สัญญาที่ร้านไก่ทอด
' มึงกินร้านนี้อีกแล้ว ไม่เบื่อเหรอวะ '
' กูก็เบื่อนั่นแหละ แต่รีบกินเถอะ จะได้รีบไปเรียนต่อ '

เพื่อนสนิทของผมมักจะโอดครวญทุกครั้งที่ผมใช้อำนาจเผด็จการเลือกร้านอาหารเที่ยงของเรา
ผมจำได้ว่าช่วงเวลาพักกลางวันของโรงเรียนกวดวิชา
นักเรียนมากมายจะแห่กันออกมาซื้อข้าวเที่ยง 
จนร้านเเถวนี้ทุกร้านแน่นไปหมด
ผมกับเพื่อนสนิทก็เป็นหนึ่งในบรรดานักเรียนเหล่านั้นเช่นกัน

ช่วงเวลาของการสอบเอนทรานส์กำลังใกล้เข้ามาทุกที
พวกผมไม่มีเวลาจะมาพักเที่ยงยาวยาว หรือ เที่ยวเล่นอย่างสบายใจ
เหมือนอย่างก่อนหน้านี้อีกแล้ว (อย่างน้อยก็ให้มันสอบติดไปก่อนแล้วค่อยเที่ยว)

ถ้ารีบกินเสร็จได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิิ่งถือว่าได้กำไร
เพราะ จะได้รีบไปยังห้องเรียนตอนบ่าย เพื่อนั่งอ่านหนังสือรออาจารย์
แต่ถ้าวันไหนไม่มีเรียนตอนบ่าย เราก็ยังคงต้องรีบกิน
เพื่อจะได้ไปนั่งทำโจทย์กันต่อในห้องสมุดแถวแถวนี้

ช่วงชีวิต ม.6 เป็นอะไรที่หนักหน่วงมากสำหรับเด็กอย่างผม
วันจันทร์ - ศุกร์ เลิกเรียนเเล้ว ก็เรียนพิเศษต่อถึงสองทุ่ม
เสาร์-อาทิตย์ และปิดเทอม  ต้องตื่นเช้ามาเรียนพิเศษตั้งเเต่ เจ็ดโมงเช้า ถึง หกโมงเย็น
ทุกทุกวันเมื่อกลับบ้านไป ยังไม่ได้หลับง่ายง่าย 
เพราะ มีตารางทบทวนหนังสือถึงเที่ยงคืนเป็นอย่างต่ำ

บ่อยครั้งที่ความคาดหวังของครอบครัว สวนทางกับความฝันของผม
การปะทะกันทางความคิดและอารมณ์ ยิ่งบั่นทอนกำลังใจให้หมดลงอย่างรวดเร็ว
แต่โชคยังดีที่มีเพื่อนมารับชะตากันเดียวกันอยู่ด้วย
ทุกข์ที่หนักจึงกลายเป็นเบาเมื่อเราเเบ่งปันมัน

ตอนนั้นมีคนจำนวนไม่น้อยถามผมว่า เอาแต่เรียนอย่างนี้จะมีความสุขเหรอ
เรียนเเต่หนังสือจะทำอย่างอื่นเป็นไหม 
ดูตัวอย่างลูกคนอื่นที่เค้าช่วยพ่อเเม่ทำมาหากินซิ 
หัดสู้ชีวิตให้ได้อย่างเขาบ้าง ไม่ใช่เอาเเต่เรียน

ถ้าผมตอบว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่มีความสุขกับการเรียนล่ะ คุณจะเชื่อไหม ?
........อย่างน้อยน้อยก็ตอนนั้น.........

ผมอยากบอกคนเหล่านั้นเหลือเกินว่า 
พวกเขาควรหยุดยัดเหยียดความผิดปกติให้กับเด็กที่ชอบเรียนหนังสือได้เเล้ว
เราทุกคนล้วนต้องเผชิญปัญหาในชีวิตที่ไม่เหมือนกัน บนพื้นฐานของครอบครัวที่ต่างกัน

บางทีในบริบทชีวิตของคนคนหนึ่ง 
เขาอาจจะทำได้แค่ ต้องดิ้นรนบนหนทางของการศึกษา 
ใช่ว่ามันไม่เหนื่อยเหมือนคนอื่นเขา
แต่สำหรับเรา ชีวิตมีเเค่หนทางเดียวที่จะสู้ได้
จึงต้องสู้ชีวิตบนเส้นทางนี้ต่อไป

ผมจึงไม่เคยคิดจะเปรียบเทียบเลยว่า
ชีวิตใคร เหนื่อยกว่า ชีวิตใคร
และบอกไม่ได้ด้วย ว่าใคร เก่งกว่า ใคร


...............................................................................


