The Professor Marston & Wonder Woman II กำเนิดสาวน้อยมหัศจรรย์ 2

ตอนเด็กๆเวลาปิดเทอมใหญ่ ผมมักไปอยู่บ้านป่าที่ต่างจังหวัด เล่นกับลูกป้าลูกพี่ลูกน้องผู้ชาย คิดดูสิเด็กผู้ชายมารวมหัวกันสี่ห้าคน เราสนุกกันมากเลยล่ะ เล่นตุ๊กตุ่น ต่อสู้ เป็นจอมยุทธ์ ดูหนังกลางแปลง ว่ายน้ำคลอง แอบไปตกปลาริมแม่น้ำเชี่ยว กลับบ้านถูกป้าตีก็มี ที่ผมรู้เนื้อเพลง ร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี ท่องสูตรคูณได้ถูกต้อง ก็เพราะป้านี่แหละ ป้าให้ผมท่องตอนเช้าให้ป้าฟังวันละแม่ๆ ทุกวันๆ แม่สอง แม่สาม จนถึงแม่สิบสอง ป้าเป็นแม่ค้าช่วยลุงค้าขาย ป้าชอบอ่านหนังสือ ป้าแต่งกลอนได้ แต่ตอนสาวๆป้าไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกนะ

ป้าเป็นพยาบาลน่ะ คิดดูสิ สมัยเมื่อ 50 ปีก่อน ผู้หญิงเรียนจบพยาบาล มีงาน มีเงินรอเห็นๆ แล้วยิ่งป้าเป็นผู้หญิงแก่น แหว่นเซี้ยว ทำอะไรต้องเป็นผู้นำ ฮาเฮ กินข้าวกับเพื่อนฝูงประจำ ชีวิตป้ามีความสุขมาก อยู่ได้โดยไม่ต้องมีแฟน แต่ป้าก็เป็นพยาบาลได้ไม่นานหรอกนะ มีไอ้หนุ่มตาตี่ๆหน้าตี๋ๆ มาเที่ยวคอยด้อมๆมองๆป้า แล้ววันดีคืนร้าย(ของป้า) ไอ้ตี๋ก็มาขอป้ากับปู่ จะเป็นเพราะไอ้ตี๋นี่เอางานเอาการทำมาค้าขายหรือไรก็ไม่รู้ แต่ปู่ก็ยกป้าให้ เรียกว่าคลุมถุงชนนั่นแหละ ป้าเองไม่ได้รักชอบหรือชายตาไอ้ตี๋นี่เลย ฮึดฮัดจะไม่แต่งอย่างเดียว แต่ขัดปู่ไม่ได้ ก่อนวันแต่งสองสามวัน ปู่บอกป้าว่าแจกการ์ดป่าวประกาศเชิญคนไว้หมดแล้ว ถ้าป้าไม่แต่ง ปู่คงไม่รู้เอาหน้าไปไว้ไหน ป้ารักปู่มากทั้งที่ปู่ดุแสนดุ จึงยอมแต่งงานกับไอ้ตี๋

พอแต่งงานป้าก็ลาออกจากพยาบาล ช่วยลุง(ไอ้ตี๋)ค้าขาย กิจการเจริญรุ่งเรือง จนป้ากลายเป็นอีหลีท (elite) ไฮโซ ประธานกลุ่มแม่บ้านประจำอำเภอมีสมาชิกกว่า 20-30 คน กินเลี้ยงกินข้าวกันทีกลุ่มใหญ่ 10-20 คน พบปะสังสรรค์กันทุกเดือน ไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่กันสำราญบานใจอยู่เรื่อยๆ ส่วนชีวิตครอบครัว ป้ามีลูก 3 คน (4 คน ถ้านับลุงด้วย) ทุกคนมีกิจการธุรกิจเป็นเสี่ยกันหมด หลานๆป้าสี่คนก็อยู่โรงเรียนอินเตอร์ เรียนนอก จบมหาลัยแล้วก็มี และลุงเองก็มีใจเดียวรักป้าคนเดียว ไม่มีใครอื่นมาตลอดห้าสิบกว่าปี จนแกเสียไปเมื่อ 2 ปีก่อน ป้าร้องไห้ใจจะขาด เก็บตัวเงียบอยู่บ้านเศร้าอยู่ปีนึง แล้วป้าก็ทำใจได้ กลับมาเป็นประธานกลุ่มแม่บ้าน กินข้าวสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเหมือนเดิม

