ฝรั่งยังไม่หยุดเมาท์
กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง (เหรอ) คราวนี้มาส่องฝรั่งยุโรปเมาท์กลุ่มประเทศทางฝั่งตะวันออกของทวีปกันบ้าง แต่ก่อนที่จะไปเมาท์กันฉันท์ฝรั่งขี้เมาท์ เราลองมาสำรวจยุโรปตะวันออกกันก่อนดีไหม

ง่ายๆ เลยยุโรปตะวันออกคือกลุ่มประเทศที่อยู่ระหว่างยุโรปตะวันตกกับรัสเซีย โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สหภาพโซเวียตรัสเซีย (ในขณะนั้น) ได้เข้าไปปลดปล่อยจากการยึดครองของกองทัพนาซี อนิจจากลายเป็นว่าแม้สงครามโลกจะยุติลงแต่กองทัพโซเวียตฯ กลับไปยอมถอนกำลังออกไป จนช่วงสงครามเย็นสหภาพโซเวียตได้สนับสนุนให้พรรคคอมมิวนิสต์ในแต่ละประเทศปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์แถมยังต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียตอีก ต่อมาเมื่อสหภาพโซเวียตปรับนโยบายบริหารประเทศในสมัยของประธานาธิบดีมิคาอิล กอร์บาชอฟที่นำนโนบายกลาสนอสต์หรือนโยบายเปิดโปร่งใสด้านการเมืองและสังคม และนโยบายเปเรสทรอยก้าหรือนโยบายจัดโครงสร้างใหม่ทางเศรษฐกิจมาใช้ ผลเป็นเช่นไรน่ะรึ ผลคือในปี ค.ศ.1991 สหภาพโซเวียตล่มสลายจ้า เพราะรัฐบริวารต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตย และแตกออกเป็นประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันออกในปัจจุบัน ว่าแต่จะมีประเทศอะไรบ้าง งั้นตามข้าพเจ้ามา..

ประเทศเชค : Des jolies femmes et des buveurs d’absinthe ?
เริ่มกันที่ประเทศเชคกันก่อนเพราะเป็นที่เที่ยวท็อปฮิตแห่งหนึ่งของคนไทย จริงๆ แล้วชาวยุโรปเองไม่ค่อยจะมีอะไรเมาท์ประเทศเล็กๆ ที่อยู่ตอนกลางของทวีปนี้สักเท่าไร แต่จะว่าไปสิ่งแรกที่ทำให้คนยุโรปนึกถึงประเทศนี้คือรถยนต์นี่ห้อ Skoda ละมั้ง เพราะค่อนข้างมีชื่อเสียงและเป็นยี่ห้อหนึ่งที่คนยุโรปนิยมใช้กัน เรื่องอื่นๆ ก็คงเป็นชื่อเสียงด้านความงดงามของสถาปัตยกรรมแนวอาร์ตนูโว ส่วนเรื่องที่แอบเมาท์กันคือว่ากันว่าผู้หญิงชาวเชคนั้นงามหยดย้อย แต่ผู้ชายเชคนั้นจะไว้หนวดกันทุกคน แถมยังมโนว่าชาวเชคนั้นชอบดื่มเบียร์และจิบเหล้าแอบซินธ์ (Absinth) (หรือเมรัยสีมรกต (คิดค้นโดยนายแพทย์ชาวฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1850) ที่มีความแรงอยู่ระหว่าง 50-70 ดีกรี ในช่วงเวลาหนึ่งเมรัยชนิดนี้เป็นที่นิยมของกวี จิตกร เช่น ออสการ์ ไวลด์ เออร์เนส แฮมมิงเวย์ พาโบล ปิกัสโซ่ แต่ที่ดังที่สุดก็คงจะเป็นวินเซนต์ แวนโก๊ะที่ว่ากันว่าตัดหูตัวเองหลังจากดื่มเมรัยสีมรกตนี้เข้าไปจนได้ที่!) ชาวยุโรปขี้เมาท์ยังเล่าต่อว่าคนเชคน่ะชอบกินแป้งเกี๊ยวแถมยังบ้าคุยมือถือ แต่ที่เขาชื่นชมกันก็คือเชคเป็นประเทศแห่งศิลปินเชียวนะ 

