ขอให้พื้นที่ส่วนนี้เป็นพยานปากจากคำสารภาพของผม

       มันเป็นเรื่องที่ผมไม่จำเป็นต้องบอกพวกคุณหรือสาธยายให้คุณรับรู้เลยสักนิด แต่มันเป็นความรู้สึกที่ย้อนแย้งอยู่ข้างในส่วนลึกระหว่างผมกับเธอคนนั้น จนผมเริ่มเปลี่ยนความคิดหากจะเก็บไว้ก็เหมือนทำบาปกับตัวเอง ผมจึงเลือกที่จะดึงมันออกมาแล้วเอาความย้อนแย้งเหล่านั้นมาสาธยาย อย่างน้อยก็เหมือนได้แบ่งความรู้สึกนี้ไปยังท้องฟ้า ลม อากาศ หวังว่ามันจะพัดพาหอบสิ่งนี้ไปและคงจะทุเลาลงในไม่ช้า
      ข้างในส่วนลึกที่ผมกล่าวมานั้น ก่อนหน้านี้ผมไม่มั่นใจเลยว่าผมเก็บเธอเอาไว้ในส่วนไหนกันแน่ เพราะความสัมพันธ์ของเราทั้งสองตั้งแต่เรารู้จักกันจนถึงตอนที่เราเป็นคนรักกันมันแทบจะไม่ต่างกันเลย  ณ ตอนนี้ผมก็ทำได้แค่เพียงวอนขอ.. 
ขอให้พื้นที่ส่วนนี้เป็นพยานปากจากคำสารภาพของผม
        ผมเป็นนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านท่าช้าง รวมถึงเธอด้วย ผมรู้จักกับเธอคนนี้ได้เพราะเธอเป็นคนทักมาก่อน หากไม่มีการเชื่อมต่อจากเธอคนนี้ เราก็คงจะไม่ทางที่จะรู้จักกันเป็นแน่ เพราะด้วยพื้นฐานของเราทั้งสองต่างมีความขี้อายเป็นทุนทรัพย์ข้างในมโนใจมาโดยตลอด.. แต่ทุนทรัพย์เหล่านั้นก็ไม่อาจขวางกั้นเราทั้งสองได้ สำหรับผมความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้สร้างความรู้สึกที่โคตรจะดี เธอคนนั้นก็คงไม่ต่าง.. 
 
เกือบจะสองเดือนต่อมาเราได้ก็ได้คบกัน ..


ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ไปในทิศทางที่ดี ณ บนถนนเส้นนี้.. แต่ผมตอบไม่ได้เลยว่าเรารักกันจริงๆหรือว่ามันเป็นเพราะความใคร่ ความใคร่ที่แปรเปลี่ยนเป็นความหวังดีให้แก่กันมากกว่า เราทั้งคู่ตั้งแต่คบกันมันไม่ต่างจากตอนแรกตรงที่ว่า เราทั้งสองยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม เราทั้งสองต่างติดเพื่อน จนแทบจะไม่มีเวลาให้กัน แต่ก็ยังบอก "คิดถึง" กันเพราะด้วยสถานะที่มันค้ำคอหรือเพราะว่ารักกันแน่ ผมพยายามเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่กลับเหมือนว่าเราทั้งสองแทบจะไม่เปลี่ยนอะไรให้อีกฝ่ายเลย