ดูไปชีวิตป้าก็เหมือนผู้หญิงธรรรมดา แต่จริงๆแล้วไม่ ป้ากับลุงนิสัยต่างกัน ป้าสดใสร่าเริง เสียงดัง เป็นผู้นำ ชอบโออ่าหรูหรา ส่วนลุงเงียบๆ เรียบร้อย ไม่มีปากเสียง เอาแต่ทำมาหากิน เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ผู้หญิงไม่เอา ยกเว้นลูกๆพาไปเที่ยว ฮา แกจะมีกิเลสก็แค่ชอบขับรถเบนซ์ เลี้ยงนกปลา หมูหมากาไก่ไปตามเรื่องน่ะ แต่แกดันอยากได้ป้า ขอป้าจากปู่ พอคลุมถุงแต่งงานกันเป็นครอบครัวแล้วนี่สิ ใครจะนำ ใครจะตามล่ะเนี่ย ผู้หญิงแก่นๆ ผู้ชายจืดๆ

ตอนผมเด็กๆ ลุงกับป้าขับรถกะบะไปซื้อของที่กรุงเทพบ้าง ทางใต้บ้าง มาขายผ่อนคนในอำเภอ ลุงขับป้านั่งเป็นเพื่อน บางทีออกต่างจังหวัด ขับรถกันทั้งวันทั้งคืน กลับมาถึงบ้านตอนเช้า อาบน้ำสีฟัน ป้าหุงหาอาหาร กินข้าวกันแล้วก็ออกไปอีก หรือบางทีถ้าไม่ไปไหนกัน ตอนเช้าๆหกโมง ป้าตื่นมาก็จะไปตลาด ซื้ออาหารมาทำกับข้าว เจ็ดโมงเช้าลุงตื่นลงมา ป้าก็หากาแฟให้ทาน ทำกับข้าวเสร็จ ถึงมาทานด้วยกันทั้งลุง พี่ๆลูกป้าแล้วก็ผม ทานเสร็จถ้าลุงไม่ไปร้านกาแฟในตลาด ก็จะนั่งเก้าอี้ตัวโปรดอ่านหนังสือพิมพ์ จนเที่ยงนั่นแหละพวกเราถึงยกขบวนไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวในตลาดกัน ตกบ่ายก็พากันนอนกลางวัน เย็นกินข้าว ตกดึกดูทีวีเข้านอน บางคืนป้านึกครึ้มก็ทำขนมให้พวกเรากินกัน ซึ่งผมก็จำไม่ได้หรอกนะว่าหน้าตาเป็นยังไง ชื่ออะไร คลับคล้ายเลาๆว่าชื่อ ขนมอ้วน ขนมพอง ขนมกรอบ ป้าคงตั้งเองตามใจป้าน่ะแหละ จำรสชาติไม่ได้หรอกนะ แต่ตอนนั้นรู้สึกอร่อยมาก