ประเทศสโลวาเกีย : De grands buveurs toujours de mauvais humeur ?
เชื่อไหมว่าคนยุโรปบางคนคิดว่าประเทศเชคโกสโลวาเกียยังคงมีอยู่บนโลกใบนี้ ทั้งที่สองประเทศนี้เขาแยกกันมานานกว่า 25 ปี (31 ธันวาคม 2535) แล้ว สำหรับคนสโลวักในสายตาของชาวยุโรปเขามองว่าคนชาตินี้ขี้โมโหและขี้หงุดหงิด ส่วนระดับของอารมณ์ขันคือศูนย์และค่อนไปทางซื่อและบื้ออยู่ในที แต่ผู้หญิงสวย มีความเซ็กซี่เล็กๆ ส่วนผู้คนดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนแปลกหน้าสักเท่าไร และที่ขาดไม่ได้คือไปเมาท์ว่าคนสโลวักน่ะเป็นพวกขี้เมา ชอบดื่มเหล้า เช่นพวก Borovicka, Slivovica หรือเหล้าท้องถิ่นอื่นๆ นี่ชอบกันนักแล

ประเทศโปแลนด์ : Des catholiques zélés buveurs de vodka ?
หนังสือเดอะ การ์เดี้ยน (The Guardian) เจ้าเก่าเมาท์ว่าชาวยุโรปไม่ค่อยสนใจประเทศโปแลนด์นัก แต่สิ่งที่คนแถวนั้นรับรู้ได้เลยเกี่ยวกับโปแลนด์คือความเคร่งศาสนา คนโปแลนด์ส่วนใหญ่ร้อยละ 95 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก แต่ก็แปลกที่มีเพียงร้อยละ 92 ที่เชื่อในพระเจ้า ซึ่งข้อนี้มีคำอธิบายคือคนโปแลนด์แม้จะนับถือศาสนาคริสต์แต่ไม่ค่อยสนเรื่องคำสอนนัก ส่วนที่ดูจะย้อนแย้งกันอยู่คืออีกด้านหนึ่งของคนโปแลนด์คือเป็นชาติที่ดื่มเหล้าหนักมาก ถ้าดูจากสถิติการดื่มของชาวยุโรปต่อคนต่อปีพบว่าคนโปแลนด์เองก็ไม่เป็นสองรองใคร คือคนโปแลนด์ดื่ม 13.3 ลิตร มากกว่าคนเยอรมันที่ดื่ม 12.8 ลิตร และดื่มเท่าๆ กับคนอังกฤษที่ดื่ม 13.4 ลิตร แต่ที่ชนะเลิศคือชาวไอริชที่ดื่ม 14.4 ลิตร (เชียว) เรื่องนี้น่าจะมีที่มาจากชื่อเสียงของวอดก้าจากโปแลนด์เสียแล้วละมั้ง

ประเทศเบลารุส : Des Soviétiques apathiques amateurs de pommes de terre ?
อาจเป็นเพราะชื่อและสภาพภูมิประเทศตลอดจนวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกันทำให้ประเทศเบลารุสมักถูกว่ามีภาพลักษณ์ที่ใกล้เคียงกับรัสเซีย ยังไงน่ะรึ ก็อย่างที่ว่าชาวยุโรปมองว่าคนเบลารุสมีท่าทางเย็นชา ไร้อารมณ์ความรู้สึกและไม่เป็นมิตร แถมยังเป็นชาติที่เคร่งขรึมมาก แต่เรื่องที่คนยุโรปเขานับถือชาตินี้มากคือการที่ยืนหยัดต่อสู้แบบกองโจรกับกองทัพนาซีได้ไม่ถอย แต่ก็นั่นแหละคนยุโรปเองก็ยังรู้สึกอยู่ว่าเบลารุสเป็นชาติที่ถูกครอบงำสหภาพโซเวียตมานานและเป็นประเทศสุดท้ายในยุโรปที่ยังถูกปกครองด้วยระบอบเผด็จการอยู่ จึงทำให้ถูกเมาท์ว่าคนเบลารุสเป็นเหมือนนักโทษที่ถูกจองจำ ไร้อิสระ และความรื่นรมย์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม คนเบลารุสก็ชอบกินมันฝรั่งโปเตโต้มากนะเออ

ประเทศยูเครน : Des russophones pauvres et radioactifs ?
ขอบอกก่อนนะว่ายูเครนได้แยกตัวเป็นอิสระจากการเป็นรัฐบริวารของสหภาพโซเวียตเดิมมาตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2534 แล้ว ดังนั้นยูเครนไม่ใช่รัสเซียและคนยูเครนก็ไม่ได้พูดภาษารัสเซียด้วย ชาวยุโรปเองเขายอมรับกันว่าประเทศยูเครนนี้มีความโดดเด่นในเรื่องประวัติศาสตร์และจารีตประเพณี และที่น่าเห็นใจคือด้วยผลกระทบของการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศยูเครนในปี พ.ศ. 2529 ทำให้ผักและผลไม้ที่ปลูกในยูเครนมีสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนและเป็นอันตรายจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังเมาท์กันว่าประเทศนี้มีหิมะตกทั้งปี ผู้คนก็ไม่ค่อยชอบคนต่างชาติ มีความหมองหม่นและชอบมีปากเสียงกันเอง ผู้หญิงชาตินี้สวยแต่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ส่วนอาหารการกินเขาว่าคนยูเครนชอบทานแผ่นไขมันหมูที่เรียกว่า salo และชอบดื่มเหล้าท้องถิ่นดีกรีแรงๆ อย่างวอดก้า และ ฮอริลก้า (Horilka)

