จุ๊ๆ อย่าเอาเป้าหมายปีใหม่ของตัวเองไปบอกคนอื่นๆ นะ
ใกล้จะสิ้นปีกันอีกแล้ว หลายๆ คนก็คงจะถือโอกาสนี้ตั้งเป้าหมาย ตั้งปณิธาน ตั้ง new year resolution สำหรับปีใหม่กันให้ตัวเอง

แต่ จุ๊ๆๆ ตั้งใจทำอะไรแล้วอย่าเอาเป้าหมายตัวเองไปบอกคนอื่นๆ นะ!

เพราะว่ามันมีผลการศึกษาบางอันมาบอกว่า ยิ่งถ้าเราเอาเป้าหมายของตัวเองไปบอกคนอื่นๆ เนี่ย มันจะทำไปลดโอกาสที่เราจะตั้งใจทำจนเป้าหมายนั้นสำเร็จ!!

อ้าวววว ไหงเป็นงั้นล่ะ?


ฟังแล้วรู้สึกว่ามัน counter-intuitive ขัดแย้งกับสิ่งที่เราคิดว่ามันควรที่จะเป็นมากๆ

ก่อนหน้านี้เรามักจะได้ยินว่าถ้าอยากทำอะไรใหญ่ๆ เราต้องทำให้ตัวเองมีข้อผูกมัด มี commitment โดยการไปบอกคนอื่นๆ ว่าเราตั้งใจจะทำอะไร

เพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกว่ามีแรงผลักดันที่จะทำให้สำเร็จเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มเหตุผลให้ตัวเราเองทำในสิ่งที่เราตั้งใจไว้

ประมาณว่า ถ้าเราทำไม่ได้ตามที่เราประกาศไว้ ก็อาจจะมีคนอื่นๆ ช่วยเตือนให้เรานึกถึงเป้าหมายของเรา หรือถ้ามองในด้านแรงๆ หน่อย บางคนอาจจะกลัวว่าถ้าทำไม่ได้ตามที่ประกาศไว้ ก็อาจจะทำให้เรารู้สึกเสียหน้า เลยยิ่งต้องมีแรงฮึดสู้กับความรู้สึกไม่อยากทำ

หรืออย่างน้อยๆ ถ้าเราบอกคนอื่นๆ ไว้ เราก็จะได้กำลังใจจากคนรอบข้าง ทำให้เรามีแรงใจมากขึ้นที่จะทำในสิ่งที่เราต้องการทำ

แต่แล้ว.... ทำไมมันถึงกลายเป็นว่า ยิ่งไปประกาศให้คนอื่นๆ รู้ว่าเป้าหมายเราคืออะไร ยิ่งทำให้เรามีโอกาสประสบความสำเร็จลดลงล่ะ?

ถ้าจะให้ตอบคำถามนี้ เราต้องย้อนกลับไปดูการทำงานของสมองเราก่อน ในสมองเราเนี่ย มันมีส่วนที่เราควบคุมไม่ได้อยู่เยอะมาก ทั้งๆ ที่เราอาจจะคิดว่าเราควบคุมมันได้ แต่จริงๆ แล้วมันอยู่เหนือการควบคุมของเราไปเยอะ

เวลาที่เรามีเป้าหมายอะไรซักอย่าง แล้วเราสามารถทำให้เป้าหมายของเราสำเร็จเป็นจริงได้เนี่ย มันจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมา ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้เราพยายามทำให้ถึงเป้าหมายของเราเนี่ยก็คือความรู้สึกคาดหวังว่าเราจะทำได้สำเร็จแล้วจะได้รับความรู้สึกนั้นเนี่ยล่ะ

สมองส่วนที่เราควบคุมไม่ได้เนี่ยแล่ะ จะเป็นตัวโหยหาความรู้สึกของความสำเร็จนั้นๆ ทำให้เราอยากพยายามทำเพื่อเป้าหมายของเราให้มากขึ้น

