เรารักแกมากนะ แม้ในวันนี้มันสายไป
ฟ้าได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เราในรอบ22ปีนี้
แต่ก็พรากจากเราไป รวดเร็วเหลือเกิน... 
 
         บางทีในตอนนี้เราอาจเป็นผู้ชายที่โง่ที่สุดในโลกก็ได้..
เจ็บปวดทั้งสมเพช เป็นครั้งแรกที่คนที่มีความมั่นใจ ยึดมั่นในเกียรติศักดิ์ศรียิ่งกว่าใคร
ตั้งแต่ลืมตาดูโลกมา เราไม่เคยรู้สึกเกลียดตัวเองขนาดนี้มาก่อน เกลียดในความโง่
ที่มองข้ามสิ่งสำคัญที่อยู่ข้างกายมาตลอด มารู้ค่าในวันที่สาย ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้ว

1. ย้อนกลับไปประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว เด็กประถมฯที่ซนและแข็งแรงอย่างเรายิ้มได้ง่ายมาก มีความสุขกับชีวิตราวกับเป็นกิจวัตร กับแกเด็กผู้หญิงผู้ซึ่งไม่เคยโดดเด่นในสายตาเรา แกดูห้าวอย่างกับเด็กผู้ชายจนตอนแรกเราคิดว่าแกเป็นทอมเสียอีก เราไม่ได้มีความสนิทสนมกันเท่าไหร่ ก็แค่เพื่อนร่วมชั้น ใครจะไปรู้ว่าอีกสิบกว่าปีต่อมา เราสองคนจะได้กลับมาพบกันอีก...
2. มานึกย้อนดูแกไปเรียนต่อที่อื่นหลังจบชั้น ป.6 ชีวิตเราในตอนนั้นเริ่มก้าวสู่ความเป็นวัยรุ่น เราสองคนไม่เคยพบกันอีกเลย แทบจะไม่เคยนึกถึงกัน เราต่างได้ไปเจอโลกใบใหม่ของตัวเอง ในยุคที่โซเชียลพึ่งเริ่มเข้ามานั้น หลังจบชั้นมัธยมฯต้น เราได้แอดเฟสบุ๊คกันและกัน แต่ก็ไม่ได้ทักทาย แค่แอดกันในฐานะเพื่อนเก่าและเด็กที่กำลังเห่อโลกอินเตอร์เน็ต น่าแปลกที่เราไม่เคยลืมชื่อนามสกุลของแก ทั้งที่เราไม่เคยสนใจและไม่ได้เหลียวมอง เทียบกับเด็กผู้หญิงสวยๆในห้อง แกดูธรรมดามาก ชีวิตเราสองคนต่างดำเนินต่อไป...
3. ในช่วงมัธยมฯปลาย ชีวิตเด็กผู้ชายที่กำลังอยู่ในช่วงอยากรู้อยากเห็น ชอบที่จะค้นหาสิ่งใหม่ๆ เรายุ่งอยู่กับตามหาความฝัน เราทดลองที่จะเรียนรู้ว่าตัวเองชอบอะไร สิ่งที่ได้ติดตัวมาตอนนี้คือการอ่าน ดนตรีร็อคและก็การดื่ม เราไม่ได้ทุ่มเทให้สองสิ่งแรกเท่าอย่างหลัง เราหลงไหลในแสงสีเสียงของชีวิตวัยรุ่น ในช่วงนั้นเราลืมแกไปแล้วด้วยซ้ำ...
4. ในช่วงเริ่มเข้ามหาลัยฯ จำได้ว่าตอนนั้นเราอายุ20 เป็นปีแรกมั้งที่แกมาสุขสันต์วันเกิดเราในเฟสบุ๊ค แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ตามภาษาเพื่อนที่เห็นแจ้งเตือนคนหนึ่ง ที่ผ่านมาเราไม่ได้ติดต่อกันเลย แต่เราจำได้ดีว่าความสัมพันธ์ของเราเริ่มจากที่เราโพสรูปCDวอล์คแมนลงในเฟสบุ๊ค เราสองคนต่องชอบในเสียงดนตรี แกมาเม้นว่าขอซื้อต่อ และเราก็ขำ เราเริ่มคุยกันตั้งแต่ช่วงนั้น เราไม่ได้คิดอะไร แกเป็นคนชอบเพลงไทย ส่วนเราฟังเพลงนอก แค่นั้นก็มากพอที่จะแลกเปลี่ยนรสนิยมทางดนตรีซึ่งกัน Only you เป็นเพลงนอกเพลงเดียวที่เราส่งให้แกฟังตอนนั้นละแกชอบ เราจำได้เสมอ..