จนเวลาผ่านไป .. 3เดือนต่อมา

     เราคุยกันทุกวัน ไม่ว่าจะพิมพ์หากันในโทรศัพท์หรือคอลไลน์หากัน แต่แล้ววันนี้มันก็มาถึง เธอทักมาด้วยความรู้สึกที่อึดอั้นตันใจ ไม่ต่างจากผม เรารู้สึกเหมือนๆกันแต่แค่จะไม่กล้าจะเปิดอกคุยกัน ผมคิดว่าความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่อยู่บนพื้นฐานของคำว่าเพื่อนมากกว่าคำว่าคนรัก ถ้าเราเป็นเพื่อนกันเราก็คงจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เพื่อนที่โทรหากัน เป็นห่วงและหวังดีต่อกัน จนความรู้สึกของเรายังไม่ได้พัฒนาไปถึงจุดนั้นสักที ด้วยเหตุผลนี้ผมคิดว่าเธอคงหอบเอาความอัดอั้นเหล่านี้มาปรึกษาผม จนในที่สุดเราก็ตกลงปลงใจกันว่า ..
เราคงเหมาะที่จะเป็นเพื่อนกันจริงๆ


ความสัมพันธ์ที่เรียกว่าแฟนที่มาแบบงงๆแบบนี้ ถึงเวลาที่จะต้องจบลงโดยที่ไม่มีใครบอกว่าเราเลิกกัน แต่มันก็รู้สึกได้ว่าเราเลิกกันจริงๆ เราตกลงกันว่าถึงแม้ว่าเราจะเลิกกันแต่ใช่ว่าเราจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เรายังคุยกันได้เหมือนเดิม.. 

แล้วเราก็ยังคุยกันเหมือนเดิม เป็นการเลิกกันในแบบฉบับที่ไม่มีแม้กระทั้งน้ำตาและความเจ็บปวด แต่เธอทิ้งไว้แต่เพียงความคิดถึง คิดถึง แล้วก็คิดถึง จนบางทีผมอดคิดไม่ได้ว่าเราทำถูกแล้วหรือ ที่เราทั้งสองต่างถอยห่างกันออกมา มันเป็นความรู้สึกที่ย้อนแย้งว่า ..
เรารักกัน หรือไม่รักกันแน่ ..จนถึงตอนนี้ เราอยากขอบคุณเธอ.. เธอที่ทำให้ผมไม่ได้รู้สึกโดนรังแกเหมือนรักครั้งผ่านๆมา แต่เธอได้ทิ้งความห่วงหา ความหวังดี หล่อหลอมจนเป็นความคิดถึง.. คิดถึง.. 
ถึงแม้ว่าสิ่งที่เธอทิ้งไว้มันจะมองไม่เห็นด้วยตาและจับต้องได้ด้วยมือ แต่ผมกลับรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ต่อไปนี้เธอจะทำอะไรหรือว่าจะคุยกับใครมันก็ไม่ใช่เรื่องของผมอีกแล้ว เพราะด้วยสถานภาพที่มันกั้นกลางระหว่างกัน ทำให้ผมไม่สามารถที่จะพูดความรู้สึกใดๆหรือถามอะไรใดๆได้เลย..


โชคดีนะ





SHARE

Comments

JustYou
2 years ago
คิดถึง...เช่นกันค่ะ
Reply
Gotsrwut
2 years ago
พอผ่านจุดนั้นมา.. เราคิดได้แค่ว่าอยู่คนเดียวน่าจะดีที่สุดแล้ว
unlovable
2 years ago
ตรงกับชีวิตมาก กำลังจะลดสถานะเป็นเพื่อนเหมือนเดิม เป็นเพื่อนน่าจะเหมาะสุด
Reply
Gotsrwut
2 years ago
สู้ๆครับ
spider_kun
2 years ago
เรื่องราวบางความสัมพันธ์ มันเริ่มต้นและจบลงไป โดยที่เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าความรู้สึกนั้น คืออะไรกันแน่?
#ครั้งหนึ่งในชีวิต
Reply
Gotsrwut
2 years ago
มันย้อนแย้งอยู่ข้างใน.. เมื่อห่างกันไปก็คงจะได้คำตอบ

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ
ngumm
2 years ago
ความสัมพันธ์บางทีแค่รู้สึกต่อกันมันยังไม่พอหรอกนะคะ เธอเองคงตัดสินใจมาดีแล้ว
Reply