ปฏิวัติเขียวใหม่คือการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนโลก!
ในปี พ.ศ. 2604 นักวิทยาศาสตร์หัวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคนหนึ่งผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านประสาทวิทยา มานุษยวิทยาของสัตว์ และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ ได้สร้างอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมองของสัตว์ทุกชนิดบนโลกให้มีความรู้สึกนึกคิดและความมีเหตุผลที่ไม่แตกต่างจากมนุษย์ ภายหลังการทดลองสำเร็จ เขาจึงนำสัตว์ขนาดใหญ่และมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงระบบความคิดให้วิวัฒนาการจนเทียบเท่ากับมนุษย์จำนวนหนึ่งมาทำให้สัตว์พวกนั้นไม่แตกต่างไปจากมนุษย์ แต่น่าเศร้า “สัตว์ทดลอง” พันธุ์ใหม่นี้ได้รวมตัวการก่อการปฏิวัติและใช้ความรุนแรงอย่างเหี้ยมโหดจนมนุษย์สูญพันธุ์จนหมดสิ้น

“...และหนึ่งร้อยปีให้หลัง “การปฏิวัติเขียวใหม่” หรือ “New Green Revolution” ทำให้สิ่งแวดล้อมเริ่มฟื้นฟูกลับมาจนเป็นดั่งเหมือนเดิม ก่อให้เกิดความสงบสุขอย่างยั่งยืนแด่ทุกสรรพชีวิตบนโลก...”

เสียงสปอตโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลเขียวในการเฉลิมฉลองหนึ่งร้อยปีของการปฏิวัติเขียวใหม่ดังกระหึ่มทั่วบ้านเมือง เจ้าลิงชิมแปนซีตัวเมีย (แต่น่าเศร้า มัน เฮ้ย! เธอ ไม่ยอมรับคำนี้หรอก) ชื่อ “ซินดี้” กำลังสนทนาอย่างออกรสกับ ไอ้กอริลล่าอ้วนท้วม (แต่กอริลล่าอ้วนท้วมอยากให้เรียกชื่อนี้ไหม...ไม่แน่ใจเหมือนกัน) หรือที่ มัน...เฮ้ย! เขาเรียกตนเองว่า “นวล” ในร้านกาแฟชื่อดังที่ดำเนินกิจการแบบผูกขาดโดยรัฐบาลเขียว เรื่องประวัติศาสตร์การปฏิวัติเขียวที่กำลังเฉลิมฉลองกันทั่วบ้านทั่วเมืองในเวลานี้

“รู้มั้ยยะ ที่พวกเราออกมากำจัด Homo sapiens จนไม่เหลือซากน่ะ เพราะ Homo พวกนั้นน่ะ เห็นแก่ตัว โหดร้าย ไม่รักโลก ทำให้โลกตกอยู่ในสภาวะเรือนกระจก หรือที่เรียกกันว่า ภาวะโลกร้อน ก่อให้เกิดความเดือดร้อนให้กับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก บรรพบุรุษของเดี้ยนมองเห็นการณ์ไกล จึงคิดตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ลุกขึ้นทำการปฏิวัติโค่นล้มพวก Homo และจัดตั้ง “รัฐบาลเขียว” เป็นพรรคการเมืองเดียวของมวลสรรพสัตว์ ขึ้นปกครองแทนที่ Homo ผู้โสมม “คืนความสุข” อย่างยั่งยืนตลอดไป” ซินดี้สาธยายยาวเหยียด

“เธอจะพูดอะไรยืดยาวขนาดนั้น ฉันแทบง่วงแล้วนะรู้มั้ย!” นวลตอบ

“ก็นายอยากให้เดี้ยนเล่าไม่ใช่หรอว่าเดี้ยนรู้อะไรเกี่ยวกับ “การปฏิวัติเขียวใหม่” เดี้ยนก็เล่าให้นายฟังจนหมดแล้วนี่นา ทำไมถึงมาพูดแบบนี้ได้ยะ...ตบกันเลยมั้ย!” ซินดี้เริ่มอารมณ์เสีย

