เขา... ผู้ไม่เคยจดจำฝันเฟื่องใดๆได้เลยสักครั้งเดียว
"อย่างกับฝันไปเมื่อข้าพเจ้าได้ยินความรักกระซิบที่หูของข้าพเจ้าผ่านริมฝีปากและถ้อยคำของเธอ"




และเขาก็ฝันไปจริงๆ เป็นฝันในรอบที่ยี่สิบสองของเขาที่มีเธออยู่ ในที่นั้น เขามีเธออยู่ในนั้นจริงๆ มีตัวมีตนเสมอ ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา 

น้ำเสียงและการกระทำเคลื่อนไหวยังคงบ่งบอกแจ่มชัดว่าหญิงสาวจากฝันเฟื่องของเขาในวินาทีนั้นคือเธอ เธอผู้เร้นลับไปด้วยกลไกของความคิดสร้างสรรค์อันสามารถดำรงอยู่ด้วยความงดงามแห่งจิตวิญญาณและรูปธรรมสามารถจับต้องได้ มันให้ความรู้สึกจริงอยู่เสมอ
และคงยังชัดเจนถ้อยคำในความหมายยิ่งกว่าภาพเธอในหัวสมองของเขาเมื่อยามลืมตาตื่นขึ้นใช้ชีวิตในโลกของความเป็นจริง

นาฬิกาบ่งบอกถึงเวลาในขณะนี้
เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้าของวันอาทิตย์
ซึ่งเขาเพิ่งจะนอนได้ไม่ถึงสามชั่วโมงหลังจากการโหมกระหน่ำอดหลับอดนอนอย่างบ้าคลั่งกับการพยายามถอดความหนังสือแปลของนักปราชญ์ มหากวี จิตรกร และนักวรรณคดี ซึ่งรวมทุกอย่างที่กล่าวมาแล้วในตัวบุคคนหนึ่งคนเดียวนั้น ที่มีนามโด่งดังทั่วโลกว่า คาลิล ยิบราน

เขาเฝ้าอ่านมันมาเป็นเวลาเนิ่นนานหลายชั่วโมง
ก่อนที่จะคล้อยหลับไปในฝันเฟื่องแห่งทรงจำ



เป็นเช้าวันอาทิตย์ในเดือนมกราที่เขาจำต้องก่นด่าตัวเองอีกครั้ง หลังจากสะดุ้งตื่นจากฝันด้วยถ้อยคำหยาบคายที่สุด อันเนื่องมาจาก การที่เขามิอาจจดจำเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในภาพเสมือนจริงสิบสามมิติแห่งนิมิตทรงจำเมื่อค่ำคืนก่อนได้เลย แม้แต่เหตุการณ์เดียวก็แทบจะจำไม่ได้

ผ่านไปหลายนาที เขายังคงนอนเงียบงันอยู่บนฟูกแข็งกระด้าง ในห้องนอนอันอบอวลไปด้วยกลิ่นของควันบุหรี่ที่ค่อยๆสะสมรวมกันมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน มันให้ความรู้สึกหดหู่แปลกประหลาดอยู่เสมอในความรู้สึก

ภายใต้กลิ่นบุหรี่จางๆที่ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศหม่นหมองนั้น เขาพยายามนึกถึงฝันเฟื่องเมื่อคืนก่อนอย่างตั้งอกตั้งใจ เหมือนจะกักเก็บและยัดเยียดมันเอาไว้กับพื้นที่ซึ่งเหลือเพียงน้อยนิดในรอยหยักของสมองเล็กจิ๋ว อันรกร้างดักดานไร้ซึ่งมูลความรู้ใดๆ ภายในหัวกระโหลกหนาทึบของเขานั้น กลับมีสิ่งอื่นมากมายก่ายกองอันไม่สามารถมีประโยชน์ต่อชีวิตที่เขาดำรงอยู่ได้เลยแม่แต่น้อย

จะพูดว่าเขาความจำสั้นก็คงไม่ผิดแปลกแต่อย่างใด เพราะส่วนมาก ความทรงของเขามักจะปะปนกันอยู่เสมอ ทั้งความจำอันสุขที่สุดและความทรงจำอันเลวระยำที่สุด ก็มักจะผิดๆถูกๆรวมกันอยู่ในนั้น จนบางครั้งเขาไม่อาจรับรู้ได้อีกต่อไปว่าในความทรงจำเหล่านั้นมันให้ความรู้สึกต่อเขาเช่นไร

