ความเป็นมาของบอร์ดเกมสมัยใหม่
จากครั้งที่แล้วที่ผมได้นำเสนอบอร์ดเกมคืออะไร และได้ติดค้างเรื่องของประเภทบอร์ดเกมไว้ วันนี้ผมจะมาสาธยายเรื่องสั้น ๆ ของบอร์ดเกมและความเป็นมาของมัน

บอร์ดเกมที่เราเล่นกันอยู่ทุกวันนี้มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแตกต่างกันทั้งวิธีการเล่น (มีทั้งใช้ลูกเต๋าเล่น, ใช้การ์ดเล่น หรือแม้กระทั่งใช้การพูดคุย) ทั้งยังมี ธีมเกมที่หลากหลายทั้งแนว สงคราม, สร้างเมือง, สู้กับซอมบี้ และฯลฯ แต่ในความหลากหลายนี้ บอร์ดเกมอาจจำแนกได้สองประเภทใหญ่ ๆ (จัดตามสำนัก boardgamegeek) คือแนว Eurogame และ Ameritrash ทั้งสองแนวนี้มีความแตกต่างกัน แล ะมีกลุ่มแฟนบอยของตัวเอง ซึ่งถ้าคนที่ชอบอีกแนวหนึ่งก็จะเกลียดอีกแนวหนึ่งไปเลย

Ameritrash กับ Eurogame ต่างกันอย่างไร ?

ต้องบอกก่อนเลยว่าบอร์ดเกมทั้งสองแนวนี้ถือกำเนิดขึ้นต่างภูมิภาค วัฒนธรรมกัน ฝั่ง Ameritrash นั้นคงเดาไม่ยาก มันคือบอร์ดเกมจากฝั่ง USA ส่วน Eurogame อาจจะเดายากหน่อย เพราะมีหลายประเทศ แต่จริง ๆ แล้วมาจากเยอรมัน ซึ่งเขาจะเรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่า German Style-Boardgame



บอร์ดเกมทั้งสองสไตล์มีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในฝั่งสไตล์ Ameritrash ตัวเกมจะใช้ดวงในการเล่นสูงมาก (ทอยเต๋าเป็นหลัก) และตัวเกมมักจะเน้นหนักไปที่ธีมของเกมระบบการเล่นของเกม (ถ้าเป็นเกมสงครามก็จะเน้นไปที่การทำสงครามล้วน ๆ เลย) ตัวระบบของเกมจึงถูกออกแบบมาให้รองรับกับธีมการเล่น นอกจากนี้ตัวเกมยังเน้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นกันเองที่จะต้องเจรจาต่อรองกัน และมีการแข่งขันระหว่างผู้เล่นอย่างชัดเจน ตัวอย่างของเกมสไตล์ Ameritrash ที่ชัดเจนที่สุดคือเกม Monopoly ที่ทั้งตัวเกมไม่มีอะไรมากนอกจากการทอยเต๋าเพื่อเดินไปตามช่องต่าง ๆ และเน้นการเจรจาแลกเปลี่ยนโฉนดที่ดินกัน คนจะร่ำจะรวยได้อยู่ที่ดวงล้วน ๆ



ในสหรัฐฯ บอร์ดเกมได้เป็นที่นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 กล่าวคือ ในช่วงต้นของศตวรรษนี้ ที่สหรัฐฯ ก็ได้มีบอร์ดเกมเล่นกันอยู่แล้ว และน่าเชื่อด้วยว่าอาจมีมาก่อนหน้านี้อีก แต่เกมที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นบอร์ดเกมที่ถูกนำมาผลิตเป็นอุตสาหกรรมจำนวนมากก็คือเกม Traveller's Tour Through the United States และประสบความสำเร็จจนมีภาคต่อเป็น Traveller’s Tour Through Europe โดยตัวเกมได้ถูกตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ โดยตัวเกม (ซึ่งไม่เคยเล่น แต่ไปหาอ่านมา) เหมือนกับคนเล่นจะต้องเดินทางไปในสหรัฐฯ (ตอนนั้นสหรัฐฯ ยังไม่บุกเบิกฝั่งตะวันตกเลย ฉะนั้นแผนที่ในเกมที่บอกว่า United States ก็จะมีแค่ดินแดนฝั่งตะวันออกเท่านั้น) โดยตัวเกมจะมีลูกข่างเต๋า (ไม่รู้จะแปลว่าไรมันเรียกว่า Teetotum หน้าตามันจะเหมือนลูกข่างแต่มันมีเลขกำกับตามมุมต่าง ๆ อีกที วิธีเล่นก็คือให้หมุนมันออกมาเป็นหน้าอะไรก็ตามนั้น) ให้หมุนแล้วผู้เล่นก็จะได้เดินตามแผนที่เมืองต่าง ๆ โดยในแผนที่จะไม่มีการระบุชื่อเมืองว่าเป็นเมืองอะไร คนเล่นจะต้องทายให้ถูกเอง และถ้าจะเล่นในระดับยากไปอีกผู้เล่นจะต้องบอกจำนวนประชากรของเมืองนั้นด้วย

