แนวนโยบายการจัดการของประเทศมุ่งสู่การเน้นดัชนีชี้วัดความสุขและผสมผสานการเน้นด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเน้นการพึ่งพาตนเองบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ฝ่ายบริหารจะต้องเข้าใจวิสัยทัศน์การบริหารประเทศ หลักปรัชญาของนโยบาย และกำหนดวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดที่สามารถวัดผลได้อย่างแท้จริง รวมทั้งการระดมสมองเพื่อสร้างแผนงานเพื่อการบรรลุผล

นอกจากนี้แต่กระทรวง ทบวง กรม ควรมีการกำหนดนโยบายการบริหารย่อยของกระทรวงภายใต้ขอบข่ายความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นๆ แบบบูรณาการ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของนโยบายระดับประเทศโดยรวม 

ตัวอย่างเช่น 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรมีการนโยบายด้านการเกษตรที่เปรียบเสมือนเป็น Supplier ที่ส่งเสริมและสนับสนุนต่อกระทรวงอุตสาหกรรมที่เปรียบเสมือนเป็นองค์การผู้ผลิต (Organization) ได้แก่ การนำวัตถุดิบทางการเกษตรนำมาแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหรรมการแปรรูปยางพารา การผลิตน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคหรือพลังงานทดแทน เป็นต้น โดยกระทรวงเกษตรซึ่งเป็นผู้ผลิตต้องมีการวางแผนควบคุมพื้นที่การปลูก เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีจำนวนเพียงพอ และสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่พึงพอใจ และต้นทุนการผลิตของกระทรวงอุตสาหกรรมก็สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกได้

ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร

แนวทางการบริหารตามข้อกำหนดนี้ใช้แนวทางของข้อกำหนดข้อที่ 5 ตามมาตรฐาน ISO 9001:2008 ซึ่งโดยหลักการของการประยุกต์ใช้ตามข้อกำหนดนี้สามารถนำไปพิจารณาได้ดังนี้

• การกำหนดอำนาจ หน้าที่ความรับผิดชอบ

องค์การที่นำระบบ ISO มาปฏิบัตินั้นมีการกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารและพนักงานภายในองค์การ โดยการกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบนั้น จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความรู้ ความสามารถของผู้รับผิดชอบและปฏิบัติในหน้าที่ดังกล่าว สำหรับประเทศไทยนั้นควรมีการมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบของข้าราชการประจำ ข้าราชการทางการเมือง โดยการพิจารณาบนพื้นฐานความรู้ความสามารถของผู้ปฏิบัติ การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ และการอกแบบกระบวนการที่เป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์การหน่วยงาน

• การวางแผนงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

ฝ่ายบริหาร รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีนั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในการบริหารจัดการ การวางแผนเพื่อให้บรรลุนโยบายและวัตถุประสงค์ โดยกรณีที่วิธีการบริหารจัดการที่นำมาปฏิบัติไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมาย จะต้องมีการทบทวนแนวทางการปฏิบัติใหม่หรือการวิเคราะห์หาสาเหตุและการปรับปรุงแก้ไข สำหรับอุปสรรค์ ภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอกจะต้องได้รับการแก้ไข บรรเทาปัญหา การลดผลกระทบจากภัยคุกคามต่างๆ

• การสื่อสารภายในและภายนอก

ฝ่ายบริหารจะต้องมีการวางแผนการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกที่มีประสิทธิผล การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศน์เพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิผลทั้งสื่ออินเตอร์เน็ท โทรทัศน์ วิทยุ การใช้สื่อสารผ่านดาวเทียม โดยการวางแผนการสื่อสารภายในนั้นคือการสื่อสารต่อประชาชนในประเทศที่อาจมีวิธีการรับรู้สื่อต่างๆ และมีระดับความรู้ การศึกษา วัฒนธรรม ภาษาท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ฝ่ายบริหารจะต้องเข้าใจถึงเนื้อหาสาระที่ต้องการสื่อสาร และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้รับรู้ที่ชัดเจน และควรมีการวัดประสิทธิผลของการสื่อสาร เช่น การทำโพลสำรวจการรับรู้ของประชาชน สำหรับการสื่อสารภายนอกนั้น คือการสื่อสารประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของต่างประเทศ เพื่อการดึงดูดความสนใจในการเข้ามาลงทุนธุรกิจต่างๆ การเข้ามาท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมงานแสดงสินค้าและการประชุมต่างๆ เป็นต้น