5. เป็นช่วงตลอดเวลาที่ผานมานับตั้งแต่ตอนนั้น เราคุยกันให้คำปรึกษามาตลอด แต่แค่ในฐานะเพื่อน เราสนิทกันผ่านช่องข้อความในแอปฯเฟสบุ๊ค ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราเกลียดมาก มันดูไม่จริงใจเหมือนการได้ยินเสียงกัน ซึ่งนั่นเป็นข้อแรกใน"ความโง่"ของเรา ทิฐิโง่ๆที่ปิดกั้นตัวเองมาตลอด แกจะเป็นฝ่ายทักเรามาก่อนเสมอ เราก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้างแล้วแต่อารมณ์ เราเกลียดในรสนิยมแสนห่วยของแกที่เราดันไปคิดไปเองว่ามันไม่เข้าท่า ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม การฟังเพลง ทั้งที่จริงมันอยู่ที่รสนิยมส่วนบุคคล แต่ตัวเราในตอนนั้นเป็นคนหัวขบถ ก้าวร้าวเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เรามักไม่ยอบรับในสิ่งที่เรียกว่ากระแสหลักมาโดยตลอด ซึ่งนั้นก็ถือว่าโง่สิ้นดี แต่ตอนนั้นเราไม่เคยรู้ตัวเลย..
6. เราไม่เคยรู้เลยว่าเราไปสร้างความรู้สึกดีๆที่ว่าให้แกตอนไหน รู้ตัวอีกทีเราก็รู้ว่าแกชอบเรา เรารู้มาตลอดแต่แกล้งทำเป็นเฉยๆเพราะคิดที่จะเล่นเกมโง่ๆอยากรู้ว่าแกจะทำตัวยังไง ชีวิตในตอนนั้นที่หลงระเริงไปวันๆ เราไม่เคยใส่ใจกับความรู้สึกแกเลย ไปหลงชอบผู้หญิงคนนั้นคนนี้ละก็เอามาระบายให้แกฟัง พอเบื่อก็ไม่ตอบ เรามันเอาแต่ใจตัวเองชะมัด ไม่รู้ทำไมตอนนี้น้ำตาถึงได้ไหลอีกแล้ว แกชอบฟังวง Pause ซึ่งเราไม่เคยชอบเลย สงกรานต์ปีที่ผ่านมาแกชวนเราไปดู แต่เราก็หาเรื่องไปทำอย่างอื่น โดยไม่รู้เลยว่านั่นใกล้วันเกิดของแก ทำไมเราถึงได้โง่อย่างนั้นนะ..
7. มีอยู่ช่วงนึงที่งานที่มหาลัยฯเราเริ่มหนัก แกก็ทักมาทุกวัน เราคุยกันตลอด แกคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ แม้ในวันที่เราขี้เกียจตอบ แกก็ยังหาเรื่องให้เราด่าให้เราบ่นได้เสมอ ตอนนั้นเราโคตรรำคาญ แกเริ่มค่อยๆเผยความรู้สึกมาทีละนิด เรารับรู้แต่ยังโง่หยิ่งในศักด์ศรี ตอนนั้นเราบอกกับตัวเองว่ายังไงก็จะไม่มีวันไปชอบแก สิ่งที่แกทำเหมือนการเติมน้ำลงในแก้วที่แตก เติมเท่าไหร่ก็ไหลออก หากเราไม่รู้เลยว่าแกค่อยๆซ่อมส่วนที่แตกร้าวนั้นมาตลอด...
8. สุดท้ายเราก็เริ่มใจอ่อน ก็แกเล่นตื้อกันขนาดนี้ ถึงจะไม่ได้บอกโดยตรงก็เถอะ แต่เราก็รอคำนั้น เพียงแต่ทิฐิโง่ๆของเราไม่ยอมที่จะบอกแก เรารอให้แกเป็นฝ่ายพูดมาเอง เราไม่ชอบอะไรที่โลเล เราชอบในความชัดเจน เราไปตัดสินแกว่าเป็นอย่างนั้น ทั้งๆที่เราเป็นผู้ชายแท้ๆ สุดท้ายแกก็เลือกที่จะหายไป เราโกรธมาก แต่เรากลับไม่ได้สนใจ คิดแต่ว่าช่างเถอะแล้วแต่แกละกัน ความหยิ่งผยองในตอนนั้นมันไม่ได้มีความหมายเลยแม้แต่นิดเดียว...

