หน้ากากแห่งความเจ็บปวด
เมื่อพูดถึง #หน้ากาก คุณคิดถึงอะไร
บางคน อาจจะคิดถึงการแสดง 
พร็อบประกอบการแต่งกาย

หรือ เป็นคำที่คนชอบใช้กัน ในความหมายแง่ลบ ที่หมายถึง การพูดคุยกัน การเข้าสังคม โดยที่เราปิดบังความจริงเอาไว้ หรือเป็นตัวแทนของการเสแสร้ง ไม่จริงใจ อย่างที่เราใช้เข้าหาคนกลุ่มต่างๆ 

จริงๆแล้ว เราก็ไม่อยากใส่หน้ากากเข้าหาคนอื่นๆหรอก เพราะลึกๆแล้ว เราก็ปรารถนาความจริงใจจากทุกคนอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเราโตขึ้น ชีวิตของเราก็เต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆมากมาย ต้องออกไปพบเจอกับผู้คนมากหน้า หลายตา ที่มาจากต่างที่ ต่างถิ่น ต่างสถานะ ต่างฐานะ หลายๆ สิ่ง เริ่มบอกเราว่า เราควรจะใส่หน้ากาก 

เพราะไม่ใช่ทุกคนจะได้ในสิ่งที่ใจหวัง เพราะความหวังนั้น กลายเป็นความเจ็บปวด เพราะอดีตที่เคยผิดพลั้งพลาดไป หรือความทะเยอทะยานในใจ ที่ทำให้ต้องเสแสร้ง 
แม้จะไม่ชอบแต่ต้องทำเป็นเหมือนว่าชอบ 
หลายครั้งหลายหน บางทีเราเจอคนที่ไม่ชอบหน้า มีเรื่อง หรือทะเลาะกันอยู่ แต่พอเราต้องเจอเขาแบบทางการ เขาก็ยิ้มให้เรา แต่เรารู้ ว่านั้นคือการฝืนยิ้มอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศการคุยงานในวงสังคม ทำให้เราอดนึกขำอยู่ในใจไม่ได้ จะแสดงสีหน้าไม่พอใจก็ไม่ได้ สุดท้ายเรากลับต้องเลือกใส่หน้ากากนั้นเสียเอง 

เคยได้ดูบทสัมภาษณ์ของ อาจารย์ด้านสังคมวิทยา ที่ลงไปศึกษาวิจัยเรื่องคนไร้บ้าน ไปศึกษาวิธีการใช้ชีวิตของเขา ไปใช้ชีวิตแบบเขา ไปพูดคุยทำความรู้จัก ทึ่งตรงที่เขาพูดว่า ความจริงของคนไร้บ้านมีหลากหลายระดับมาก ซึ่งเกิดจากความไม่เชื่อใจ ความไม่ไว้ใจ คนไร้บ้านไม่อาจพูดความจริงทั้งหมดได้ ด้วยเหตุผลหลายๆประการ แต่เมื่อเขาเริ่มได้รับความเชื่อใจ เขาก็จะได้เรียนรู้เรื่องราว "ความจริง" จากปากของคนเร่ร่อนเหล่านั้นในอีกระดับหนึ่ง ซึ่งบางทีก็ต่างไปจากเรื่องแรกที่เขาเล่า ซึ่งเป็นความจริงที่เขามักจะพูดให้กับคนที่มาทำวิจัยแบบตอบแบบสอบถามครั้งเดียวจบ ซึ่งนั้นอาจไม่ใช่ความจริง จริงๆ ก็ได้   

จากหลายๆเรื่องราวในชีวิตที่ต้องเผชิญกับหน้ากากมาหลายรูปแบบ และแม้แต่ตัวเราเองก็ใส่หน้ากากอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน เพราะบ่อยครั้งที่ชีวิตของเราก็เต็มไปด้วยปัญหามากมาย แก้ได้บ้าง แก้ไม่ได้บ้าง พังไปเลยก็มี กลายเป็นบาดแผลฝังลึกอยู่ในใจ เป็นปม เป็นอดีตที่เจ็บปวด และจิตใจจึงพยายามสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตัวเราเอง 

เพราะชีวิตจริงมันเจ็บปวด หน้ากากจึงสำคัญ
เมื่อจริงๆแล้วหน้ากากที่เราสวมใสอยู่ เกิดจากความเจ็บปวดในอดีต ที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจ หน้ากากของใครหลายๆ คนจึงมีอยู่แตกต่างกันออกไป บางคนพูดจากว่าร้าย บางคนก็เก็บตัวเงียบ บางคนก็เอาแต่ฝันกลางวัน บางคนเอาแต่โยนความผิดให้คนอื่น บางคนหลีกหนีความเป็นจริง บางคนพยายามปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง บางคนพยายามจะเป็นคนอื่นเพื่อให้คนอื่นๆ ยอมรับ บางคนพูดดีอย่างลับหลังอย่าง แต่ล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั้นคือเหตุผลเดียวของการมีอยู่ของหน้ากากเหล่านั้น คือ 
การพยายามป้องกันตัวเองจากสิ่งที่จะทำให้เรากลับมาเจ็บปวด 

จากทฤษฎีจิตวิเคราะห์ (Psychoanalytic Theory) ของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ได้กล่าวไว้ว่า 

"มนุษย์มิได้เป็นสัตว์ที่มีเหตุผล หากแต่ความคิดของมนุษย์ถูกกำหนดโดยพลังแห่งจิตไร้สำนึกที่ซ่อนเร้น และหลุดรอดจากความเข้าใจของมนุษย์ตลอดมาทุกยุคทุกสมัย"

การกระทำ, ความคิด, ความเชื่อ, หรือเรื่องเกี่ยวกับตัวตน นั้นถูกกำหนดแสดงออกโดยจิตไร้สำนึก (unconscious), แรงขับ (drive) และความปรารถนา (desire) [ใต้ภูเขาน้ำแข็ง] มนุษย์ขจัดประสบการณ์และความทรงจำอันเจ็บปวดโดยการเก็บกดไว้ในจิตไร้สำนึก อันจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของเขา และก่อให้เกิดกลไกที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันตัวเองที่เรียกว่า "Ego Defense Mechanism" ขึ้นมา

เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันและเคารพทุกความเจ็บปวดศุภกฤต โพธิ์วรสุนทร
2018/01/04
SHARE
Writer
TAPPPOV
นักคิด
พื้นที่แบ่งปันโลกแห่งความคิด

Comments