ประเทศมอลโดวา : Des buveurs de vin et de belles femmes pauvres ?
ทัศนคติของชาวยุโรปที่มีต่อคนมอลโดวาคือมีหน้าตาดี ผิวขาว ผมสีเข้ม แต่ก็เป็นประเทศที่ยากจน ผู้หญิงชาวมอลโดวามักถูกล่อลวงไปค้าบริการทางเพศ หรือไปทำงานบริการในประเทศทางฝั่งตะวันตก และยังมีภาพของประเทศที่เด็กๆ มักถูกเลี้ยงดูโดยปู่ย่าตายายเพราะพ่อแม่ย้ายไปทำงานต่างถิ่นกันหมด หากตัดจากภาพที่แสนเศร้านี้แล้ว ชาวยุโรปยังรู้จักประเทศมอลโดวาว่าเป็นประเทศที่ผู้คนมีจิตใจโอบอ้อมอารี มีไวน์ที่แสนอร่อย และมีงานเทศกาลเต้นรำอันแสนรื่นรมย์

ประเทศโรมาเนีย : Des vampires Roms russophones ?
ส่วนใหญ่คนต่างชาติมักมีความเข้าใจผิดหลายข้อทีเดียวเกี่ยวกับประเทศโรมาเนีย ข้อแรกคือ เมื่อพูดถึงโรมาเนียแล้วภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวเลยคือภาพของดินแดนแห่งแวมไพร์ผีดูดเลือด แต่ความจริงแล้ว ไม่มี๊ ไม่มีผีดูดเลือดสักตัวที่เมืองทรานซิลวาเนีย บรรยากาศบ้านเมืองก็ไม่ได้น่าขนลุกขนพองแบบบ้านผีสิง ผู้คนก็ไม่ได้พูดเสียงแหบๆ ปร่าๆ แบบผีดูดเลือดอย่างที่หนังฮอลลีวู้ดมักนำเสนอ อีกข้อหนึ่งที่มักเข้าใจผิดกันคือ คนโรมาเนียเขาพูดภาษารัสเซียกัน อันนี้ก็ไม่จริงอีกนั่นแหละเพราะเขามีภาษาพูดของเขาเองคือภาษาโรมาเนียที่ใช้ตัวอักษรละตินและจัดอยู่ในกลุ่มภาษาโรมานซ์ แม้ว่าสมัยยังเป็นคอมมิวนิสต์อาจจะถูกบังคับให้เรียนภาษารัสเซียแต่ก็ได้ยกเลิกไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 แล้ว ส่วนข้อเข้าใจผิดที่ชาวยุโรปมักคิดกันเองคือเรื่องเชื้อชาติของประชากร คือคิดกันไปว่าเชื้อชาติส่วนใหญ่ของประเทศโรมาเนียคือชาวโรมา (Roma) (มีเพียงร้อยละ 2.5 เอง) ส่วนชาวโรมาเนียนเป็นเพียงชนกลุ่มน้อยในประเทศ (มีตั้งร้อยละ 89.5 แน่ะ) และข้อสุดท้ายคือเรื่องชื่อเมืองหลวง ลองทายสิเมืองว่าชื่อเมืองหลวงของโรมาเนียคืออะไร “บูดาเปสต์” ใช่ไหม คำตอบคือไม่ใช่ เพราะนี่คือชื่อเมืองหลวงของฮังการี จริงๆ แล้วเมืองหลวงของโรมาเนียชื่อ “บูคาเรสต์” ต่างหาก แหม ก็ชื่อมันคล้ายๆ กันนี่โนะ

ประเทศฮังการี : Des mal élevés férus de goulash ?
ในสายตาของชาวยุโรปแล้วภาพจำของประเทศฮังการีออกจะดูประหลาดหน่อยๆ แม้แต่กลุ่มประเทศในยุโรปตะวันออกด้วยกันก็ยังแอบเมาท์คนฮังการีว่าช่างเป็นชาติที่ชอบแสดงอำนาจบาตรใหญ่เหลือเกิน แถมมีพฤติกรรมที่ค่อนไปทางก้าวร้าวโดยเฉพาะเวลาอยู่นอกประเทศตัวเอง พูดง่ายๆ คือเขาเมาท์กันเองว่าคนชาตินี้ไม่ค่อยมีมารยาทแถมไม่ชอบทำตามกฎเกณฑ์ใดๆ ยังไม่พอ... ยังเมาท์กันแรงต่อไปอีกว่าคนฮังการีชอบเอาตัวเองเป็นใหญ่ทำให้ไม่ค่อยน่าคบนักเพราะชอบมีความคิดขวางชาวบ้านเขา แถมยังขี้บ่น พูดจาก็มองแต่แง่ร้าย (มีอะไรดีไหมเนี่ย) แต่เห็นขวางๆ แบบนี้เขาว่ากันว่าคนชาตินี้ชอบกินสตูว์เนื้อวัวหรือ Goulash เป็นที่สุด

