ความผิดหวังที่คลุกเคล้ากับความหนาวเหน็บ
          ก่อนหน้านี้.. ก่อนที่ลมหนาวจะพัดหวนกลับมา ผมตั้งหน้าตั้งตารอตั้งแต่ฤดูก่อนหน้า มันเป็นฤดูฝนที่แดดร้อนกว่าเดือนเมษาซะอีก ในหัวก็คิดหมันไส้จะเปิดก๊อกน้ำเอาสายยางฉีดขึ้นไปดับก็จะกระไรอยู่ ในใจก็ได้แต่บ่นพึมพำ รอเวลาที่จะได้สัมผัสกับลมหนาวสลาตัน ตอนนี้ก็ได้แต่ปลอบประโลมบอกกับตัวเองว่าลมหนาวในปีนี้คงเดินทางมาช้ากว่าครั้งไหนๆ มันทำให้ผมอดใจไม่ไหวที่จะได้สัมผัส เมื่อไหร่จะหอบลมหนาวนี้กลับมาเสียที ผมยืนตะโกนร้องเรียกสุดเสียงด้วยความโหยหา ในใจก็ได้แต่หวังว่า..


                       อีกไม่นาน อีกไม่นาน


         ไม่กี่วันที่แล้ว.. ผมมีเรื่องที่ต้องผิดหวัง คลุ้มคลั่งกับรักที่ผ่านมาเชยชมแค่เพียงชั่วคราวแล้วก็ผ่านไป สิ่งเดียวในตอนนี้ที่ทำได้คงต้องมองตรงไปข้างหน้า ให้เวลามันคอยรักษารอยแผลใหม่ที่เหวอะหวะจากรอยมีดนี้ แล้วปลอบโยนตัวเองด้วยถ้อยคำที่โคตรจะบอบบางว่า ..
จงเอามือทั้งสองข้างโอบกอดตัวเองในวันที่ลมหนาวมันมาถึง 
        มันคงจะอบอุ่นได้เพียงชั่วคราวและคงบรรเทาความเหน็บหนาวได้ไม่เท่าผ้านวมผืนใหญ่ๆ แต่จะทำยังไงได้.. มันเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้ในเวลาที่ลมหนาวมันมาถึง     
       
ก่อนหน้านั้น.. ผมเปรียบความรักของเราทั้งสอง เป็นก้อนหินที่เปรียบดังภูผาใหญ่ ข้างในลึกๆผมหวังไว้ตลอดว่า ภูเขาลูกนี้ที่เราช่วยสรรสร้างมันขึ้นมามันจะไม่มีวันพังลง
         มันเป็นอีกครั้งที่ผมต้องมาเจอกับความพ่ายแพ้ ความพ่ายแพ้ในที่นี้นำมาซึ่งความพินาศคลุกเคล้ากับหนาวเหน็บ อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนี้ มันเป็นเพราะเราทั้งสองต่างเลือกแล้ว เราเลือกที่จะจากกันโดยดี ถึงแม้ว่าสิ่งที่เราทั้งสองกำลังทำและฝืนกลั้นอยู่ในตอนนี้มันจะย้อนแย้งอยู่ข้างในจิตใจก็ตาม 

         ในที่สุดแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดมาฝืนกฎวัฏจักรของธรรมชาติได้ ฤดูหนาวที่มาเยือนตอนนี้ มันไม่ค่อยชินสักเท่าไหร่นักเลยสำหรับผม ตอนแรกที่คิดไว้ผมคิดแค่ว่าอยากรับลมเย็นๆ ภาวนาให้ฤดูฝนนี้ผ่านไปในเร็ววัน แต่เมื่อสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้มันไม่ได้ดีอย่างที่คิดไว้ มโนภาพที่อยากอ้าแขนรอรับการโอบกอดของความเย็นสบายมันกลับกลายเป็นความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาแทบจะถึงกระดูก อุณหภูมิในจังหวัดนนทบุรีที่วัดได้มันแค่สิบเก้าองศา หรืออาจจะต่ำกว่านั้นแค่เพียงเล็กน้อย แต่มันกลับให้ความรู้สึกคล้ายๆกับว่า
อุณหภูมิมันติดลบ
         ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า แสงสีส้มอ่อนๆสาดส่องมาทะลุผ่านหน้าต่างที่มีม่านสีพื้นอ่อนๆปิดบังอยู่ สิ่งแรกที่ผมทำคือการลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือสองข้างขยี้ตาด้วยอาการสะลึมสะลือ ผมเอี้ยวตัวไปหยิบบุหรี่ที่อยู่ตรงหน้าโต๊ะคอม แล้วกลับหลังหันยื่นมือทั้งสองข้างไปเปิดหน้าต่างที่มีม่านปิดบังอยู่ตรงหัวนอน ทันใดนั้นลมหนาวที่ตั้งตารอคอยมันพัดมาตีหน้าผมอย่างจัง มือทั้งสองข้างที่เคยอุ่นตอนนี้กลับสับเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น ผมหยิบบุหรี่มาคาบบนฝีปากที่แห้งกร้านพร้อมกับจุดดูด ผมจ้องกวาดมองมองสิ่งโดยรอบอย่างช้าๆ เห็นนกตัวน้อยบินลู่ลมราวกับว่ามันกระโดดโลดเต้นอยู่บนอากาศ มันคงจะตื่นเต้นไม่ต่างกับผมที่ได้สัมผัสกับลมหนาวที่ผมรอคอยมาตลอดหนึ่งปีเต็ม