แต่ฝันเฟื่องในคืนก่อน เขากลับลืมมันไปจนหมดสิ้นเพียงบุหรี่มวนแรกของวันถูกจุดสูบ เป็นเหตุให้เขาจำต้องด่าทอตัวเองอยู่เงียบๆในใจทุกครั้งถึงความเลอะเลือนเบาปัญญาของเขาที่มีอยู่ 

มีครั้งหนึ่งเห็นจะได้ที่เขาพยายามจะจดบันทึกเหตุการณ์ของฝันเฟื่องเหล่านั้นลงบนหน้ากระดาษ แต่สุดท้ายเขาก็จำต้องล้มเลิกความตั้งใจนี้ไปเพราะเริ่มรู้สึกปวดกระบาลขึ้นมาซะงั้น

ยอมรับว่าเขาขีดเขียนอะไรไม่ออกเลยจริงๆ นอกจากถ้อยคำตัวเบ้อเร้อบนหัวกระดาษเอสี่
ถึงฝันเฟื่องเมื่อครั้งนั้น และสุดท้ายเขาก็ทิ้งมันลงถังขยะ ก่อนลุกไปหยิบบุหรี่มวนสุดท้ายที่หลงเหลือจากค่ำคืนก่อน ในที่สุดเขาก็ลืมเลือนมันจนหมดสิ้นในบุหรี่มวนแรกของวัน เหมือนเคย



เหมือนทุกๆครั้งที่กลไกของฝันเฟื่องทำงานและพาตัวมันเองย้อนกลับไปยังอดีต ถ้าจำไม่ผิดครั้งนี้คงเป็นครั้งที่ยี่สิบสองข้าพเจ้าขับเจ้ากระมัง ที่เธอปรากฏตัวขึ้นในความมืดมิด และนำพาเขาไปยังที่ซึ่งเขาคุ้นเคย ภายในห้องนอนที่ซุกซ่อนอยู่ในสวนดอกไม้แปลกประหลาด แมวอ้วนร้องเสียงแว่วมาแต่ไกล แมวหนุ่มสาววิ่งเล่นบนหลังคา เกิดเสียงดังโครมคราม โต๊ะไม้ในสวนว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน บริเวณรอบๆยังมีเศษซากของกรองบุหรี่กระจัดกระจายตามกระถางดอกไม้ 

"แก" เขาหันไปยังต้นกำเนิดของเสียง แต่ไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว เธอหายไป ไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป หรือเธอไม่เคยมีตัวมีตนอยู่เลยกันแน่ เขาชักไม่แน่ใจ แล้วทุกอย่างก็จบลง หลายๆครั้งเข้าซ้ำเดิมอยู่แบบนั้น นี่คือเรื่องราวที่เขาพอจะจำได้บ้างในนิมิตฝัน เพราะมักจะมีอะไรแบบนี้อยู่เสมอ 
และหลังจากนั้นเขาจะจำอะไรไม่ได้อีก

แต่สิ่งที่เขายังพอจดจำได้ในฝันเหล่านั้น
คือเธอยังคงเดิม หญิงสาวที่เขาเคยตกหลุมรัก
ลึกลงไปภายใต้ดวงตาเวิ้งว้างราวกับหลุมดำในห้วงอวกาศซึ่งเฝ้าพยายามดึงดูดหัวใจของเขาให้จมดิ่งสู่ห้วงคำนึงแห่งความหลงใหลแห่งเขาวงกตวกวนของบานประตูปิดตายในห้องหับดำมืดไร้ซึ่งแสงสว่างและคงยังไร้ซึ่งทางออกตลอดกาล

อนิจจา อาจเพราะความเลินเล่อเผลอตัวของเขาแท้ๆ ดันไปเปิดเจอรูปเก่าของเธอเมื่อหลายปีก่อนซึ่งถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะเป็นคนถ่ายมันเองกับมือ อาจเพราะด้วยเหตุนี้ เธอจึงปรากฏขึ้นในฝันของเขา อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวช่างหัวปะไร 



ภายในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุและผลบางประการ ทำเขาต้องใช้ชีวิตผิดแปลกไปจากเดิม ในถ้อยคำของวันวานที่เคยเอื้อนเอ่ยกับเธอ ในความผิดบาปอันไมอาจมีวันให้อภัยได้อีกเป็นครั้งที่สอง ยังคงตามหลอกหลอนเขามาจนถึงทุกวันนี้ ในชั่วยามนี้ไม่อาจหนีความผิดนี้พ้น เหมือนดั่งเงาของตนที่เฝ้าติดตามไปทุกที่ทุกชั่วขณะยามแสงสว่างสองกระทบกายหยาบของตน