9. แกกลับมาหลังจากที่หายไปเกือบเดือน ลอยกระทงปีนี้เหงาดีเป็นบ้า หมดช่วงหน้าฝน ลมหนาวค่อยๆพัดมา เรากลับมาคุยกันอีกครั้ง แกชวนฉันไปดูวง พราว แต่ฉันก็ไม่ยอมไป อ้างนู่นอ้างนี่ไม่มีตังค์บ้าง ทั้งที่แกก็จะให้ยืม แต่ตัวเองดันกินเหล้าเป็นว่าเล่น สุดท้ายเราก็ปล่อยให้แกไปคนเดียว เราแม่งโคตรใจร้าย...

10. 30 พฤษจิกายน คืนนี้อากาศดี แกโทรมาชวนเราไปกินข้าว วันนี้ไม่รู้ทำไม เรารู้สึกแปลกๆ เหมือนต้องไปพบแกให้ได้ และเราก็ไปดื่มด้วยกันร้านหนึ่ง ผ่านพ้นจนเลยเที่ยงคืน แกก็บอกสุขสันต์วันเกิดเรา วันที่1ธันวาฯปีนี้ เรา22พอดี เราดีใจมาก แม้แต่เราที่รีบจนจำวันเกิดตัวเองไม่ได้ แกเอาของขวัญมาให้เราด้วย ไข่ไก่สิบฟองจากฟาร์ม ตอนนั้นเราไม่ได้ขำแต่อย่างใด เราดีใจมากจริงๆ เราสองคนนั่งเมาคุยเรื่องเก่าๆกัน และความรู้สึกเรามันก็เริ่มเลยเถิด เราคิดที่จะสารภาพรัก ในตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจตัวเอง รู้แต่ว่าแกทำให้ใจเราเต้นจนได้ เรารู้สึกดีที่มีแกอยู่ใกล้ๆ กอดของแกอบอุ่นกว่าใครที่เราเคยผ่านพบมา แม้คืนนั้นเราไม่ได้พูดไป เพราะแกรีบปฎิเสธ เราโมโหและไม่ได้เข้าใจอะไร สุดท้ายเราก็เอาแกกลับ แกบ่นว่าหิว แม้จะง่วง แต่เราก็ยังเจียวไข่ให้แกกิน แกกินได้ไม่กี่คำละก็ไปนอน แม้กระนั้นแกก็ยังอุตส่าห์เก็บถ้วยเก็บชามล้างให้เรา ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำงี้กับเรามาก่อนเลยนะเว๊ย เราดีใจมากจริงๆ และพอเช้าที่แกกลับไป มันว่างเปล่ากว่าทุกวัน เรารู้สึกว่าในใจเริ่มไม่เหมือนเดิม เราไม่ได้มองแกแค่เพื่อนอีกแล้ว...
11. วันนี้เราไปกินหมูกระทะกับพ่อในวันพ่อ กลับมาก็คุยกันตามปกติ แต่เราก็ดันไปถามว่าแกคิดยังไงที่มีเรา แกเหมือนจะตอบปฎิเสธอ้อมๆ เราก็เลยไม่ได้ถามต่อ และแกโทรมาเว๊ย ว่าลองคบกันดูไหม? ไอ้บ้า!เราเขินมาก เราดีใจสุดๆ แต่ก็ไม่วายเก๊กอยู่อย่างนั้น คืนนั้นเรานอนโทรคุยกันจนแกเผลอหลับไป มีความสุขเหลือเกิน เราสองคนต่างไม่ได้คบใครจริงจังมานานแล้ว ครั้งนี้คงจะสมหวังซักที ขอบคุณฟ้า ไม่สิ ขอบคุณแกมากนะ สำหรับของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด...