       ตรงหน้าระดับสายตาของผมเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง พระอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้าดวงน้อยๆกลับให้แสงสว่างไปทั่วทุกที ทั้งชีวิตของเด็กหนุ่มอายุแค่สิบเก้าคนนี้มีโอกาสเห็นได้ไม่มากนักจนผมสามารถนับครั้งได้ ผมช่างโชคดีที่ได้เห็นภาพเฉกเช่นนี้ มันดูมีอำนาจที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลัง ผมคิดว่ามันจะดำรงอยู่ได้ไปอีกนาน ต่างจากผมที่เกิดมาใช้ชีวิตได้ไม่กี่สิบปีก็คงต้องตาย มันเทียบไม่ได้เลยแม้แต่นิดกับเศษเสี้ยวอายุไขของพระอาทิตย์ดวงนี้  

         ลมหนาวที่พัดมาคราวนี้ มันหนาวเหน็บกว่าครั้งก่อนๆ ผมเห็นแสงจากดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆที่โผล่ขึ้นพ้นเส้นตรงแนวนอนที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา แสงแดดที่ส่องมามันช่างอบอุ่นละมุลเหลือเกิน ผมลองยกขาก้าวผ่านประตูบ้านออกไป ผมบอกกับตัวเองว่าถ้ารู้สึกหนาวเมื่อไหร่จงไปยืนพูดคุยกับแดดให้แสงแรกของวันมันแผดเผา อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมอบอุ่นได้ ผมจะคิดซะว่า.. เมื่อผมไม่มีใคร ลองแหงนหน้ากวาดสายตามองไปให้ไกล เหล่าบริวารของทินกรดวงนั้นกำลังโอบกอดผมด้วยความเห็นใจ ราวกับว่า..ครั้งหนึ่ง บริวารเหล่านั้นก็เคยเป็นคน.. เฉกเช่นเธอ
         เวลาผ่านไปสิบสองชั่วโมง ท้องฟ้าที่เคยสว่างในตอนนั้นมันกลับถูกคุมคามด้วยความมืดหม่น ดวงอาทิตย์ที่ขึ้นทางทิศตะวันออกในตอนเช้ามันหายไป ไม่มีแม้แต่เงา แต่สิ่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในตอนนี้คือความหนาวเหน็บที่เข้ามาตั้งแต่ตอนเช้า ท้องฟ้ายิ่งมืดมากเท่าไหร่ความรู้สึกถึงความหนาวสั่นก็ดูเหมือนว่ามันจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ ใครก็ได้ช่วยลากเอามันกลับไปทีเถิด ผมไม่ต้องการมันในเวลานี้

           มืดค่ำขนาดนี้ จะข่มตานอนให้หลับคงจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผม ผมนอนตะแคงซ้ายขาก่ายหมอนข้างหน้าชนฝาผนังผ้าห่มคลุมโปงเพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บในคืนนี้ แต่ไม่มีเสียงพัดลมที่ส่ายหน้าไปมาอยู่ปลายขาเหมือนวันก่อน ไม่มีสิ่งไหนที่จะกล่อมผมให้หลับได้ในเวลานี้ สิ่งเดียวที่จะทำคงหนีไม่พ้นการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และรวบรวมความกล้าเท่าที่จะมีพิมพ์ไลน์ถามเธอไปว่าถ้าเราเจอกัน.. ต้องทำตัวยังไงต่อจากนี้
 
           หลังจากที่ผมพิมพ์เสร็จ ในใจก็หวังเพียงว่าขอให้คำตอบที่เธอคนนั้นส่งต่อกลับมาเป็นที่พอใจสำหรับผม ผมทำใจรอได้ไม่นาน ท่ามกลางความเงียบในห้องที่ว่างเปล่าถูกเสียงไลน์แจ้งเตือนเข้าแทรกอย่างดังก้อง คำตอบที่ได้ เธอพิมพ์กลับมาสั้นๆว่า..
อากาศ
          ผมอึ้งกับคำตอบของเธอเอามากๆ ต่อจากนี้ผมจะพยายาม พยามทำตัวเองให้เป็นเพียงสูญญากาศอย่างที่เธอขอไว้ จะทำตัวเป็นอากาศให้เธอได้ในสักวัน ต่างคนต่างอยู่ในพื้นที่ของตัวเองและผมไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย ขอให้การตัดสินใจของผมและเธอในครั้งนี้เป็นไปในทางที่ดีทั้งสองฝ่าย สิ่งที่ผมทำได้ในตอนนี้.. ณ เวลานี้.. วันข้างหน้า.. หรือวันไหนๆ ต้องทำให้ได้ ผมต้องเป็นผู้ชมที่ดี



อยากขอบคุณพื้นที่แห่งนี้ Storylog 
ขอบคุณที่เป็นพื้นที่แห่งการระบาย
ทำให้ผมสารภาพออกมาได้มากกว่าการพูดปากเปล่า
ถ้าไม่มีพื้นที่เล็กๆบนหน้าจอโทรศัพท์นี้
ผมไม่แน่ใจเลยว่าจะบอกกล่าวกับใครได้บ้าง

ขอบคุณ












SHARE

Comments

FUX666
2 years ago
BEST

Reply
Gotsrwut
2 years ago
ขอบคุณครับ
Wunkathi
2 years ago
สู้ๆ นะคะ ✌🏻✌🏻
Reply
Gotsrwut
2 years ago
ขอบคุณครับ
mondaygirl
2 years ago
🍅✌🏽 :)
Reply
Gotsrwut
2 years ago
แปลทีครับ
Wutibank
2 years ago
คำสวย เปรียบเปรยดี ติดตามเรื่องถัดไปครับ
Reply
Gotsrwut
2 years ago
ขอบคุณมากครับ