7 ข้อคิดเพื่อสุขภาพจิตอันสุขสงบ (ฉบับนักเขียนมือใหม่)
ใกล้สิ้นปีแล้ว ปี 2017 นี้เป็นปีที่เราผ่านอะไรมามากทีเดียว ก็เลยอยากสรุปข้อคิดเพื่อสุขภาพจิตอันสงบสุข ฉบับนักเขียนมือใหม่ เอาไว้เตือนความจำตัวเอง เผื่อว่าวันหนึ่งข้างหน้าเราเกิดสับสน หลงทาง หรือเกิดไม่แน่ใจ ผ่านไปปีสองปีข้างหน้า เราอาจลืมสิ่งที่ได้เรียนรู้ในปีนี้ไปแล้วก็ได้ หรือถ้าอีกเป็น 10 ปี เราต้องลืมมันไปแล้วแน่ๆ ขออนุญาตโพสต์เก็บไว้เพื่อบอกตัวเองในอนาคต ว่าอย่างน้อย "เธอเคยผ่านมันมาได้หนนึงแล้ว ครั้งนี้เธอก็จะผ่านมันไปได้อีกเช่นกัน!" 

1.พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนสนิท อาจรักเรา แต่เขาไม่จำเป็นต้องชอบงานของเรา 
รู้ใช่มั้ยว่าหนังสือ 1 เล่ม งานเขียน 1 เรื่องมันไม่ได้ต้องถูกจริตทุกคน ถ้าหวังจะให้ทุกคนชอบงานของคุณ มันก็ผิดที่วิธีคิดของคุณแล้วล่ะ

คุณเขียนโรแมนซ์ แต่พ่อชอบอ่านงานผจญภัยเข้าป่า
คุณเขียนอีโรติกา แต่แม่คุณชอบอ่านหนังสือธรรมะ
คุณเขียนหนังสือสอนเล่นหุ้น แต่พ่อแม่คุณยังเชื่อว่างานราชการเป็นงานที่มั่นคงที่สุดในโลก

...พ่อแม่ พี่น้อง หรือกระทั่งเพื่อนสนิท “ไม่จำเป็น” ต้องเอนจอยงานเขียนของคุณ เพราะเขาอาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่จะอ่านงานคุณ

ดูดีๆ พิจารณาดีๆ ว่าพ่อแม่พี่น้องเพื่อนสนิทใช่นักอ่านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเราไหม? ถ้าไม่ (ซึ่งบ่อยครั้งก็ไม่ใช่จริงๆ แหล่ะ) ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาต้องชอบงานคุณนี่

Our family and friends may love us but they are unlikely to understand our need to write, unless they are creative themselves.
Generally, our family and friends are NOT our potential readers.
- Joanna Penn

2.Keep Writing 
เราไม่ได้หมายความว่า “เป็นนักเขียน ก็เขียนไปดิ” แต่เราหมายถึงว่า ถึงคุณจะรู้ว่าคุณจะไม่ได้เงินทอง ชื่อเสียง รางวัล คำชมเชย แต่คุณจะเขียนต่อไป คุณเขียนเพราะคุณก็คือคุณ ถ้าคุณไม่เขียนแล้วใครจะมาเล่าเรื่องที่อยู่ในหัวคุณล่ะ? (แต่แน่นอน ได้เงินก็ดีค่ะ)

นักเขียนไทยคนโปรดของเรา คือ คุณพัณณิดา ภูมิวัฒน์ ใช้นามปากกาว่า ลวิตร์ 
คุณพัณณิดาเขียนงานมาเป็น 6-7 ปีกว่าเราจะได้มีโอกาสหยิบผลงานของเธอมาอ่านเป็นครั้งแรก 
และต้องรอจนเธอเขียนมาเป็น 8-9 ปี เราถึงจะกลายเป็นแฟนคลับนาง (ชนิดว่าเธอออกเรื่องอะไรมา เราซื้อหมดโดยไม่สนเรื่องย่อ และไม่สนแนวด้วยว่าจะเป็นไซไฟ แฟนตาซี ตลก หรือ young adult) 
และต้องรอเธอเขียนมานานถึง 10 ปี กว่าเราจะกล้าพอ รวบรวมความกล้าได้ แล้วพูดออกไปว่า “คุณพัณณิดาคะ หนูชอบงานเขียนของคุณมากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ” ตอนที่คุณพัณณิดายิ้มตอบและพูดคุยกลับมา เรางี้ดีใจหน้าบานยิ้มไม่หุบไป 3 วัน 8 วัน

ลองคิดดูสิว่าถ้าเค้าหยุดเขียนไปตั้งแต่ 5 ปีก่อน ฉันจะไปกรี้ดกร้าดผลงานของใครที่ไหน? แฟนคลับมาช้าแถมไหวตัวช้าอย่างฉันจะไปกรี้ดใครกัน? 

