Wonder ด้านสว่างของครอบครัวและโรงเรียน
หาก 13 Reason Why, Stranger Things และ It สะท้อนภาพด้านมืดและความโหดร้ายของโรงเรียน มหัศจรรย์วันเดอร์ คือภาพยนตร์ที่กอบกู้ความหวังกลับคืนสู่ชีวิตโรงเรียนและครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง

Wonder เล่าเรื่องชีวิต ครอบครัว เพื่อนๆ และเพื่อนพี่ของ อ๊อกกี้ เด็กน้อยที่ป่วยโรคทางพันธุกรรมตั้งแต่แรกเกิด จนต้องผ่าตัดใบหน้ากว่ายี่สิบครั้งตั้งแต่วัยทารก ใบหน้าปะผุของอ๊อกกี้จึงแตกต่างจากเพื่อนรุ่นเดียวกัน กลายเป็นปมด้อยและเหตุแห่งการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน

ขณะที่หนังเรื่องข้างต้นช่วยสะท้อนสังคมว่า โรงเรียนเป็นสถานที่น่ากลัว มีประเด็นที่น่าวิตกกังวล เช่น การรังแกในโรงเรียน ความรู้สึกเจ็บปวดเพราะถูกเพื่อนทอดทิ้ง ความสับสนเคว้งคว้าง เหล่านี้เป็นเรื่องเลวร้ายที่เด็กๆ จะต้องเผชิญ สังคมควรตระหนักและหาทางแก้ไข แต่ Wonder เสนอประเด็นเดียวกันนี้ด้วยวิธีที่สว่าง อ่อนโยน และให้ความหวังมากกว่า

Wonder เสนอภาพผู้ปกครองที่มีทัศนคติที่สนับสนุนเด็กๆ ให้เรียนรู้และเติบโต ต้องสร้างสมดุลระหว่างการปกป้องดูแลแบบล้นเกิน (Overprotection) ขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยทอดทิ้ง

ทั้งยังเสนอบทบาทที่พึงเป็นของครูและเจ้าหน้าที่สายสนับสนุนในโรงเรียน ดูเรื่องนี้แล้วก็ย้อนคิดว่า โรงเรียนในไทยน่าจะมีแบบครูใหญ่ในเรื่องเยอะๆ เนอะ

Wonder ยังเสนอทางเลือกต่อเด็กและเยาวชนเองด้วย ว่า การเติบโตข้ามวัยเด็กและวัยรุ่นอย่างแข็งแรงเบิกบาน ผ่านพ้นความท้าทายแห่งช่วงวัยอย่างสร้างสรรค์นั้นทำได้โดยวิธีใด ทำอย่างไรจึงจะได้รับมิตรภาพ ความภาคภูมิใจ และความสำเร็จด้วยใจที่อ่อนโยนกรุณา

Wonder จึงเป็นหนังที่ให้ความรู้สึกดี เพราะมันกระตุ้นเร้าคุณธรรมของผู้ชมหลากบทบาท หากพ่อแม่ชมเรื่องนี้แล้วก็น่าจะอยากเป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้น หากครูดูเรื่องนี้ก็คงอยากเป็นครูให้ได้อย่างในหนัง หากเด็กๆ มาดู ก็คงรู้สึกอยากทำความดี อยากเป็นเพื่อนที่ดีของกันและกัน

นักแสดงเล่นดีมาก ดูได้เพลิดเพลินและมีอรรถรส ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กล้วนแสดงกันเก่งๆ ทั้งนั้น

แนะนำครับ เป็นหนังคุ้มค่าควรแก่การรับชมเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
SHARE
Written in this book
ภาพยนตร์วิจารณ์
บทวิจารณ์ภาพยนตร์
Writer
Ekkapop
Freelancer
A writer who write his writing.

Comments