เขายอมรับและเข้าใจมันดีอยู่เสมอ 
ในบางเรื่องราวของวันวานไม่อาจย้อนคืนมา เหมือนดั่งสายน้ำที่ยังคงไหลต่อไปไม่หวนกลับ แต่ทว่ายังคงจดจำไออุ่นของกอดและน้ำตาหยดสุดท้ายได้อย่างชัดถ้อยชัดคำในหัวใจ มันให้ความอบอุ่นอยู่เสมอยามหวนคำนึงถึงเรื่องราวเหล่านั้น เรื่องราวของวันวานที่ไม่อาจเลือนหายไปจากดวงใจ แม้แต่สักครั้งเดียวก็ไม่เคย เหมือนหมอกหนายามเช้าที่เลือนลางไปในตอนสายของวันก่อน และจะกลับคืนมาใหม่ในเช้าวันพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่ง

เราต่างยังคงจดจำใครบางคนได้อย่างลึกซึ้งและขึ้นใจ ใครคนนั้นได้มอบจุมพิตแรกของชีวิตให้กับดวงวิญญาณของเรา รัศมีของการมองเห็นถูกบดบังจากเปลือกตา ส่งผ่านความรู้สึก
จากริมฝีปากสู่ริมฝีปาก จากหัวใจสู่หัวใจ
รับรู้ถึงความรู้สึกลึกซึ้งซึ่งกันและกัน
เหมือนดั่งจิตวิญญาณของคนสองคนได้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และยากที่จะแยกออกจากกัน 

แต่อย่าได้ลืมว่า ทุกสิ่งอย่างล้วนไม่มีวันจีรัง...



แม้ท้ายที่สุดทุกสิ่งอย่างอันกระทำร่วมกันมาจะจบลงด้วยการชำระล้างของหยาดน้ำตาในอ้อมกอดสุดท้าย แต่มันกลับบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ด้วยรักอันไร้ซึ่งผลประโยชน์ใดๆของวัยหนุ่มสาวที่ยังคงความเป็นเด็กเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมในหัวใจ ช่วงเวลาอันผาสุขของคนสองคนที่เคยมีในกาลอดีต
กลับคงยังดำรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์อันขาวสะอาดหมดจดไร้ซึ่งเปลือกแข็งห่อหุ้มภายนอก และยังคงไว้ซึ่งความงดงามอันเป็นนิรัน

สุดท้ายในฝันเฟื่องเหล่านั้น เขาและเธอจะเป็นยังไง คงยังเหมือนเดิม เปลี่ยนแปลง หรือล่องไปในเวหาประการใดก็ตามแต่ มันคงไม่สลักสำคัญนักเท่ากับว่าเขายังคงหลับและฝันเป็น ในเมื่อเขารู้ว่าคนที่ปรากฏกายขึ้นในโลกเสมือนจริงสิบสามมิติคนนั้นคือใคร และคงไว้ซึ่งความรู้สึกอบอุ่นใจในยามตื่นนอน เขาจะใช้ชีวิตของวันเหล่านั้นด้วยความปิติยินดีปนอบอุ่นอย่างล้นหลามซึ่งยังคงหลงเหลือตกค้างจากฝันเฟื่องเมื่อคืนก่อนได้อย่างชัดถ้อยชัดคำที่สุด

เขาหวังเพียงแค่ว่า เธออาจจะฝันถึงเขาบ้างในบางครั้ง และอยากให้เธอยังคงความรู้สึกอบอุ่นใจเอาไว้เหมือนที่เขาเป็นอยู่ ให้เขาได้ดำรงอยู่ในห้วงทำนองแห่งความทรงจำถาวรตลอดกาลของเธอ ซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับเขาในเวลานี้

หากเธอบังอิญผ่านมาเห็นเรื่องราวของเขาเข้า
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง หากเธอบังเอิญอ่านมาถึงประโยคเหล่านี้ เขาอยากจะกล่าวกับเธอเอาไว้อย่างว่า

"ขอเพียงเธอจงระลึกเอาไว้อยู่เสมอ

ว่าหัวใจดวงน้อยของเธอ เมื่อนานมาแล้ว
ฉันเคยมีชีวิตและจิตวิญญาณสถิตอยู่ในนั้น

ในสวนดอกไม้บานสะพรั่ง

ณ ที่แห่งหนึ่ง
ที่ซึ่งดวงจันทร์ส่องแสงเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์