การบริหารจัดการทรัพยากร

แนวทางการบริหารตามข้อกำหนดนี้ใช้แนวทางของข้อกำหนดข้อที่ 6 ตามมาตรฐาน ISO 9001:2008 ซึ่งโดยหลักการของการประยุกต์ใช้ตามข้อกำหนดนี้สามารถนำไปพิจารณาได้ดังนี้

• ทรัพยากรบุคคล

ทรัพยากรบุคคลจัดเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์การ เมื่อพิจารณาว่าประเทศไทยเป็นองค์การหนึ่ง ประเทศไทยจึงต้องมีการสร้างสรรค์ทรัพยากรบุคคลเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งการพัฒนาทรัพยากรบุคคลนั้นในการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศนั้นต้องมีระบบการบริหารการศึกษาที่มีประสิทธิผล โดยการพัฒนาระบบการบริหารการศึกษา ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษาทั้งหมด ได้แก่ คุณภาพของอาจารย์ผู้สอน หลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ อุปกรณ์การเรียน รวมทั้งการเสริมทักษะด้านการคิดเชิงวิเคราะห์ หลักการใช้เหตุและผล รวมทั้งการเสริมสร้างจริยธรรม ทัศนคติ ที่ถูกต้อง รวมทั้งการพิจารณาด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยการมีระบบการศึกษาทางเลือก โดยหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญคือกระทรวงศึกษาธิการจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างทรัพยากรบุคคล การกำหนดตัวชี้วัด เช่น อัตราการรู้หนังสือ อัตราเฉลี่ยของระดับการศึกษา เป็นต้น

• การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน

ฝ่ายบริหารนั้นต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ได้แก่ ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า การขนส่ง และการสื่อสาร โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้นต้องมีอย่างเพียงพอในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม มีความสามารถในการแข่งขันได้ เช่น การพัฒนาพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้ และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องพิจารณาการประเมินผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาและชุมชนต้องสามารถพัฒนาควบคู่กันได้

• การจัดการสภาพแวดล้อม

สภาพแวดล้อมในประเทศนั้นมีผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ความน่าอยู่ การเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เช่น คุณภาพของอากาศ การควบคุมการจัดการขยะ มลพิษ และสิ่งแวดล้อมยังเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม เช่น การจัดการทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรป่าไม้ ดังนั้นฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น ต้องมีระบบการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมที่มีประสิทธิผล การควบคุมดูแล การบริหารจัดการและการส่งเสริมการอนุรักษ์การจัดการสภาพแวดล้อม และระบบนิเวศน์ให้มีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน การควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอาการศของโลก ทั้งนี้ฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องสามารถใช้แนวทางของการจัดการความรับผิดชอบต่อสังคมตามมาตรฐาน ISO 26000 มาประยุกต์ใช้ร่วมด้วย

การบริหารจัดการกระบวนการ

แนวทางการบริหารตามข้อกำหนดนี้ใช้แนวทางของข้อกำหนดข้อที่ 7 ตามมาตรฐาน ISO 9001:2008 ซึ่งโดยหลักการของการประยุกต์ใช้ตามข้อกำหนดนี้สามารถนำไปพิจารณาได้ดังนี้

