สารทุกข์สุกดิบแบบวงเพื่อน ส่งท้ายปี 2017

เพื่อนที่สนิทกันมากที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็น "เพื่อนมัธยม" แต่จะมัธยมต้น หรือ มัธยมปลาย ก็แตกต่างกันไป สำหรับเรา เพื่อนมัธยมปลายคือกลุ่มเพื่อนที่สนิทมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะไม่ได้เจอกันเป็นปีๆ แต่ความรู้สึกก็ยังเหมือนเดิม ไม่ต่างจากวันแรกที่รู้จักกันกัน



ตอนนี้ตัวเรากับกลุ่มเพื่อน ม.ปลาย ก็รู้จักกันมานานร่วม 9 ปีแล้ว ซึ่งเพื่อนที่สนิทๆกันในกลุ่มมีทั้งหมด 9 คน เป็นการสนิทกันแบบไม่รู้ทำไมมาสนิทกันได้ เพราะเพื่อนบางคนก็เรียนอยู่คนละสายกัน มีเรียนสายวิทย์ 2 คน นอกนั้นศิลป์ฝรั่งเศสหมด แต่ที่แน่ๆคือ การสนิทกันของพวกเราเกิดจากคำว่า น้ำใจ จนถึงตอนนี้ คำว่า น้ำใจ ในกลุ่มเพื่อนก็ไม่เคยหายไป



9 ปีผ่านไป เพื่อนในกลุ่มรวมถึงตัวเรา ต่างก็เรียนจบและเริ่มต้นชีวิตในสายงานของตัวเอง แต่ก็อาจมีบางคนที่ยังเรียนอยู่ ทั้งเรียนหมอและเรียนต่อป.โท หรือบางคนก็เพิ่งตกงานเพราะพิษเศรษฐกิจ ส่วนบางคนก็กำลังหางานทำ และส่วนตัวเรากับเพื่อนอีกสองสามคนก็กำลังไปได้สวยกับงานที่ทำ

สำหรับในวันนี้ เพื่อนในกลุ่มจาก 9 คน มีเวลาว่างนัดตรงกันแค่ 3 คน รวมตัวเรา หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมา 1 ปีเต็มๆ ก็เลยมาเรื่องให้อัพเดทกัน ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่า หัวข้อการคุยกันแต่ละเรื่อง ล้วนมีเรื่องเดียวกันที่ทุกคนประสบปัญหา

เพื่อนคนแรก ตกงานมา 3 เดือน และเงินเก็บก็กำลังหมด แถมยังเจอปัญหาเรื่องหนี้สินจากทางบ้านที่ญาติพี่น้องไปก่อเอาไว้ แต่เพื่อนมีแนวโน้มต้องไปใช้พยุง แถมหอที่อยู่แทนที่จะต้องหารแบบ 50-50 กลับต้องเป็น 60-40 แทน ซึ่งเพื่อนก็กำลังตกงานอยู่

เพื่อนคนที่สอง เพิิ่งไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากอเมริกามามาดๆ และกำลังสัมภาษณ์งานกับโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ดันเรียกเงินไปน้อยกว่าประสบการณ์และความสามารถที่ควรได้ หนำซ้ำแม่เพื่อนยังติดหวยอย่างหนักหมดไปเดือนละเกือบแสน (OMG!!)

ส่วนตัวเรา มีงานทำ งานโอเค แต่บริษัทกำลังขาดทุนหนักมาก จนไม่มีโบนัส ไม่มีการเพิมเงินเดือน ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่หนักหนา เท่าหนี้สินของแม่ที่ก่อเอาไว้แล้วเราต้องมาช่วยชดใช้

สรุปแล้ว ทุกคนประสบปัญหาการเงินกันหมด 555555555 (55555 นี้มีน้ำตา)
 
หลังจากคุยกันไปมา เรากับเพื่อนคนแรกก็มีบางอย่างที่ตรงกันคือ บางคืนเคยจิตตก หดหู่ เครียดมาก จนน้ำตาไหลออกมา ได้แต่คิดว่าทำไมชีวิตกูต้องเป็นแบบนี้วะ ทำไมกูต้องทำงานหาเงินมาให้คนอื่นทั้งๆที่กูยังยืนด้วยตัวเองไม่ไหว ได้แต่ถามว่าทำไมๆ แล้วน้ำตาไหล และด้วยความเครียดมากจนเพื่อนนอนไม่หลับ เพื่อนเลยบอกว่าต้องจินตนาการว่าตัวเองมีเงินจะทำอะไรบ้าง 5555555555 (55555 นี้มีแต่น้ำตา)

จะว่าไป ชีวิตเรามันก็ตลกแบบร้ายๆมากๆ การได้มาฟังเรื่องราวของคนอื่นที่เขาก็แย่ไม่ต่างกัน มันก็เลยทำให้เรื่องของตัวเองกลายเป็นปัญหาเล็กลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งด้วยความทุกข์ของพวกเราแต่ละคนนี่เอง เลยทำให้พวกเราสัญญากันว่า 

มึง...ถ้าพวกเราอายุ 30 ปีแล้ว พวกเราต้องรวยนะมึง แล้วพวกเรามากินอาหารหรูๆแพงๆกันเถอะ

อยู่อย่างมีหวัง แม้ปัญหาที่เจอจะทำให้กูโคตรสิ้นหวังก็ตาม 5555555555


SHARE
Writer
TP_LIU
Someone
Write and Share Stories

Comments