ที่ซึ่งทุกหย่อมหญ้า
เต็มไปด้วยความผาสุขของผู้คน

ที่ซึ่งเราต่างคุ้นชินไปด้วยห้วงอารมณ์แห่งรัก
ที่เราต่างมอบให้ซึ่งกันและกัน

ที่ซึ่งเราต่างใช้เวลาเติบโตร่วมกันมา
เป็นเวลาเนิ่นนานของชั่วอายุขัย

โปรดอย่าลืมฉันไปจากหัวใจ เก็บฉันเอาไว้ในความทรงจำของทรงจำเอาไว้กับเหล่าพฤกษาในสวนบุปผาชน ชั่วนิตนิรัน

ขอเธออย่าลืมนึกถึงฉันในลมหายใจสุดท้ายของชีวิต เมื่อเวลานั้นมาเยือน เราคงกล้าทักทายและรักซึ่งกันและกันเฉกเช่นมิตภาพของเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งได้อย่างแท้จริง"















SHARE
Written in this book
ชายหนุ่มผู้แหลกสลายในมหานคร
ชิวิตข้าพเจ้าห่างเหินจากบ้านเกิดเมืองนอนมาหลายปีนัก จะได้กลับไปเยือนก็เป็นครั้งคราวเท่านั้น และที่นั่นข้าพเจ้าจึงได้คิดถึงพ่อกับแม่ และยายที่ล่วงลับไปแล้วหลายปี การที่เป็นเด็กบ้านนอกต่างจังหวัด ในหลายวาระในเกลียวอดีตนั้น สอนให้ข้าพเจ้ารู้จักความทุรกันดาล รักชนบทและผู้คนอยู่เสมอ บันทึกอันแหลกสลายของข้าพเจ้านั้น พรรณจะพรั่งพรูออกมาเป็นถ้อยคำก็แสนจะยากลำบากนัก เนื่องจากมันทั้งหดหู่และเศร้าสลดเหลือเกิน ในเกลียวคลื่นของผู้คนของความวุ่นวายในมหานครแห่งนี้ ทำให้หัวใจของข้าพเจ้านั้นแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี ข้าพเจ้าเป็นเพียงชายหนุ่มอายุยี่สิบปีเศษ ที่ต้องออกแสวงหาความหมายของชีวิตไม่ต่างจากชายหนุ่มคนอื่น นานวันข้าพเจ้ายิ่งออกแสวงหามากเท่าใด กลับพบว่าที่ๆข้าพเจ้าจากมานั้นช่างมีคุณค่าต่อดวงวิญญาณของข้าพเจ้ายิ่งนัก บทความหรือเรื่องสั้นที่ข้าพเจ้าได้บรรจงเขียนขึ้นมานี้ล้วนเกิดจากชีวิตจริงของข้าพเจ้าเกือบหมดสิ้น ถ้าหากเรื่องราวทั้งหมดนั้นได้รวมกันเป็นหนังสือสักเล่ม ข้าพเจ้าควรจะตั้งชื่อให้กับมันว่า 'ชายหนุ่มผู้แหลกสลายในมหานคร' ซึ่งนั่นก็หมายถึงตัวตนและดวงวิญญาณทั้งหมดที่ข้าพเจ้ามีอยู่
Writer
dorje_cat
แมวทะลุมิติ
ผมหวังอยากเขียนเรื่องออกมาได้ลึกลับเหมือนกับแมว

Comments

Christopher25th
2 years ago
ขออนุญาต ตินิดนึงในเรื่องของการสะกดคำหรือความถูกผิดของภาษานิดนึงได้มั้ยครับ เพราะหากถ้าไม่มีจุดนี้ จะรู้สึกว่าบทความนี้เพอร์เฟคมากๆครับ พรรณนาได้งดงามมากๆ ชอบความลงรายละเอียด หากว่าบทความนี้มีส่วนนึงเป็นเรื่องจริงที่กลั่นออกมาจากใจก็ขอให้สู้ๆและก้าวต่อไปนะครับ
Reply
dorje_cat
2 years ago
ขอบคุณมากจริงๆครับ พอดีไม่มีเวลาตรวจทานเลย ทุกสิ่งอย่างล้วนออกมาจากสำนึกของผมทั้งนั้นเลยครับ ฮ่าๆ เดี๋ยวจะกลับไปแก้ไขครับผม