ดูแลตัวเองจากการเป็นโรค"น้ำหมอนรองกระดูกต้นคอแห้ง"

อาการช่วงนี้ถามว่าดีขึ้นกว่าเดิมก่อนหน้านั้นที่เป็นหนักๆมั้ยก็สามารถกล้าพูดได้เลยว่าดีขึ้นกว่าเดิมมากๆด้วยการปรับเปลี่ยนตัวเราหลายอย่างด้วยแหละรวมถึงการดูแลเอาใจใส่ทั้งอาหารการกิน  การนอน การทำงาน รวมไปถึงการออกกำลังกาย
-การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน
ข้อนี้จัดให้เป็นข้อแรกเลยก็ว่าได้เพราะสำคัญมากๆหากเราป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับกระดูก คอ หลัง แขน เพราะหากเรายังมีพฤติกรรมเดิมๆทำงานที่ใช้ส่วนต่างๆในร่างกายท่าเดิมๆเป็นเวลานานๆมากกว่าครึ่งชั่วโมงรับลองว่ายาขนานดีแค่ไหนก็ไม่รักษาให้คุณดีขึ้นได้แน่นอนหากยังไม่ปรับพฤติกรรมการทำงานของคุณ
-การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
ใครว่าไม่สำคัญข้อนี้ถือว่าเป็นข้อที่สำคัญไม่แพ้ข้อแรกเลยก็ว่าได้จะเห็นได้ว่าทำไมคนสมัยปู่-ย่า ตา-ยาย ของพวกเราๆถึงอายุยืนกันศะส่วนใหญ่ฟากเขาเหล่านั้นไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรงรับประกันว่าอายุยืนราวๆ80-90กันเลยทีเดียวเพราะอะไรหน่ะเหรอคะเพราะพวกปู่ย่า ตายายของพวกเราเค้าใส่ใจการกินอาหารในชีวิตประจำวันนั่นเองไม่ว่าจะเป็นผัก ปลา หรือผลไม้(ตามแนววิถีชีวิตชาวบ้านแต่ก็ทำให้ท่านอายุยืนอยู่กับลูกกับหลานได้นานมาถึงทุกวันนี้)
-การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน
สำหรับฉันข้อนี้สำคัญไม่น้อยไปกว่าข้อแรกเพราะพฤติกรรมการนอนของฉันมันทำร้ายตัวฉันเองฝากเตือนถึงผู้อ่านด้วยนะคะหากใครยังมีพฤติกรรมการนอนแบบ
-นอนหมอนสูงหรือหมอน2ใบทุกวัน
-เข้านอนไม่เป็นเวลาหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
-นอนท่าเดียวตลอดทั้งคืนเช่นนอนตะแคงขวาก็นอนยาวไปจนถึงเช้า