ดังนั้น นักเขียนจ๋า เขียนต่อไป เขียนต่อไป และเขียนต่อไปนะ!

A writer is a writer because, even when there is no hope, even when nothing you do shows any sign of promise, you keep writing anyway.
- Junot Diaz / Winner of the Pulitzer Prize

You know what I did after I wrote my first novel?
I shut up and wrote twenty-three more.
-Michael Connelly

การแข่งขันเป็นเหมือนการเล่นหมากรุก ถ้าแพ้ตานี้ เราก็กลับมาเริ่มเล่นใหม่ได้เสมอ
นักธุรกิจตัวจริงหรือผู้ประกอบการตัวจริง “ไม่มี” ศัตรูหรอก
กระจ่างแจ้งความจริงข้อนี้เมื่อไร โลกนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
- Jack Ma

3.อนุญาตตัวเองให้เขียนห่วยค่ะ
เขียนไปเลย เขียนไป เอามันออกมาให้ได้ก่อน สนุกไปกับมัน โกรธไปกับมัน เศร้าไปกับมัน สับสนไปกับมัน ร้องไห้ไปกับมัน กัดฟันกรอดๆ ไปกับมัน แต่เอามันลงมาอยู่ในกระดาษให้ได้ก่อนนะที่รัก

เราชอบคำว่า “ร่อนทอง” คิดว่าน่าจะได้ยินมาจากคุณวีรพร นิติประภาให้สัมภาษณ์สื่อสักสำนักหนึ่ง คือเขียนเน้นปริมาณเข้าว่าไปก่อน แล้วมาร่อนทองเอา edit ไปเกลาไป สุดท้ายได้มา 3-4 ประโยค คุณวีรพรก็ดีใจแล้ว

ประเด็นคือ PLAY ค่ะ
โลกนี้มีเรื่องเครียดเยอะแล้ว (เช่น นาฬิกาท่านประวิทย์ //ยิ้มอ่อน...)
ดังนั้น เขียนให้สนุกเถอะ คุณสนุกก่อน แล้วค่อยเผื่อแผ่ความสนุกให้คนอื่นนะ

จับมันลงมาในกระดาษ ลุยไปกับมัน 
แรกๆ ยังไม่ดีไม่เป็นไร กระดาษกับปากกายังมี ทุกอย่างแก้ไขได้จ้ะ

I can fix a bad page. 
I can’t fix a blank page.
-Nora Roberts

Almost all good writing begins with terrible first efforts.
You need to start somewhere.
Start by getting something – anything – down on paper.
Go ahead and make big scrawls and mistakes.
Use up lots of paper.
Perfectionism is a mean, frozen form of idealism, while messes are the artist’s true friend.
- Anne Lamott / Bird by Bird

If it’s still in your mind, it is worth taking the risk.
- Paolo Coelho

4.นักเขียนไม่ใช่คนฉลาด เพราะถ้าเขาฉลาด เขาจะไม่มาเป็นนักเขียน
ไอเดียนี้เราได้จากมูราคามิค่ะ จากหนังสือเกี่ยวกับวิธีคิดของมูราคามิซึ่งตอนนี้กำลังมีวางขายอยู่ทั่วไป ชื่อ “นักเขียนนวนิยายเป็นอาชีพ” ลองไปหามาอ่านดูแล้วจะรู้ว่าเราไม่ใช่มนุษย์แปลกๆ คนเดียวในโลกนี้ 555 อ่านง่ายค่ะ ตลกด้วย

มูราคามิว่า นักเขียนจะขุดลึกลงไปในจุดเดียว ให้ลึกๆๆๆ ลงไปเรื่อยๆ 
ผู้คนจากแวดวงอื่นอาจแวะเวียนมาลองเขียนหนังสือหรือนิยายสักเล่ม แล้วก็จากไป แค่ให้พอรู้ว่าหนังสือเค้าเขียนกันแบบนี้นะ 
แน่นอนว่าพอเห็นเม็ดเงินเทียบกับเวลาและพลกำลังที่สูญไป คนฉลาดก็จะไม่เลือกอยู่ต่อ เขาได้ลองแล้ว และเขาได้รู้ 
ดังนั้น คนฉลาดเลือกจะจากไปจากการเขียนก็ไม่แปลก

5.งานเขียนไม่ใช่ตัวคุณ และงานเขียนไม่ใช่ “ลูก” ของคุณ
นักเขียนหลายคนเจ็บปวดเมื่อถูกวิพากวิจารณ์ เป็นพิษบาดแผลชนิดเจ็บหนักตั้งแต่นักเขียนหน้าเก่าถึงนักเขียนหน้าใหม่ แต่... งานเขียนไม่ใช่ตัวเรา เราเป็นเพียงผู้ถ่ายทอด และงานเขียนก็ไม่ใช่ “ลูก” ของเราด้วย เขาคือผลงานหนึ่งที่เราถ่ายทอดออกมา อย่าผูกพันเจ็บแค้นกับคำวิพากษ์วิจารณ์ เกรียนคีย์บอร์ดทำร้ายคนมานักต่อนัก อย่าให้จิตใจของนักเขียนเช่นคุณถูกทำร้ายด้วยคนที่ไม่เคยเขียน 