• การควบคุมและจัดการกระบวนการ

การควบคุมและการจัดการกระบวนการนั้น เมื่อพิจารณาการการบริหารจัดการนั้นพบว่ากระบวนการต่างๆภายในกระทรวง ทบวงกรม นั้นจะไม่สามารถทำงานได้โดยลำพังแต่จะต้องมีปฎิสัมพันธ์กัน หลักการลูกค้าภายใน ลูกค้าภายนอกสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในการบริหารประเทศ ตัวอย่างเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบด้านเกษตร การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นแหล่งอาหารของคนในประเทศ และการส่งออกนำรายได้เข้าประเทศ ในขณะเดียวกันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ต้องช่วยด้านการชลประทาน การจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการเกษตร กระทรวงอุตสาหกรรมก็จะต้องสนับสนุนด้านการแปรรูป การเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร กระทรวงคมนาคมสนับสนุนด้านระบบการขนส่ง(Logistic) กระทรวงพาณิชย์ก็จะต้องช่วยเหลือด้านการตลาด การควบคุมกลไกราคา กระทรวงการคลังต้องสนับสนุนทางด้านการเงิน การบริหารระบบการเงินการคลัง ดังนั้นเมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่าทุกภาคส่วนที่มีกระบวนการที่มีความสัมพันธ์แบบลูกค้าภายใน หากกระบวนการใดกระบวนการหนึ่งไม่สามารถควบคุมกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิผลก็จะส่งผลกระทบต่ออีกระบวนการหนึ่งได้

• การออกแบบและการพัฒนา

ประเทศไทยควรมีการวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการออกแบบและการพัฒนานั้นสามารถพิจารณาในหน่วยงานย่อยๆ เช่น ระดับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีการออกแบบและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการผลิต การเพิ่มผลผลิต ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ควรมีการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ กระทรวงพลังงาน ควรมีการพัฒนาพลังงานทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ควรมีการพัฒนายารักษาโรคใหม่ที่มีราคาถูกลง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงยา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดค่าใช้จ่ายด้านการซื้อยาจากต่างประเทศ รวมทั้งการใช้ยาสมุนไพร การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น การแพทย์แผนไทย

• การจัดซื้อ

ประเทศไทยควรมีระบบการจัดซื้อที่มีประสิทธิผลมากขึ้น โดยพิจารณาได้จากการใช้ระบบการจัดซื้อ จัดจ้างที่มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล การได้รับผลิตภัณฑ์ทีจัดซื้อที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ มีคุณภาพตามข้อกำหนด การส่งมอบที่ตรงตามเวลาที่กำหนด การได้รับบริการหลังการขาย การรับประกันผลิตภัณฑ์ภายหลังการส่งมอบ เพื่อการยอมรับของมุมมองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ประชาชน สื่อสารมวลชน โดยการจัดซื้อนั้นควรมีกลไกการควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติตามระเบียบการจัดซื้อตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี การประยุกต์ใช้การคัดเลือกและประเมินผู้ขาย การกำหนดรายละเอียดข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน ตามข้อกำหนด 7.4 ตามมาตรฐาน ISO9001:2008

การวัดผล การวิเคราะห์และการปรับปรุง

แนวทางการบริหารตามข้อกำหนดนี้ใช้แนวทางของข้อกำหนดข้อที่ 8 ตามมาตรฐาน ISO 9001:2008 ซึ่งโดยหลักการของการประยุกต์ใช้ตามข้อกำหนดนี้สามารถนำไปพิจารณาได้ดังนี้

• ความพึงพอใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ตามรูปแบบขององค์การในปัจจุบันนั้น การให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย(Stakeholder) มีความสำคัญมากขึ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ประชาชนทุกระดับ ทุกกลุ่ม สื่อสารมวลชน มุมมองของสากลประเทศ กลุ่มองค์การสิทธิมนุษยชน NGO เป็นต้น ผู้บริหารประเทศควรมีการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อประเมินความต้องการ และความพึงพอใจ ผลกระทบจากกิจกรรมภาครัฐ ส่วนผลกระทบจากกิจกรรมภาครัฐควรได้รับการชี้แจงสื่อสารและอธิบาย การรับฟังความคิดเห็นด้านผลกระทบ เพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินโครงการต่างๆ ของภาครัฐ