12. นานะ แมวบ้านเราที่กำลังจะขวบจากไปแล้ว เรารักมันมาก มันป่วยเป็นลูคีเมีย คืนนั้นมันว่างเปล่า หลังจากที่เราเสร็จธุระ เราไปหาแก ด้วยใจที่แสนคิดถึง เรารีบขี่รถไปหาแกทั้งที่คิดว่ามันไกลและไม่เคยอยากจะไปเลยสักครั้ง เรานั่งดื่มกัน เฮฮาปาร์ตี้ เราเมามากคืนนั้น ไม่รู้ทำอะไรหรือพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า เราไม่รู้เลยจริงๆว่ากำลังจะเสียแกไป แต่ช่วงเวลาที่อยู่ใกล้แกมันมีความสุขมากจริงๆ...
13. เราเดินทางไปเที่ยวเขาใหญ่ เรายืมโทรศัพท์แกไปถ่ายรูป ระหว่างทางเราคุยแชทกัน แกดูแปลกๆไป คงเหนื่อยหรือเปล่า เราไม่อยากคิดไปเอง พอไปถึงแกก็ทักมาบอกขอเลิกกับเรา ขอกลับไปเป็นเหมือนเดิม เรายังงงๆและช็อคมาก นี่มันบ้าอะไรกันวะ? เราทำอะไรผิดตรงไหน? เราถามไถ่แกอย่างใส่อารมณ์ จนอ้อนวอนขอร้องให้แกอย่าไป แต่สุดท้ายแกก็ไม่เปลี่ยนใจ ทิ้งเราไว้ที่เขาใหญ่กับความเศร้า ในคืนที่อ้างว้างท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่เรากลับรู้สึกตัวคนเดียว เราเดินร้องไห้ทั้งคืน ฟ้าคืนนี้ใจร้ายกับเราจัง...

14. ระหว่างทางขากลับ เราคิดทบทวนมากมาย ไม่รู้ทำไมน้ำตาถึงไหลออกมาตลอดเวลา ที่ผ่านมาเราทำอะไรอยู่ ทำไมไม่เคยใส่ใจ ทำไมไม่เคยแคร์ความรู้สึกแก โดนอย่างนี้ก็สมควรแล้วนี่ กรรมตามสนองแล้ว ทุเรศตัวเองเป็นบ้า เราไม่เคยเกลียดตัวเองที่โง่อย่างนี้มาก่อนเลย โง่ที่ปล่อยให้เวลาที่ผานมาสูญเปล่า โง่ที่ไม่เคยให้ความสำคัญกับแก ไม่ว่าตอนนี้จะพูดจะรั้งไว้ยังไง มันไม่สำคัญแล้ว แกเลือกแล้ว แกไม่กลับมาแล้ว ความจริงคืนนั้นมันตอกย้ำให้เราร้องไห้...