ประเทศสโลเวเนีย : Des Alpins bilingues et introvertis ?
ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศสโลเวเนียที่ล้อมรอบด้วยประเทศเพื่อนบ้านหลากหลาย ประเทศนี้จึงมีความผสมผสานทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมสูง เลยทำให้คนชาตินี้มีทักษะเรื่องภาษาดีมากสามารถพูดภาษาต่างชาติกันได้อย่างน้อย 1-2 ภาษาแน่ะ แถมยังเป็นชาติแรกในแถบคาบสมุทรบอลข่านที่ประสบความสำเร็จในการประสานวิถีชีวิตแบบตะวันตกและสังคมบริโภคนิยมอีกด้วย แต่น่าสนใจว่าชาวสโลเวเนียเองไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นชาวคาบสมุทรบอลข่านหรือเป็นชาวยุโรปตะวันออก แต่กลับมองว่าตัวเองเป็นชาติ alpine nation ต่างหาก (คือกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ในแนวของเทือกเขาแอลป์ มี 8 ประเทศคือออสเตรีย เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ลิกเคนสไตน์ สวิสเซอร์แลนด์ โมนาโค และสโลเวเนีย) แต่สำหรับขาเมาท์แล้วมองว่าคนชาตินี้ขี้อิจฉาและเห็นแก่ตัว ขี้บ่น โลกสวย แต่มีวินัยสูง ซื่อสัตย์ แถมมีบุคลิกปิดและเย็นชาเหมือนพวกสแกนดิเนเวียน แต่กระนั้นก็มีความเป็นมิตรกับคนต่างชาติอยู่มาก ที่เด็ดสุดคือเขาว่าคนสโลเวเนียเนี่ยเมื่อได้ลงหลักปักฐานซื้อที่อยู่อาศัยแล้วมักจะอยู่ที่เดิมไม่เคยย้ายไปไหนอีกเลยจนตาย (โอ้โห)

ประเทศบัลแกเรีย : Des machos misogynes mangeurs de fromage de chèvre ?
จะว่าไปชาวยุโรปเองก็ไม่ค่อยเคลียร์กับความเป็นชาวบัลแกเรียนัก แต่ที่รู้แน่ๆ คือคนบัลแกเรียเป็นชาวสลาฟและนับถือศาสนาคริสต์นิกายออโธดอกซ์ สำหรับลักษณะนิสัยของชาวบัลแกเรียแล้ว เขาเมาท์กันว่าก็คล้ายกับผู้ชายส่วนใหญ่ในคาบสมุทรบอลข่าน คือผู้ชายชาตินี้จะมีภาพของนิสัยค่อนไปทางชอบกดขี่ผู้หญิง ก้าวร้าว อึดและถึก แถมยังชอบแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและขี้หึงมาก แต่ก็ยังมีข้อดีนะที่บางทีก็เป็นผู้ชายที่อ่อนไหว ใจดี และรักเดียวใจเดียวแบบผู้ชายยุโรปตะวันออกได้เหมือนกัน แต่สำหรับประเทศเพื่อนบ้านอย่างโรมาเนียแล้ว ภาพลักษณ์ของคนบัลแกเรียคือ พวกขี้ขโมย (คนบ้านใกล้เรือนเคียงนี่เขาเมาท์กันแรงจริง) อีกข้อที่ชาตินี้โดนล้อกันหนักมากคือ คนบัลแกเรียน่ะเหรอเขายังชีพด้วยการกินมะเขือเทศ แตงกวาและชีสนมแพะเท่านั้นแหละ ก็ถึงว่าสิชอบกินแบบนี้นี่เองโยเกิร์ตบัลแกเรียถึงดังนัก (เกี่ยวกันไหมนี่)

เตร๊ง เตรง เตร่ง เตร๊งงงงง เตรงเต่งเต๊ง เต็ง เตร่งงงงงงงง

ภาพประกอบจาก website: all around this world.com
SHARE
Written in this book
STORY TELLING

Comments

Wany
1 year ago
อยากเม้าส์ชาวโรมาเนียต่อ.,
Reply