“ใจเย็นๆ ที่ฉันถามแบบนี้ก็เพราะว่าตอนที่ฉันทำงานที่หอจดหมายเหตุแห่งรัฐบาลเขียว ฉันได้แอบเข้าไปที่ห้องเก็บเอกสารลับที่ไม่อนุญาตให้เผยแพร่เป็นอันขาด ฉันเคยถามเจ้านายที่มีนอไว้ว่ามีอะไรเก็บอยู่ในห้องนั้น หล่อนเลยบอกว่าห้องนั้นเก็บเอกสารที่หลงเหลือจาก “การปฏิวัติเขียวใหม่” น่ะ ส่วนมากพวก Homo เป็นคนเขียน”

“โห! ถ้านายอยากจะบอกเดี้ยนเรื่องนี้ มันจะไม่ผิดกฎหมายหมิ่นประมาทรัฐมาตรา 1,112 ที่บอกไว้ว่า ‘ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายประมุข เจ้าหน้าที่ หรืออุดมการณ์รัฐบาลเขียว หรือแสดงความคิดเห็นในทิศทางเห็นต่างหรือปฏิปักษ์ต่อ “การปฏิวัติเขียวใหม่” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 30 ปีถึง 150 ปี’ หรือถ้าโชคร้ายกว่านั้นก็อาจโดนมาตรา 444 ของรัฐบาลที่อนุญาตให้ตำรวจหรือทหารสามารถวิสามัญฆาตกรรมพวกลัทธิแก้หรือผู้เห็นต่างจากรัฐได้โดยไม่มีความผิดอย่างนั้นหรือ?”

“ไม่ๆ ไม่มีอะไรหรอก ซินดี้ พี่นวลคนนี้แค่แอบเข้าไปและอ่านหนังสือที่พวก Homo เขียนเล่มหนึ่ง เรื่อง “สิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้” พี่เจออะไรที่น่าสนใจมาก มันมีเนื้อหาบทหนึ่งชื่อ “สัตว์โลกน่ารัก” มันเขียนว่าโลกใบนี้มีสัตว์นานาชนิด และมีแผนภาพแสดงด้วยว่าสัตว์เหล่านั้นมีลักษณะอย่างไร รู้มั้ย? พี่เจอรูปหนึ่งเหมือนกับซินดี้มากเลยนะ มันเขียนว่าสัตว์ตัวนี้คือ “ลิงชิมแปนซี” น่ะ”

“เจี๊ยกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” (ซินดี้คงแสดงกิริยาที่เรียกว่าการกรีดร้องตามที่ทุกคนรู้จักกันดี แต่ด้วยความที่ซินดี้เป็นซินดี้ ซินดี้จึงไม่รู้ว่าการกรีดร้องจะต้องแสดงด้วยเสียงแบบไหน) ซินดี้ร้องเสียงดังจนลูกค้าในร้านกาแฟต้องหันมามองทั้งคู่

“เฮ้ย! เบาๆ หน่อยดิ แบบนี้ เราทั้งคู่จะได้ถูกขังเหมือน “แบมบู” นะ” (แบมบูเป็นสิ่งมีชีวิตตัวแรกที่ยอมรับว่าตนเองเป็นหมีแพนด้าและชื่นชอบการกินไผ่เป็นชีวิตจิตใจ แต่การออกมาเปิดเผยตัวตนว่าตนเป็นหมีแพนด้า ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลเขียวจะยอมรับได้ แบมบูจึงถูกกฎหมายอาญามาตรา 1,112 สั่งจำคุกกี่ปี ผู้พิพากษาเองก็จำไม่ได้เสียแล้ว) นวลดุซินดี้ด้วยเสียงเบา

“แบบนี้เองหรอ? ที่ทำให้แบมบูถูกขังลืมมาได้ 10 ปีแล้ว” ซินดี้พูดพร้อมกับร้องไห้แกมตื่นตระหนก