' มึงเห็นร้านไก่ทอดตรงนั้นไหม น่ากินว่ะ '
วันหนึ่งไอ้เพื่อนของผมพูดขึ้นระหว่างที่เรากำลังกินบะหมี่ข้างทาง
ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับร้านไก่ทอด

ผมมองตามนิ้วของมันที่ชี้ไปยังจุดหมาย
มองเห็นเป็นร้านไก่ทอดติดแอร์ร้านหนึ่ง ไม่ถึงกับหรูหรามาก 
แต่ดูดีและมีชื่อเสียงพอสมควร

 ที่สำคัญคือ ทุกทุกวันร้านนี้จะส่งกลิ่นหอมเวลาที่เราเดินผ่าน
บางครั้งก็ลอยมาไกลถึงร้านข้างข้าง

' เออว่ะ แต่คนเยอะอย่างนั้น จะได้กินทันเวลาเรียนเหรอว่ะ '

' งั้นไว้เรามากินหลังสอบติดก็แล้วกัน ดีไหม ? '

' ได้ เอาดิ กูก็อยากกินมานานละ '

แล้วคำพูดนั้นก็กลายเป็นคำสัญญาระหว่างผมกับมัน
ทุกครั้งเมื่อเดินผ่านร้านไก่ทอดในยามหลังเลิกเรียน
เราต่างรู้ดีในใจว่า 
วันหนึ่งเราจะต้องพิชิตข้อสอบเอนทรานส์
สอบติดคณะในฝัน มหาลัยเดียวกัน
เพื่อจะได้มาเฉลิมฉลองกันที่ร้านไก่ทอดนั้นให้ได้

เราเชื่อว่ามันจะจบลงอย่างนั้นเสมอ

...........................................................

' ออร์เดอร์หมายเลข 699 ของคุณลูกค้าได้แล้วนะคะ '

ผมรับถาดอาหารที่มีชุดไก่ทอดและเฟรนซ์ฟรายจากพนักงานเสียงหวาน
แล้วเลือกนั่งโต๊ะตัวที่อยู่ติดกับผนังมุมในสุด

ผมมองเจ้าชิ้นไก่ทอดที่อยู่ในจานสลับกับบรรยากาศรอบตัว
มันทำให้ผมนึกย้อนไปถึงคำสัญญาเมื่อครั้งนั้น
ตอนที่ผมยังอายุเท่ากับเด็ก ม.ปลาย โต๊ะข้างๆ
ตัดผมสั้นเกรียน และ ฝากอนาคตทั้งหมดเอาไว้กับผลสอบเอนทรานส์

ถ้าเราได้กลับมาทำตามสัญญาที่นี่ 
ไอ้เพื่อนผมคนนั้นมันจะสั่งเมนูแบบไหนกันนะ ?
ผมได้แต่คิดในใจและเอาส้อมเขี่ยเฟรนซ์ฟรายเล่น

หลังจากประกาศผลสอบเอนทรานส์ ผมกับมันก็ได้เจอกันเเค่ไม่กี่ครั้ง
ผมไม่ได้เรียนตามคณะที่ใฝ่ฝัน เพราะ ต้องเรียนตามคำสั่งของที่บ้าน
ส่วนมันก็ไมได้เรียนมหาลัยที่หวังไว้ เพราะ คะแนนไม่ถึงเกณฑ์

เราต่างผิดสัญญาด้วยกันทั้งคู่
โลกแห่งความจริงมันโหดร้ายกว่าที่ผมคิดเอาไว้ตอนนั้นเยอะเลย
แต่ผมจะโยนความผิดทั้งหมดไปให้โลกทั้งใบก็คงไม่ได้หรอก

ผมหยิบน่องไก่ทอดหอมๆ ขึ้นมา
บรรจงกัดส่วนที่เเน่นที่สุดลงไปเต็มปากเต็มคำ

...ความจริงก็คือ...
ถึงโลกจะโหดร้ายอย่างไร
แต่ไก่ทอดยังคงอร่อยเสมอ

SHARE
Writer
Toncha_
PURTURE
A child of god

Comments

JustYou
2 years ago
ยังดีที่มีไก่ทอดปลอบประโลมจิตใจ
Reply