ทุกๆตัวอย่างที่ยกมาให้เห็นภาพกันชัดๆนั้นหมายความได้ว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าคุณกำลังเข้าใกล้โรคนี้แล้วยังมีเวลาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันนะคะเพื่อตัวคุณและคนในครอบครัว
-การออกกำลังกายข้อนี้ขอบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ยากสำหรับหลายๆคนโดยเฉพาะผู้เขียนเพราะทุกคนที่ไม่ออกกำลังกายมักจะมีข้ออ้างต่างๆมากมายหลากหลายหัวข้อที่จะทำให้รอดพ้นจากการออกกำลังกายได้
เช่น ไม่มีเวลาบ้างล่ะ  เหนื่อยแล้ววันนี้ พรุ่งนี้ก่อนนะค่อยเริ่มวันนี้เครียดมาทั้งวันหรือทำงานหนักมาทั้งวันเอาไว้ก่อน สารพัดที่เราจะหาข้ออ้างมาให้กับตัวเองแต่อยากจะบอกเป็นประสบการณ์โดยตรงของผู้เขียนเลยคะเอาจริงๆทุกคนคิดว่าการทำงานมีเหงื่อออกหรือเหนื่อยก็คิดกันไปว่าตัวเองนั้นได้ออกกำลังกายแล้วแต่เป็นความคิดที่ผิดสุดๆคะทำงานก็ส่วนทำงาน ออกกำลังกายก็ส่วนออกกำลังกายมันคนล่ะส่วนกันบางคนก็มีข้อสงสัยว่าแล้วทำงานบ้านล่ะ
การทำงานบ้าน  ไม่สามารถทดแทนการออกกำลังกายได้เนื่องจาก
-ระบบไหลเวียนโลหิตไม่ถูกกระตุ้นอย่างแรงเพราะใช้กล้ามเนื้อแบบเบาๆเรื่อยๆ     และ  การบีบตัวบริหารกล้ามเนื้อหัวใจแทบไม่ถูกกระตุ้น
ผู้เขียนเป็นอีกคนที่จัดได้ว่าขี้เกียจออกกำลังกายสุดๆก็ให้เหตุผลเหมือนหลายๆคนทั่วไปว่าเหนื่อยบ้างล่ะ เอาไว้ก่อนบ้างล่ะ ขออีกวันบ้างล่ะ ให้เหตุผลแบบนี้กับใจตัวเองไปเรื่อยๆจนพอตัวเองมีโรคขึ้นมาหมอขอ4ข้อ
1.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน  
2.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
3.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน
4.ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันล่ะ1ชั่วโมงหากยังไม่เคยทำหรือนานๆออกกำลังกายทีก็ค่อยเป็นค่อยไปใช้เวลาการออกกำลังกายแบบเริ่มต้นประมาณครึ่งชั่วโมงไปก่อนพอร่างกายเริ่มเข้าที่เข้าทางปรับตัวได้ค่อยขยับขยายเวลาเอาที่ยกตัวอย่างมานั้นผู้เขียนเจอกับตัวเองในเรื่องของการออกกำลังกายหลังจากออกโรงพยาบาลมาพักฟื้นรักษาตัวที่บ้านนั้นก็เข้าสู่ภาวะขี้เกียจอ้างไปต่างๆนาๆพอร่างกายเริ่มพอจะทำงานได้บ้างทีนี้ล่ะผลเห็นได้ชัดเจน
1.ทำอะไรจะรู้สึกได้ว่าเราจะเหนื่อยง่าย
2.ยืนนานๆไม่ค่อยได้อ่อนเพลียอ่อนล้า
3.ทำงานหนักเหมือนแต่ก่อนไม่ค่อยได้ข้อนี้พอเข้าใจอยู่เพราะหมอก็บอกก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาลแต่ที่เห็นเด่นชัดคือรู้สึกได้ว่าร่างกายเราอ่อนแอไม่ฟิตไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนทั้งๆที่อายุยังไม่เข้าเลข4เลข5เลย

ทุกวันนี้หลังเลิกงานสามีและลูกชายจะคอยบอกคอยเตือนและต้องหาเวลาเพื่อครอบครัวเพื่อตัวเราจะได้อยู่กับครอบครัวไปนานๆโดยการออกกำลังกายด้วยกันไม่ว่าจะ
1.วิ่งในหมู่บ้าน
2.ใช้ลู่วิ่งในการออกกำลังกาย
3.ปั่นจักรยาน
4.ว่ายน้ำ
5.เล่นฟุตบอลกับสามีและลูก
6.กีฬาทุกชนิดที่พอจะสามารถทำร่วมกับครอบครัวได้
ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ร่างกายของเราฟื้นฟูแต่ยังทำให้เราได้มีเวลาให้กับครอบครัวจากการทำกิจกรรมร่วมกัน(มีความสุขทั้งภายนอกและภายใน)



วิธีดูแลรักษาตัวเองอย่างง่ายๆ ให้ห่างไกลจาก"โรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม"

ไม่มีใครอยากทรมานจากการเป็นโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาทหรืออาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณรอบๆ คอ บ่า และไหล่ การรักษาเบื้องต้นและทำเองได้โดย

1.คอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าห้ามนั่งนานเกินครึ่งชั่วโมงหากเกินควรลุกขึ้นมา ยืดและเหยียดกล้ามเนื้อเปลี่ยนกิริยาบถบ้างและถ้าจำเป็นต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ควรหันหน้าให้ตรงกับจอคอมพิวเตอร์ปรับท่านั่งให้เหมาะกับร่างกาย

2. กระดูกคอก็เหมือนอวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย จะต้องมีการเสื่อมตัวไปตามอายุควรหลีกเลี่ยงการบิดหมุนคอหรือสะบัดคอ

3. การนอนควรใช้หมอนหนุนศีรษะโดยมีส่วนรองรับใต้คอให้กระดูกคออยู่ในลักษณะปกติอย่านอนหมอนสูงเกินไป

4. หลีกเลี่ยงการทำงานที่ใช้คอมากเกินไปอย่างเช่นแหงนคอเป็นเวลานานๆ

5.นอนที่นอนแข็งไม่ยุบตัว ควรเป็นที่นอนบาง หนาไม่เกินเกินไป

6. ระวังเรื่องของการยกของหนัก เวลายกของให้ใช้วิธีย่อเข่าลง ห้ามใช้วิธีก้มตัว
หลีกเลี่ยงกิจกรรม วิ่ง กระโดดหมั่นกายภาพบำบัดอยู่เสมอ-เสมอ



SHARE
Writer
Storyloveyou
loveyou story
0635626191

Comments