แต่ถ้าสมมติว่าเราไปป่าวประกาศให้คนอื่นๆ ฟังว่าเราตั้งใจทำอะไรอยู่เนี่ย สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นคือ คนรอบข้างเราก็มักจะมาให้กำลังใจ หรือมากล่าวชมเราว่าเรามีเป้าหมายที่ดี ซึ่งก็มักจะทำให้เราเกิดความรู้สึกดีๆ

หรือบางทีความตื่นเต้นที่เวลาทำเราไปบอกคนอื่นๆ ก็ทำให้เราเกิดความรู้สึกดีๆ ได้เหมือนกัน

แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้เนี่ยล่ะ

หลายๆ ครั้ง สมองในส่วนที่เราควบคุมไม่ได้เนี่ย มันแยกไม่ออกนะว่าความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นในหัวเราเนี่ย เกิดจากการที่เราทำเป้าหมายสำเร็จแล้วจริงๆ หรือเกิดจากการที่เรารู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นเวลาที่ไปบอกคนอื่นๆ ว่าเราตั้งใจจะทำอะไร

ซึ่งพอเราแยกไม่ออกปุ๊บ สมองเราก็จะสับสน คิดว่าเราทำสำเร็จไปแล้ว และดังนั้น ความพยายามที่จะทำอะไรเพิ่มเติมก็จะลดน้อยลงไปด้วยเลย

พอเราพยายามน้อยลง โอกาสที่จะสำเร็จของเราก็เลยจะลดลงตาม

(จริงๆ แล้วเรื่องนี้ก็คงเกี่ยวข้องกับ study อีกชุดนึงนะที่ค้นพบว่า เวลาที่บนเมนูมีทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพเช่นสลัด จะทำให้คนไปเลือกกินทางเลือกที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเค้าเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า ""vicarious goal fulfillment" หรือการรู้สึกว่าเราทำเป้าหมาย(ที่จะกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ)ได้สำเร็จแล้วเพียงเพราะเรามีความคิดที่จะกินสลัดที่ดีต่อสุขภาพเข้ามาในหัว(ทั้งๆ ที่เรายังไม่ได้สั่งสลัดเลยเลย) ดังนั้นเมื่อเราคิดว่าเราทำสำเร็จแล้ว รู้สึกดีแล้ว มันก็จะทำให้เรามีความมุ่งมั่นน้อยลงที่จะทำสิ่งนั้นให้มันเกิดขึ้นจริงๆ)

แต่ถ้าเราต้องบอกใครซักคนเกี่ยวกับเป้าหมายของเราจริงๆ ละก็ ให้หาวิธีการประกาศที่จะไม่ทำให้ตัวเราเองหลงระเริงไปกับความรู้สึกดีเกินไปทั้งๆ ที่เรายังไปไม่ถึงเป้าหมาย

อย่างเช่น แทนที่จะประกาศแค่ว่า "ปีนี้เราจะวิ่งมาราธอน" แล้วไปหลงฟินกับคอมเมนต์ชมเชยว่า หูยยยย เก่งจัง ฯลฯ จนทำให้เราหลงรู้สึกดีจนหมดความมุ่งมั่นที่จะวิ่งจริงๆ ก็ให้พยายามหาวิธีประกาศที่เน้นการเพิ่มความ accountability ให้กับตัวเอง เพิ่มความรู้สึกที่ว่าเราต้องทำตามที่พูด 

เช่นให้บอกว่า "เราจะวิ่งมาราธอนในปีนี้ โดยที่เราจะต้องพยายามฝึกวิ่งให้ได้ทุกอาทิตย์ และถ้าเราทำไม่สำเร็จ เราจะ ....." ไปแทน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้เราไม่หลงรู้สึกไปก่อนล่วงหน้าว่าเราทำสำเร็จแล้ว และจะช่วยทำให้คนที่เราบอกเป้าหมายเราไปสามารถตรวจสอบ (และอาจจะลงโทษ) เราได้ว่าเราทำตามที่พูดได้จริงๆ มั้ย

