เมื่อผมโทรกลับไปบ้าน

ผมรอสายไม่นานนักเสียงผู้หญิงที่ผมคุ้นเคยมาทั้งชีวิตก็พูดขึ้น ปลายสายนั้นคือยายของผม

"ยายเป็นยังไงบ้างปีใหม่บ่ได้กลับเด้อ"
" รถเยอะผมไม่อยากเดินทางเดี่ยวพ้นปีใหม่ไม่นานผมก็กลับแล้วนะครับ"

ผมเริ่มต้นการสนทนาเผื่อแกกำลังรอผมกลับไป

"บ่เป็นหยังบ่มาก็ดีเเล้ว มันอันตราย"

ผมไม่รู้ว่ายายเอาความมีเหตุผลนี้มาจากไหน แต่ผมรู้ว่าผมได้รับมันมาจากท่าน ท่านเป็นคนที่ยอมรับและเข้าใจอะไรง่ายๆ ไม่เอาตัวเองเป็นใหญ่ถ้าสิ่งนั้นมีเหตุผลมากพอก็พร้อมรับฟัง
 
"ที่นาที่ให้เขาเช่าเป็นยังไง เขาทำเรียบร้อยดีไหม"
" เขาทำดีหลาย ไถจนเตียนโล่งไปหมด "

ผมถามความคืบหน้าเรื่องที่ดินกลัวว่ามันจะสร้างปัญหาอะไรให้กับแก คนเช่าที่คนใหม่นี้เคยสีข้าวมาให้ทั้งๆที่เราไม่ได้ร้องขอ
แค่ได้ยินเท่านี้ผมก็ดีใจ ยายยังชมเขาให้ผมฟังอีกมากมาย

"กินข้าวกับอะไรเมื่อเช้า"

" ปลา ป้ามึงซื้อมาให้ "


สิ่งสำคัญที่สุดที่จะไม่ลืมถามคือ กินข้าวกับอะไรเราเพราะจะประมาณได้ว่า อาหารการกินในบ้านว่าดีไหม ถ้าถามว่ามีเงินใช้ไหมหรือเจ็บป่วยหรือเปล่า บางครั้งผมจะไม่ได้ความจริงเพราะยายกลัวลูกหลานเป็นห่วง เจ็บก็อดเอา ทนเอานั่นคือคำพูดของแก

มีครั้งหนึ่งแกปวดขาแต่บอกว่ามันไม่ปวด เมื่อผมบีบให้แกก็อยากให้หยุดกลัวเหนื่อยผมเหนื่อย แต่หลังจากวันนั้นที่บีบเสร็จแกพูดไป3บ้านแปดบ้านว่าเบาขึ้นเยอะ ปาดธิโท๊ะ มันไปเรียนบีบมาจากไหน นั่นคือคำพูดของคนไม่ปวด

"ไม่ไปอยู่กับป้าซักอาทิตย์หรอยายค่อยกลับบ้าน"
"ไม่เป็นไรอยู่เฝ้าบ้านนี่แหละ"

คำตอบนี้ดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไรแต่มันกำลังบอกเป็นนัยว่ายายกำลังรอคอยการกลับมาของผม นับเวลาตั้งแต่เรียนหนังสือนี่เป็นเป็นปีที่ 9 แล้วที่ผมจากบ้านมา ในวันที่เป็นเด็กผมมองและทอดสายตาไปยังถนนหวังว่าเมื่อไหร่ ถนนเหล่านี้จะนำผมไปจากบ้านซักที ผมอยากไปใช้ชีวิตข้างนอก อยากอยู่หอ อยากเรียนมหาลัย จะได้ไม่ต้องฟังเสียงยายบ่น
แต่วันนี้หลังจากทำงานแล้ว ผมกลับรู้สึกอยากให้ถนนเหล่านั้นนำผมกลับไป


สุดท้ายคือต้องถามด้วยว่า
"กินข้าวอร่อยไหม?"

เพราะมันบ่งบอกถึงสุขภาพ ความเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างดีที่สุดคุณจะตอบว่าไม่ป่วยหรือมีเงินอย่างไรก็ได้ แต่คุณคงไม่ได้เตรียมคำตอบไว้หรอกว่ากับข้าวที่กินข้าวอร่อยไหม

"แซ่บอยู่ เเน่นท้องไปหมด"

ยายตอบมาแบบนั้นก็ทำให้ผมสบายใจ แกยังคงสุขภาพดี หวังว่าไม่นานเราคงจะได้กลับไปพบกันอีก สิ่งสุดท้ายที่ทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้คือ
เมื่อผมจะวางสายยายกลับไม่ให้วางเหมือนมีอะไรค้างคาใจ

" มึงกลับมาบ้าน มาแต่งกับลูกสาวเขาสิ ยายอยากให้ได้กัน "

ผมยิ้มในความหวังดีของแก
คนเฒ่าคนแก่มักจะอยากให้ลูกหลานตัวเองได้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ
ถ้าพ่อตาขยันทำไร่ไถนา ลูกเขยก็จะเป็นแรงงานชั้นดี นั่นคงเป็นสิ่งที่ยายมอง หลังจากที่เห็นคนเช่าที่ทั้งไถนา ปลูกผักและเห็นว่าลูกสาวเขากำลังเรียนมหาลัยที่ไหนซักแห่ง

" ผมคิดว่าผมเข้ากับเขาไม่ได้หรอกยาย มันเรียนมากันคนละอย่างกัน "

ผมตอบปฎิเสธยายไป ยายคงไม่รู้หรอกว่า

ความฮักมันเสกมนต์ เสกคาถากันบ่ได้ดอก มันเสกได้แค่ใจถ่อนั้นแหละ 

ผมมีคนในใจของผมอยู่แล้ว
SHARE
Writer
Devaknov
Mutant
ใครบางคนอาจเดินทางมาแสนไกล เพียงเพื่อพบว่าปลายทางไม่มีใครเหลืออยู่

Comments