คุณรู้ใช่มั้ยว่าจริงๆ แล้วเวลานักเขียนวิจารณ์งานคนอื่น เขาใจดีกันจะตาย เพราะเขารู้ไงว่าเวลาเขียนมันไม่ง่าย และตัวหนังสือก็ไม่ได้ไหลออกมาเองแบบสบายๆ (ส่วนบ.ก. วิจารณ์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)
 
เคยอ่านคำแนะนำจากบล็อกของคุณพัณณิดา (ขอโทษที่พูดถึงบ่อย เราแค่ชอบนางและงานของนางมากน่ะค่ะ) เธอบอกว่า เวลามีคนวิจารณ์ ให้เอาตัวตนด้าน “ผู้ใหญ่” ของเราออกรับ อย่าเอา “เจ้าเด็กน้อย” ในตัวออกไปสู้ 
ขืนปล่อยเด็กน้อยออกไปปะทะ เด็กก็บุบสลาย แตกหัก บอบช้ำหมดสิ 
“เจ้าเด็กน้อย” สนุกกับการเขียน ก็ปล่อยเด็กให้เขียนไป 
ส่วนการติดต่อประสานงาน คุยกับบ.ก. รับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ให้อัญเชิญ “ผู้ใหญ่” ที่มีสติ เรียกภาคผู้ใหญ่ของคุณออกมารับหน้า แล้วจัดการตามเรื่องตามราวไปอย่างมือโปร

นะ... Harry Potter ยังมีคนรีวิวให้ 1 ดาวเลย นับประสาอะไรกับคนทั่วไปล่ะจ้ะ

ใครสนใจประเด็นการรับมือพวกชอบวิจารณ์คนอื่นแรงๆ ขอเรียนเชิญไปดูคลิปเจาะข่าวตื้น ตอนสัมภาษณ์ชมพู่ อารยา 
แม่ก็คือแม่ค่ะ ชมพู่รับมือฉลาดและวางตัวดีจริงๆ

อย่าให้ใครก็ไม่รู้มาหยุดยั้งการผลิตงานสร้างสรรค์ของคุณเลยนะ

Treat everyone with kindness, even those who are rude to you – not because they are nice, but because you are.
- Anonymous
 
6.นั่งลง แล้วเริ่มเขียน
สิ่งที่นักเขียนทำได้ก็คือ “เขียน”

อาจไม่มีคนอ่านงานเรา
อาจไม่มีสนพ.ไหนสนใจ
อาจไม่มีใครตื่นเต้นกับงานเรา
อาจไม่มีกำลังใจเพราะไม่รู้จะเขียนยังไง
ท้อใจหาทางทำให้จบเรื่องไม่ได้
เสียใจที่เพื่อนที่เริ่มต้นมาพร้อมๆ กันเค้าก้าวหน้าไปถึงไหนกันแล้ว
นักเขียนคนโปรดออกเล่มใหม่แล้ว ได้รางวัลอีกแล้ว
ขายงานไม่ได้เลย
หรือขายงานได้ แต่ได้มาแค่สามหมื่นกับหนึ่งปีที่หมดไป 
ฯลฯ

ในความเงียบของกาลเวลา หนึ่งเดียวที่นักเขียนมีคือ นั่งลง จับปากกา แล้วลงมือเขียน
วางความกังวล ความอิจฉา ความกลัว ความไม่แน่ใจ สารพันปัญหาของคุณวางมันไว้ แล้วลงมือเขียน

เรื่องราวบนหน้ากระดาษไม่ใช่คุณ 
มันไม่ใช่เรื่องของคุณ 
คุณมีหน้าที่ถ่ายทอดมัน ก็จงถ่ายทอดมันออกมา

ความสำเร็จ ชัยชนะ ความมั่นคง ไม่เคยเป็นเหตุผลให้ใครเริ่มเขียน (บางคนก็อาจใช่ แต่หลายคนอาจจะไม่) ช่วงเวลาแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นนักเขียน คือ วินาทีที่คุณนั่งลงแล้วเขียน สิ่งที่คุณค้นพบระหว่างทางบนหน้ากระดาษเหล่านั้น การชนะใจตนเองแล้วถ่ายทอดมันลงมาเป็นตัวอักษรต่างหาก นั่นล่ะ ชัยชนะที่แท้จริงของคนเป็นนักเขียนที่คนไม่เขียนไม่มีทางรู้