• การตรวจประเมินภายใน

ประเทศไทยควรมีการออกแบบระบบของการตรวจประเมินภายใน เพื่อการตรวจสอบการควบคุมการนำไปปฏิบัติ การจัดการการควบคุมการนำไปปฏิบัติ และการจัดการโครงการต่างๆ การมีคณะกรรมการอิสระในการกำกับดูแลและตรวจสอบโครงการต่างๆ โดยมีการจัดเตรียมรายการคำถาม การจัดทำบันทึกรายการตรวจสอบ และการรายงานผลการตรวจสอบเพื่อหาจุดปรับปรุง โดยมีการเฝ้าติดตามในระหว่างการควบคุมการปฏิบัติ การสรุปผลโครงการที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรมโครงการ โดยผลจากการตรวจติดตามภายในควรเป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง และมีการรายงานถึงผู้ควบคุมโครงการเพื่อการปรับปรุงประสิทธิผลของโครงการ เช่น การตรวจสอบโครงการภาครัฐ การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแบบการตรวจสอบบัญชีของภาคเอกชน

• การปฏิบัติการแก้ไขและการปฏิบัติการป้องกัน

ข้อบกพร่องและแนวโน้มข้อบกพร่องจากการควบคุมปฏิบัติที่เกิดขึ้นนั้นต้องมีการนำไปปฏิบัติการแก้ไขและการปฏิบัติการป้องกัน โดยฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติ เพื่อพิจารณาหามาตรการป้องกัน เช่น กระทรวงการคลัง ต้องมีการเฝ้าติดตามข้อมูลดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ เมื่อพบว่ามีแนวโน้มที่ผิดปกติจะต้องมีการวิเคราะห์สาเหตุ และกำหนดมาตรการเพื่อการป้องกันก่อนการเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ กระทรวงสาธารณสุข ต้องมีการเฝ้าติดตามสถิติด้านสุขภาพของประชาชน เพื่อหามาตรการป้องกัน การส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงมหาดไทย ควรมีการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติการเกิดอาชญากรรม และพิจารณาหาโอกาสในการป้องกันเพื่อความมั่นใจ และความไว้วางใจด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน ความมั่นใจในการเข้ามาลงทุนของต่างประเทศ กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมีการเฝ้าติดตามสถิติการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุในการทำงาน เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกัน

• การบริหารการเปลี่ยนแปลง และประเมินความเสี่ยง

ในสภาวการณ์บริหารงาน ณ ปัจจุบันนี้ จะมีภัยคุกคามด้านต่างๆที่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการ ประเทศไทยนั้นต้องมีการพิจารณาด้านการประเมินความเสี่ยงด้านต่างๆ โดยการพิจารณามุมมองด้านความเสี่ยงด้านต่างๆทั้งภายในและภายนอก เช่น ความเสี่ยงทางด้านการเมือง ความมั่นคง ความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจ ความเสี่ยงด้านการจัดการการเกษตรและอาหาร ความเสี่ยงด้านการจัดการพลังงาน เป็นต้น เมื่อมีการพิจารณาความเสี่ยงแล้วจะต้องมีการสร้างระบบการจัดการความเสี่ยงเกิดขึ้น โดยการวิเคราะห์นั้นควรมีการสร้างโอกาสและความน่าจะเป็น (Scenario) และการระดมสมองเพื่อหามุมมองในการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ความเสี่ยงที่มีการวิเคราะห์ขึ้นนั้นควรมีการสื่อสารข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ให้ประชาชนได้รับทราบร่วมด้วย โดยอาจจัดทำเป็นพิมพ์เขียวคู่มือการจัดการความเสี่ยงของประเทศไทย โดยการบริหารจัดการความเสี่ยงนี้สามารถใช้แนวทางตามมาตรฐาน ISO 31000

• การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร

ข้อกำหนดด้านการทบทวนโดยฝ่ายบริหารเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นในการนำระบบบริหารคุณภาพไปปฏิบัติ โดยฝ่ายบริหาร คณะรัฐมนตรีควรได้มีการทบทวนประสิทธิผลของนโยบายการบริหาร ผลงานการบริหารของแต่ละกระทรวง ทบวงกรม ความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของผลการดำเนินงาน เช่น ผลงานการดำเนินงานตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ การบรรลุผลตามค่าตัวชี้วัดตามรอบไตรมาส หรือรอบหกเดือนและรอบปี และการทบทวนด้านการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการ ผลจากการทบทวนควรนำไปสู่การจัดการทบทวนความเพียงพอของทรัพยากร การสนับสนุนด้านจัดการของฝ่ายบริหาร

SHARE
Writer
MrQuality
Writer
Management

Comments