ในทุกเวลา...ชีวิตเป็นของเรา
เราทุกคนต่างมีช่วงเวลาแห่งความทุกข์ ต้องอดกลั้นเมื่อเผชิญกับความโศกเศร้า พบเจอกับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจราวกับว่าได้ถูกฉีกทึ้งจนไม่สามารถเรียกลับมาได้ดังเดิม แล้วควรทำอย่างไรดี 

คนที่เข้มแข็งมากพอมักเชื่อกันว่าร่างกายและจิตใจนั้นเชื่อมโยงกัน ถ้าจิตใจหมองเศร้า ร่างกายจะเฉื่อยชาไปด้วย ถ้าร่างกายอ่อนแอ จิตใจยิ่งเหนื่อยหน่าย ดังนั้นถ้าอยากให้จิตใจถูกฟื้นฟู จงปลุกร่างกายที่ยังมีแรงให้เข้มแข็งลุกขึ้นได้ก่อน

ชีวิตของเราพบเจอความทุกข์มากกว่าความสุข การสร้างเกราะให้ตนเองทั้งร่างกายและจิตใจนั้นสำคัญมาก เพราะทุกคนต่างมีช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้อยู่เสมอไม่ว่าวัยใดก็ตาม ศักยภาพ การเรียนรู้ และประสบการณ์ จะสอนเราเองว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเรื่องที่ดีหรือเลวร้ายนั้น เราจะรับมืออย่างไร ควรเดินหน้าต่อสู้หรือปล่อยวาง

การตระเตรียมสิ่งต่างๆ และทุ่มเททั้งหมดไปที่ปัจจุบันเพื่อยกชีวิตให้กับอนาคตไม่ใช่เรื่องสนุก แต่ถ้าทำเพื่อปัจจุบันเพียงอย่างเดียว เราจะเติบโตไปอย่างไร้ความหวัง จึงจำเป็นต้องหาจุดสมดุลของชีวิตให้พอดีระหว่างการเสียสละปัจจุบันกับการสร้างสรรค์สิ่งดีงามในอนาคต และระหว่างความพึงพอใจกับความสำเร็จ

ทุกคนต้องออกเดินทางค้นหาความหมายของปัจจุบันและเส้นทางสู่อนาคตตัวเองในโรงเรียนที่ชื่อว่าชีวิต การเรียนรู้จึงเปรียบเสมือนการบ้านที่ต้องตั้งใจทำ
 
จงสร้างความเชื่อมั่นไว้ในใจทุกวันว่า พรุ่งนี้ต้องดีกว่าเก่า อย่าเกลียดความอ่อนแอของชีวิต โอบกอดมันแล้วเติบโตไปด้วยกัน... 
 
จากหนังสือ : ในเวลาที่หม่นเศร้า ชีวิตก็ยังเป็นของเรา
คิมรันโด เขียน
วิทิยา จันทร์พันธ์ แปล
สำนักพิมพ์ springbooks
SHARE
Writer
TAKUYA1091
Writer and Designer
...Welcome to Introspection Area...

Comments