“พี่ก็คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น การออกมายอมรับว่าเราล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ Homo เรียกว่า “สัตว์” นั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลเขียวมองว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ความรู้ดั้งเดิมที่นักวิทยาศาสตร์เผ่าพันธุ์ Homo เขียนคงถูกทำลายจนเหลือเอกสารไม่กี่ชิ้นตั้งแต่การปฏิวัติเขียวใหม่เมื่อร้อยปีที่แล้ว หนังสือที่ยังเหลือรอดมาได้ก็ถูกเก็บในห้องเก็บเอกสารลับของหอจดหมายเหตุ ถ้าพี่ถูกจับได้ว่าแอบเข้าไปในห้องนั้น ชะตากรรมของพี่ก็คงไม่แตกต่างไปจากแบมบูเหมือนกัน” นวลพูดด้วยความเศร้าใจ

“แล้วจะทำยังไงกันต่อไปดี? เดี้ยนอยากตาย” ซินดี้พูดด้วยความน้ำเสียงดูสิ้นหวัง

“ก็คงทำอะไรไม่ได้หรอก แต่อย่างน้อยพี่ก็รู้แล้วว่าพวก Homo เรียกพี่ว่าพี่เป็น “ลิงกอริลล่า” อย่างน้อยพี่ก็รู้แล้วว่าพี่เป็นอะไร พี่คงตายตาหลับ ต่อให้ต้องตายในเรือนจำก็ตามที”

“เดี้ยนไม่มีอารมณ์ดื่มกาแฟแล้วนะ เอาเข้าจริงๆ เดี้ยนว่าโลกในทุกวันนี้ก็ไม่ต่างจากที่พวก Homo เคยทำหรอก เดี้ยนทำงานที่คณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เดี้ยนรู้ดีว่าภาวะเรือนกระจกเริ่มกลับมาอีกครั้งในรอบสิบปี ภายหลังรัฐบาลโลกเริ่มดำเนินตามรอยพวก Homo ในการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อพัฒนาอุตหสาหกรรมเพื่อรองรับการขยายตัวของการบริโภคนิยม เดี้ยนถูกคณบดีสั่งให้ทำลายข้อมูลทุกอย่าง เพราะข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ตอนแรกเดี้ยนไม่เข้าใจ แต่พอมาฟังที่นายบอกเมื่อกี้ เดี้ยนก็เข้าใจทุกอย่าง”

“อย่าเศร้าเลยที่รัก” นวลจูงมือซินดี้พาเดินออกมาจากร้านกาแฟ ทั้งคู่เห็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ความสำเร็จของการปฏิวัติที่ติดตามตึกสูงเขียนคำขวัญของการปฏิวัติไว้ว่า

“วัฒนธรรมศึกษา นิเวศวิถี มิติจิตวิญญาณ...”
 
“เอาเข้าจริง “พวกเรา” ก็ไม่ต่างจาก “พวกมนุษย์” เลยนะ เดี้ยนว่า” ซินดี้พูดเปรยๆ ออกมา พอนวลได้ยินซินดี้พูดเช่นนั้นจึงมองโปสเตอร์อีกพักใหญ่ก่อนจะบอกซินดี้ว่า

“ไม่ใช่ “เราไม่ต่าง” หรอก แต่เราน่ะเป็น “มนุษย์” นะ”

“...คืออุดมการณ์ปฏิวัติโลก! คือความเป็นมนุษย์! มนุษย์ของโลกใบนี้!”

ประโยคต่อท้ายคำขวัญของการปฏิวัติในโปสเตอร์เขียนเช่นนั้น!





SHARE
Written in this book
ความหวังดั่งหิ่งห้อย
รวมงานเขียน พ.ศ. 2560
Writer
Moreyearold
Normal person
แก่ขวบ...คนธรรมดาที่ชอบเสพความคิดผ่านตัวอักษร และขีดเขียนบ้าง นาน นาน ที

Comments