ต่อมาไม่นานนักราว ๆ ค.ศ. 1843 ก็มีบอร์ดเกมใหม่ออกมาอีกเกมหนึ่ง โดยธีมของเกมเปลี่ยนจากนักเดินทางนักสำรวจมาเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน เกมอย่าง The Mansion of Happiness โดยตัวเกมสอดแทรกเรื่องราวของศีลธรรม คุณธรรมเอาไว้ในตัวเกม โดยยืนพื้นอยู่กับแนวคิดทางศาสนา ซึ่งบอร์ดเกมในเวลานั้นได้เปลี่ยนเป็นกิจกรรมยามว่างภายในบ้าน เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ย้ายจากศูนย์กลางภายในบ้านไปสู่นอกบ้าน (ชนชั้นกลางเติบโต) บ้านจึงกลายเป็นสถานที่พักผ่อน และสถานที่ฟูมฟักความรู้ คุณค่า คุณธรรมของสมาชิกภายในครอบครัว บอร์ดเกมอย่าง The Mansion of Happiness จึงทำหน้าที่นี้แทนการสอนแบบเดิม ๆ ตัวเกมมีเป้าหมายอยู่เพียงว่าจงใช้ชีวิตให้มีคุณธรรม ศีลธรรม ชีวิตจึงจะมีความสุขได้

ในเวลาต่อมาหลัง ค.ศ. 1860 เป้าหมายของบอร์ดเกมเปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กับสังคมอเมริกัน โดยบอร์ดเกมเลิกให้คุณค่ากับคุณธรรม(ทางศาสนา)ที่เป็นเป้าหมายของเกม(ชีวิตด้วย หากจะมองว่าบอร์ดเกมเป็นสื่อการสอนภายในบ้าน) แต่หันมาให้ความสำคัญกับการไต่เต้า เผชิญโชค และประสบความสำเร็จในชีวิตโดยการกลายเป็นเศรษฐี บอร์ดเกมอเมริกาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 – 20 ธีมของเกมล้วนอยู่ภายใต้แนวคิดของทุนนิยม ยกตัวอย่างเช่นเกม The Checkered Game of Life, District Messenger Boy ล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญกับการประสบความสำเร็จในชีวิตจากการทำงานหนัก ความทะเยอทะยาน จนนำไปสู่ความร่ำรวย ไม่ใช่การใช้ชีวิตภายใต้ศีลธรรมทางศาสนาอีกต่อไป

Monopoly คือเกมแนว Ameritrash ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะเป็นเกมที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แม้กระทั่งในไทย แม้เราจะไม่รู้จักกันในชื่อ Monopoly แต่เรารู้จักกันดีในชื่อ เกมเศรษฐี ตัวเกมของ Monopoly สามารถย้อนกลับไปไกลถึงต้นทศวรรษ 1900 คือตัวเกมแท้จริงแล้วถูกออกแบบมาเพื่อใช้สอนให้เข้าใจในระบบเศรษฐกิจผูกขาด (Monopolist) โดย Elizabeth Magie โดยตัวเกมใช้ชื่อว่า The Landlord’s Game ซึ่งออกตีพิมพ์ใน ค.ศ. 1906 ก่อนที่ในเวลาต่อมาตัวเกมจะถูกลอกแบบไปโดย Charles Darrow โดยเปลี่ยนไปใช้ชื่อ Monopoly และออกขายใน ค.ศ. 1935 ส่วนวิธีการเล่นคงไม่ต้องกล่าวถึงในนี้เพราะเรารู้กันดีอยู่แล้วว่า เกมเศรษฐีเล่นยังไงแค่ทอยเต๋า เดิน ซื้อที่ดิน เก็บค่าเช่า !

ส่วนในปัจจุบันเกมแนว Ameritrash ไปไกลกว่าการแค่เป็นการจำลองชีวิตประจำวันของคน แต่ตัวเกมมีธีมที่หลากหลายขึ้น ทั้งแนวผจญภัย สยองขวัญ สวมบทบาท และอีกมากมายที่เราพบเห็นได้ทั่วไปตามร้านบอร์ดเกม เช่น Akram Horror, Dead of Winter , Axis & Allied

SHARE
Writer
donmarco_iii
reader and writer
แค่อยากจะเขียนอะไรบ้างอย่าง ที่ตัวเองอยากจะอ่าน แต่เขียนแล้วอ่านคนเดียวมันเหงา เลยยัดเยียดให้เพื่อนๆ Storylog อ่านบ้างแล้วกัน แฮ่

Comments