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ลึกๆ แล้วเราคิดว่าทฤษฎีนี้อาจจะไม่ได้เป็นจริงกับทุกคน ในทุกวัฒนธรรมก็เป็นได้นะ เพราะที่มีการวิจัยมาทั้งหมดเนี่ยมันก็มาจากวัฒนธรรมทางฝั่งตะวันตก

ในวัฒนธรรมที่ไม่ชอบความรู้สึก "เสียหน้า" มากกว่าที่อื่นๆ อาจจะมีสิทธิเป็นไปได้ว่าผลของการบอกเป้าหมายของตัวเองให้คนอื่นๆ ฟังอาจจะแตกต่างกันออกไป

ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครเคยทำการวิจัยในรูปแบบนี้กับประชากรในวัฒนธรรมอื่นๆ บ้างแล้วรึยัง ถ้ามี เราก็อยากจะรู้ผลเหมือนกันนะ

แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าคนอื่นๆ จะได้ผลว่ายังไง เราคิดว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำสิ่งที่อ่านๆ มามาลองใช้กับชีวิตตัวเองดูนะ เพราะเราเองอาจจะเป็นคนที่สามารถประสบความสำเร็จได้ดีจากการป่าวประกาศเป้าหมายของตัวเองให้คนอื่นๆ ฟังก็ได้ หรือเราอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่บอกเป้าหมายตัวเองไปแล้วรู้สึกมีความอยากทำน้อยลงก็ได้ เพราะจริงๆ แล้วคงมีคนทั้งสองประเภทนี่อยู่ทั่วๆ ไปหล่ะ สิ่งที่งานวิจัยแสดงให้เห็นก็แค่ว่าโดยทั่วๆ ไปแล้วมันมีแบบไหนมากกว่ากัน

สุดท้ายแล้วก็มีตัวเราเองเนี่ยแล่ะที่จะมีโอกาสสังเกตตัวเองได้มากที่สุด เอาสิ่งที่อ่านๆ มา เอาผลจากการศึกษาวิจัยต่างๆ มาลองใช้ดูกับตัวเองว่าวิธีไหนทำให้เราสามารถทำตามเป้าหมายของตัวเองได้ดีที่สุด แล้วก็จัดการทำซะ

และก็ที่แน่ๆ อีกอย่างนึงคือ... ถ้าใครมีเป้าหมายอะไรที่คิดว่าสำคัญ ที่ต้องการทำให้สำเร็จขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะก็ ไม่ต้องรอให้ถึงวันปีใหม่เพื่อที่จะเริ่มต้นหรอกนะ ถ้าทำได้ก็ทำไปเลย

แล้วก็ถ้าเป็นเป้าหมายอะไรที่ต้องทำบางอย่างให้ได้อย่างสม่ำเสมอ ก็อย่าลืมทำให้มันเป็นนิสัย (habit) ซะ จะได้สามารถปล่อยให้สมองส่วนที่เราควบคุมไม่ได้มาช่วยทำให้เราสามารถไปถึงเป้าหมายของเราไปด้วยเลย (พื้นที่โฆษณาแฝงสำหรับโพสต์ที่เราเขียนๆ แชร์ๆ ไปก่อนหน้านี้ 555)

หากสนใจอ่านเรื่องเกี่ยวกับการไม่ควรบอกเป้าหมายคนอื่นๆ สามารถหาได้เพิ่มเติมที่:

The Great Courses: Outsmart Yourself: Brain-Based Strategies to a Better You by Peter M. Vishton:
https://www.thegreatcourses.com/courses/outsmart-yourself-brain-based-strategies-to-a-better-you.html

TED Talk: Keep your goals to yourself by Derek Sivers:
https://www.ted.com/talks/derek_sivers_keep_your_goals_to_yourself


Originally Posted On:
http://on.fb.me/2nV7HNe

Photo by Marc A on Unsplash

https://unsplash.com/photos/Yc409-8V2pU
SHARE
Writer
Cloud9
นักอ่านแอบเขียน
https://www.facebook.com/1Thing.1Thing

Comments

chaokhing
2 years ago
กรรม เผลอพูดไปแล้ว ปีนี้จะสำเร็จมั้ย
Reply