เหมือนป้ากับลุงแบ่งบทบาทหน้าที่กันชัดเจน ลุงทำมาหากิน ป้าดูแลบ้าน ดูแลลูกๆ ลุงเองก็เป็นคนเงียบๆไม่มีปากเสียงอะไร ที่แกจะพูดกับลูกๆบ้างก็อย่าง “ไอ้หมา ผมเอ็งยาวแล้ว ไปตัดผมไป๋” นั่นแหละแค่นั้น สั้นๆ ฮา ช่างเป็นบิดาธิปไตยแบบเรียบง่ายดีแท้ ปกครองแบบไม่ปกครอง ส่วนป้าถ้าว่างจากงานค้าขาย ป้าก็มาดูแลลูกๆหลานๆ บางทีป้าพาผมไปตลาด ซื้อโน่นนี่ให้ประจำ ผมรักป้าก็ตรงเนี้ยแหละ ฮา แต่ป้าไม่ได้ใจดีเหมือนนางฟ้าตลอดเวลานะ เวลาดุก็มี ในบ้านลูกชายป้าสามคน (นับลุงด้วยก็เป็นสี่) ทุกคนกลัวป้าหมด ป่าพูดคำไหนคำนั้น มีครั้งหนึ่งด้วยความที่ลุงชอบเลี้ยงสัตว์อยู่แล้ว นิสัยนี้เลยตกมาถึงพี่คนโตด้วย จากเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว หมาพันธ์ไหนสวยๆ หน้าตาแปลกๆ ล้วนแล้วแต่ผ่านมือพี่มาหมดแล้ว จึงค่อยๆ ขยับไปเลี้ยงหนูพุก กระต่าย เลี้ยงนก นกหงส์หยก นกฟินช์ นกกระตั้ว ไก่ฟ้า ขยับไปจนถึงนกยูง นกคัสโนว่า เออ ไอ้นกคัสโนว่าที่หงอนสวยๆนั่นแหละ ไม่รู้พี่กับลุงรวมหัวกันทำยังไง ไอ้คัสถึงได้รอดหูรอดตาป้าเข้ามาอยู่ในบ้านได้ ทุกวันป้ามีหน้าที่เอาเข่งเปล่าไปตลาดขอเศษผักมาให้ไอ้คัสกิน(แดก) ซึ่งป้าเบื่อมาก แต่ก็ต้องทำเพราะซื้อไอ้คัสมาแล้ว และมันคงแพงด้วยแหละ จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่ป้ายกเข่งเศษผักไปให้ไอ้คัสกิน(แดก) ไม่รู้ไอ้คัสมันโมโหหิว หรือเกิดอุตรินึกพิเรนท์อะไรขึ้นมา ไอ้คัสกระโดดถีบป้าดัง “แอ๊ค” ป้าอึ้ง แกคงไม่จุกมาก แค่อึ้ง นึกในใจ “ไอ้คัส มึงกล้าถีบกูเลยเร๊อะ” เท่านั้นแหละ ไอ้คัสถูกสั่งย้ายด่วน 24 ชั่วโมง ไปไหนก็ได้ หายไปจากชีวิตป้าทันที ......................

ทุกสิ่งในบ้านป้าดูแลหมด จะมีเว้นบ้างก็ตอนปู่กับย่าไม่สบาย ป้าเป็นพยาบาลน่ะ เลยต้องกลับไปดูแลปู่กับย่า ทิ้งให้ลุงกับลูกๆหากินกันเอง นอกจากค้าขายแล้วผมไม่ค่อยเห็นลุงทำอะไรเลย ถ้าก๊วนหนุ่มๆพ่อลูกไม่ออกไปหากินข้าวนอกบ้าน ก็คงพี่ๆแหละที่ต้องหุงข้าว ผัดผัก ทอดไข่ ทำกินกันเองช่วงที่ป้าไม่อยู่ ป้าบอกผมว่าพ่อแม่คือคนสำคัญ ถ้าพ่อแม่เราไม่สบายเราก็ต้องกลับไปดูแล ลูกเห็นเราทำกับปู่ย่าตายายแบบไหน วันข้างหน้าเราเจ็บป่วยไม่สบาย ลูกจะกลับมาดูแลเราแบบนั้น

