Ding-Dong, love is coming!
ทุกวันฉันเห็นเขายืนอยู่ใกล้ๆ แม้ไม่ได้สนใจ แต่ฉันมักจะเห็นเขาเสมอ

   เขาเป็นคนแปลก

   ดารินคิดพลางมองไปยังชายคนนั้น

   แต่ต่อให้แปลก ก็ไม่เท่าเธอที่มักเห็นเขาวนเวียนอยู่ใกล้ตัวเสมอ ราวกับสายตามันไม่รักดี

   เธอมักนั่งทำงานอยู่ในร้านกาแฟข้างหอพัก ป้าเจ้าของร้านสร้างอิงแบบธรรมชาติ ต้นไม้พืชพรรณขึ้นพรึบพรับหนาตาและยังดูมีศิลปะในแบบที่คนปกติดูไม่ออกว่ามันสวย ทว่าเธอชอบรสชาติโกโก้และบรรยากาศร่มรื่นของที่นี่เป็นพิเศษ

   ส่วนเขาเธอก็เพิ่งพบไม่กี่วันก่อน

   เขาเป็นผู้ชายวัยไล่เลี่ยกัน ตัวสูงโปร่ง ผมหยักศกยุ่งๆ จนน่ากลัวว่าจะสางไม่ออก สะพายเป้ คล้องกล้องสีดำไว้ เขาไม่ได้มีหน้าตาโดดเด่น แต่รอยยิ้มตายิบหยีของเขาน่ารักเป็นพิเศษ

   เธอสาบานว่าไม่สนใจจริงๆ แค่เห็นบ่อยเสียจนพอจำได้เท่านั้นเอง

   ทุกวันเขาจะเดินผ่านมา โยนขนมปังให้เจ้าแต้ม สุนัขพันธุ์ทางตัวเมียที่นอนเฝ้าหน้าร้าน ส่วนเขาก็กินไส้กรอกข้างในขนมปัง ยกกล้องขึ้นถ่ายรูปสุนัขตัวอ้วนท้วน ซื้อกาแฟลาเต้หนึ่งแก้วแล้วจากไป

   เป็นแบบนั้นทุกครั้งจนเธอเริ่มชิน

   เธอไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว รู้สึกว่าต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเองก็พอแล้ว

   ดังนั้นทั้งสองคนก็เพียงพบกัน ไม่ได้รู้จักกันแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนาม



   ดารินเป็นคนกรุงเทพ แต่เธอรักชีวิตชนบท

   บ้านของเธอเปิดบริษัทเล็กๆ เกี่ยวกับอาหารทะเล มีพี่ชายพี่สาวสองคนคอยดูแล ส่วนเธอที่เป็นน้องคนเล็กก็เริ่มต้นอาชีพนักแปลและนักวาดภาพมาได้สองปีแล้ว งานไม่หนักมากมาย มีเงินพอเก็บ เธอจึงโบกมือลาชีวิตในเมืองกรุงอันแสนวุ่นวายมาใช้ชีวิตติดธรรมชาติในต่างจังหวัดเสียเลย

   ซ่า...

   "ฝนตกแล้วนะหนูเมย์ ทำงานเสร็จรึยังจ้ะ" ป้านิ่ม เจ้าของร้านเตือนเธออย่างใจดี ดารินยิ้มแห้งๆ ส่ายหน้าเชิงปฏิเสธแล้วก้มหน้าก้มตาลงสีอย่างขมักเขม้น

   "ป้าครับ ลาเต้ปั่นแก้วหนึ่งครับ"

   เขามาแล้ว

   ดารินเหลือบตามอง เห็นเงาร่างคุ้นตาในสภาพลูกหมาตกน้ำ เธอก็อดจ้องไม่ได้

   เปียกโชกซะขนาดนั้น ไม่กลัวป่วยรึไงนะ

   ไม่นานป้านิ่มก็นำผ้าเช็ดตัวมาให้ ชายหนุ่มปฏิเสธเกรงใจ แต่ก็โดนดุเสียงเขียวจึงยอมนำผ้ามาห่อตัวเอง หลบไปนั่งในมุมหนึ่งไม่ไกล เหม่อมองสายฝนที่กระหน่ำเทลงมาเสียจนภายนอกร้านขาวโพลน

   ดารินหันกลับมา บรรยากาศอันเงียบสงบท่ามกลางเสียงหยาดน้ำกระทบกัน ฟังดูรื่นรมย์มากกว่าปกติ



   ดารินกะพริบตาปริบๆ

   "คุณเป็นหมอเหรอคะ?"

   ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นอย่างมึนงง พอสังเกตเธออยู่ครู่หนึ่งก็ยิ้มกว้าง ใบหน้าเรียวของเขาเด่นชัดขึ้นเมื่อเรือนผมหยักศกถูกหวีเสยไปด้านหลังอย่างภูมิฐานผิดจากปกติ

   "คุณคนที่ร้านกาแฟน่ะเอง!" เขานึกออก "ผมเห็นคุณที่ร้านทุกวัน พอดีป้านิ่มแกเป็นป้าแท้ๆ ของผมเองก็เลยแวะไปดูแกบ่อยๆ เอ่อ ว่าแต่คุณป่วยเหรอครับ?"

   หญิงสาวนำมือนวดขมับ "อาจเพราะเมื่อวานตากฝน ฉันก็เลยปวดหัว ตัวก็รุ่มๆ น่ะค่ะ พอกินยา ตกดึกก็ซุ่มซ่ามเดินเตะขาโต๊ะ เห็นไม่เป็นไรมากก็นอนต่อ ไม่นึกว่าเช้ามาจะบวมขนาดนี้" เธอยื่นขาออกมา บริเวณหลังเท้าเธอบวมเป่งเป็นสีเขียวอมม่วงช้ำๆ

   เขาย่อตัวลงยกเท้าเธอขึ้นดู "ดูเหมือนจะไม่ได้ประคบเย็นนะครับ เดี๋ยวผมเขียนใบสั่งยาให้ แล้วก็แช่เท้าในน้ำแข็งด้วยนะครับ จากนั้นทายา ไม่เกินสามวันก็ยุบแล้วล่ะครับ"

   เขาว่าจบก็มองเธอนิ่ง ดวงตาสีดำขลับเขาดูลุ่มลึกจนเธอต้องหลบตา "คุณพาคนมาเป็นเพื่อนไหมครับ ดูแล้วคงไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวก"

   "เอ่อ มันไม่หนักขนาดนั้นหรอกค่ะ เดินเหินได้ปกติ แค่เจ็บนิดหน่อย" เธอตอบ โบกไม้โบกมือไปมาด้วยรอยยิ้มนิดๆ อย่างเป็นนิสัย

   เขามองแล้วกำชับครู่หนึ่งก็ปล่อยเธอกลับบ้าน

   ดารินมองเขาอย่างลังเล

   "ฉันชื่อดารินค่ะ แล้วหมอชื่ออะไรคะ?"

   คุณหมอยิ้มตอบ "ไตรภพครับ เรียกสามก็ได้"



--มีต่อ-- ??%
SHARE
Written in this book
Short Story with Me
เรื่องสั้นเฉพาะกิจ ทั้งสาระ และเหนือจินตนาการ
Writer
Bambie
Somebody knows.
I don't like the rain, but when you gave me an umbrella with a smile... In that second, I fell in love with you. "พื้นที่นี้คือกระดาษและปากกาของเรา"

Comments