15. เราเดินทางมาถึงบ้านเวลาตี2 รอคอยเวลาจนเช้าเพื่อจะเอาโทรศัพท์ไปคืนแก เราพยายามไม่งอแง ไม่ไปวุ่นวาย เราไม่อยากเสียแกไป แต่เรื่องครั้งนี้มันไม่มีใครเหมือนเดิมหรอกนะ แกขอให้เรา"กลับมาเป็นเหมือนเดิม" แต่ที่เราสัมผัสได้แกไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว สุดท้ายความรู้สึกทุกอย่างมันทำให้เราแบกไม่ไหว คืนนี้เราร้องไห้ทั้งคืน ไม่อาจหยุดได้เลย ความเงียบเหงาอ้างว้างที่ไม่มีแกมันน่ากลัวอย่างนี่เอง เรามันแย่ เราขอโทษนะ... 
16. พระอาทิตย์ขึ้นส่องให้รู้ว่าชีวิตยังมีวันต่อไป แต่เราทำใจไม่ไหวแก เราพยายามอดกลั้น พยายามเข้าใจ เราขี่รถไปร้องไห้ไปจนคนเขามอง ได้แต่สมเพชตัวเอง มารู้สึกเอาอะไรป่านนี้ เรามันโง่ที่สุดเลยเนอะ เจ็บใจในความโง่ของตัวเอง ไม่อยากให้เวลานี้มาถึงเลย เรารู้สึกว่าถ้าเราคืนโทรศัพท์แกไปเราจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว เราจะไม่ได้คุยกันอีกแล้ว ครั้งนี้สัญชาตญาณมันบอก ว่าถ้าแกหายไปคราวนี้ของจริง ความจริงในข้อนี้ทำให้เราร้องไห้ไม่หยุดเลย...
17. สุดท้ายแกก็ไป เราได้แต่เจ็บใจ ทั้งที่อยากเข้าไปกอด อยากสบตาแกแล้วบอกว่า"รัก"สักครั้ง ในเวลาที่ผ่านมาเราเสียใจที่ไม่เคยให้ความสำคัญ ตอนนี้เรารู้ตัวแล้ว แต่มันสายเกินไปใช่ไหม? เราทำได้เพียงมองแกจากไป น้ำตามันไหลไม่หยุด ความเจ็บปวด ความเสียใจในการยอมปล่อยคนที่เรารักไปนั้นมันเป็นยังไง เรารู้ซึ้งแล้ว กลับมาเถอะนะแก...

18. ได้แต่กัดฟันและกลืนน้ำตา เวลาไม่เคยมีความหมายอะไร ปีนี้เป็นปีที่หนักหนาที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา แต่อย่างน้อยก็ยังมีเรื่องที่ดีที่สุดเช่นกัน อยากขอโทษอะไรที่เคยพลาดไป และขอบคุณแกมากนะสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา เราคงรั้งแกไว้ไม่ไหวจริงๆ ตอนที่เพลงนี้ดังขึ้นในหัว เรายังคงเผลอร้องไห้ทุกที "ไม่เป็นไร เข้าใจ" คงเป็นทีของเราบ้างแล้วที่ต้องยอม แม้ว่าตอนนี้เรารักแกมากแค่ไหน สุดท้ายเราคงต้อมยอมปล่อยแกไปจริงๆ...

เราไม่เคยเชื่อในเรื่องฟ้า แต่ถ้าแกยังเคยวนกลับมาหาเราได้
สักวันแกคงวนกลับมาหาเราอีกครั้ง.. และถ้าหากฟ้ามีจริง
  ถึงตอนนั้นเราจะไม่ปล่อยแกไปอีกแล้ว

ปล.ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง หวังว่าลมจะพัดแกให้ผ่านมาเห็นนะ
เรารักแก นิว :)

https://www.youtube.com/watch?v=1juNF4vmUww
SHARE
Writer
Dissoluteman
musician
Thank you for reading :)

Comments

dontknowyou
2 years ago
เค้าไปไม่กลับมาแล้ว เรื่องคล้ายๆเราเลยนะคะ ตอนนี้คงได้แต่ทำใจ:)
Reply
Dissoluteman
2 years ago
โอ๊ยยยยย ตอกย้ำความจริง > <
dontknowyou
2 years ago
สู้ๆต่อไปค่ะ ฮ่าๆยังมีคนรอเราอีกเย๊อะ