นั่งลง จับปากกา แล้วทำหน้าที่ของคุณในวินาทีนี้ให้ดีที่สุดเถอะ

It’s not the world’s job to enjoy the films you make, and it’s certainly not the world’s obligation to pay for your dreams.
Steal a camera if you must, but stop whining and get back to work.
-Werner Herzog

การที่จะมีความฝันไว้ให้ได้ตลอดเป็นเรื่องยากยิ่ง
คนที่เข้าใจความยากของมัน ถึงจะทำความฝันให้เป็นความจริงได้
- Ikeido Jun / คนแต่งเรื่อง Hanzawa Naoki
 
7.เป็นตัวของตัวเอง อย่าเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกโยงไว้กับใคร

It doesn’t discourage me in the least to know that my life’s work is arguably useless.
All it does is make me want to play.
- Elizabeth Gilbert

ดอกกุหลาบจะต้องบอบบาง เพราะท่านไม่ใช่ก้อนหิน
และไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องรู้สึกไม่ดีว่าท่านคือดอกกุหลาบและท่านไม่ใช่ก้อนหิน
- OSHO / สนิทใจ

ยิ่งฉันอายุมากขึ้นเท่าไร ฉันก็ยิ่งเข้าใจ ว่าฉันสามารถใช้ชีวิตในแบบที่คนอื่นไม่จำเป็นต้องเข้าใจมันก็ได้
- Anonymous

ไม่มีใครใส่ใจหรอก สร้างงานเพื่อตัวคุณเองดีกว่า
ทุกคนต่างก็ยุ่งวุ่นวายอยู่กับชีวิตตัวเองมากเกินกว่าที่จะมานั่งสนอกสนใจหนังสือของคุณ ภาพเขียนของคุณ บทหนังของคุณ หรืออะไรก็ตาม ยิ่งถ้าคุณยังทำไม่เสร็จ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
การเอางานสร้างสรรค์ของตัวเองไปผูกติดกับคนอื่นเป็นหนทางสู่ความตายชัดๆ ผมพูดได้แค่นี้แหล่ะ
-Huge Macleod / Ignore Everybody

งานดี = ทัศนคติ + ความเพียร - การพูดมาก
- วินทร์ เลียววาริณ




สวัสดีวันศุกร์ ขอให้ทุกคนมีวันที่ดี ลื่นไหลกับการเขียนค่ะ! 
- Nat

8.12.2017

ป.ล. แปะ Say You Love Me ใน fictionlog ถึงตอนที่ 11 แล้ว (22 ตอนจบจ้ะ)
ป.ล. 2 เกรงว่าเรื่องใหม่ของเราจะดีเลย์กว่าที่ตั้งใจไว้สักหน่อย ตอนนี้ได้ 85% แล้วค่ะ :-) 



SHARE
Written in this book
what i've learned this year...
บันทึกข้อคิดจิปาถะที่เราค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละนิด
Writer
nananatte
storyteller
nananatte (นานานัตเต) ...ทำอาหารไม่เก่ง ...ชอบแมว โดยเฉพาะแมวดำ ...เป็นนักเขียนนิยายแนว slice of life กึ่งโรแมนติก กึ่งชิลล์ เพราะชอบเรื่องราวของคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ นิยายที่เขียนก็เลยมีแต่เรื่องราวของผู้คนเหล่านี้ ...ชอบเครื่องเขียน ชอบกาแฟดำ ชอบอ่านหนังสือ ชอบสวน ชอบเดินเล่นในวันอากาศดีๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ ผลงานนิยายของเราตอนนี้มี 2 เรื่อง คือ Say You Love Me และ ร้านหนังสือเที่ยงคืน ติดตามอ่านกันได้ที่ fictionlog นะคะ :-)

Comments

Maithira
1 year ago
สู้ๆ ค่ะ รออ่านเรื่องสั้นอยู่นะคะ :)
Reply
nananatte
1 year ago
ขอบคุณค่า คุณ Mai กำลังพยายามเขียนให้จบอยู่ค่ะ *(^____^)*
Cupid
11 months ago
เป็นแนวทางที่สามารถนำไป ปฏิบัติได้จริงๆ ขอบคุณแนวทางดีครับ ☺
Reply
nananatte
11 months ago
ขอบคุณค่ะ :-)
E29AZA
11 months ago
ความชอบพี่เศษของเราในเอนทรี่นี้ คือ ชอบที่เธอพูดถึงคุณวีรพร นิติประภา และพูดถึงคุณชมพู่อารยา ในเจาะข่าวตื้น :)

เราแค่คิดว่า หลักคิดบางอย่างระหว่างเราคงมีความคล้ายคลึงกัน
Reply
nananatte
11 months ago
555 จ้า (^____^)