ยิ่งช่วงหลังๆ พี่ๆแต่งงานออกเรือน ออกลูกออกฝูงมา ไปกินข้าวข้างนอกบ้านกันทีก็ 10 กว่าคน หลานๆวิ่งกันเจี๋ยวจ๊าวไปหมด ป้าต้องคอยดูแลหลาน สาละวนแกะปลา ดูแลตักข้าวให้หลาน ยื่นมือไปหยิบจาน เอื้อมมือไปรับโถข้าว ทั้งโต๊ะมีป้าทำ(วุ่นวาย) อยู่คนเดียว จนผมเบื่อๆนึกในใจ ทำไม(ป้า)วุ่นวายกันจัง พี่ๆกับลุงก็คงนึกเหมือนผม แต่ไม่กล้าพูด กลัวหัวหลุดจากบ่า เลยได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว ดูป้าดูแลหลานๆกันไป สบายใจดี ฮา ความสุขของป้าแกน่ะ เราไม่อยากขัด(ไม่กล้า) ตอนเราเด็กๆป้าคงดูแลพวกเราแบบนี้ ตักข้าวตักกับให้เรา คอยถามเราเติมข้าวไม๊ ตอนนั้นรู้สึกดี รักป้า ป้าเอาใจ เหมือนตอนนี้ที่หลานๆ รู้สึก แต่เรารำคาญล่ะมั้ง

เรื่องดูแลนี่ไม่มีใครโชคดี(ร้าย) เท่าลุงอีกแล้ว ด้วยเหตุที่ลุงเป็นคนเงียบๆ ไม่หือไม่อือ ทำแต่งาน ไม่กินไม่เที่ยว ไม่เคยอ่านหนังสืออื่นใดนอกจากหนังสือพิมพ์ เวลาไม่สบายก็ไม่ค่อยไปหาหมอ ซื้อยาแก้ปวดมากินเอง เป็นหนักๆเข้า รพ. ต้องตัดโน่นตัดนี่สารพัด จนไส้พุงแกแทบไม่เหลือแล้ว ป้าเองเป็นพยาบาลมาก่อน จิตวิญญาณพยาบาลล้นปรี่ คอยดูแลให้ลุงกินยาทุกมื้อ มื้อๆละหลายๆเม็ด เหมือนเม็ดช็อคโกแลต M&M หลากสี ลุงเองก็ลืมๆ เบื่อๆ มึนๆตึงๆบ้าง แต่ก็ต้องกิน...ลุงคงนึกในใจ 50 ปีก่อนไม่น่าไปขอป้าเลย ช่วยลุงทำธุรกิจ ดูแลลูก ดูแลบ้านช่องไม่พอ มาดูแลลุงอีก ได้ทั้งเมียได้ทั้งแม่ โอ้ววววววว เหมือนอยู่บนสววรค์ชั้นดุสิต ชาติหน้ามีจริงขอเป็นผัวป้าอีก

ผมเคยถามป้า สามีภรรยาอยู่ด้วยกันยืดยาว มีเคล็ดลับอะไร ป้าบอกว่า สามีภรรยาต้องประสานกันเข้ากันได้ ผมแกล้งแหย่ป้า “ถ้าภรรยาเป็นคนซาดิสต์ ชอบข่มเหงทรมานคนอื่นล่ะ (ฮา) สามีต้องเป็นมาโซคิสต์ชอบโดนทรมานด้วยหรือเปล่า” (ถามเล่น ไม่ได้หมายถึงใคร) .... ป้าตอบทันที “ใช่” แต่ละคู่ ไม่เหมือนกัน ในบ้านไม่เหมือนนอกบ้าน ปรับเปลี่ยนแล้วแต่สถานะการณ์ เงื่อนไขแต่ละคน ความสุขแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน ...” เป็นไงล่ะ เป็นการ submissive to loving authority ยินยอมให้อำนาจที่น่ารักดีไม๊ ป้าไม่ได้เป็นดอกเตอร์ ศาสตราจารย์ หรือจบมหาลัยไหนหรอกนะ แต่ป้าเข้าใจคน เข้าใจชีวิตน่ะ ในชีวิตผมถ้าจะมี Wonder Woman สักคน ก็คงป้านี่ล่ะมั้ง เป็นลูกที่ดีของปู่ย่า เมียที่รักของลุง แม่ที่เข้มงวดแต่น่ารักของพี่ๆ ย่าที่ใจดีของหลานๆ และที่สำคัญป้าที่น่ารักของผม 
SHARE
Writer
LOneBull
Translator
การค้นพบตัวเอง ผู้คน ความรัก อาหาร ซูชิ ธุรกิจ การเดินทาง

Comments