สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ... ไม่ขอนำความรักของเรากลับมา
เมื่อ 4 ปีก่อน ผมตกลงคบกับผู้ชายคนหนึ่ง แน่นอนครับว่าเราเป็นเกย์ เขาเป็นเกย์...ผมเป็นเกย์

อายุเราห่างกันค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเรา

ผมเป็นเด็กวัยรุ่นที่ชอบมีแฟนอายุมากกว่า เพราะส่วนตัวมีกระบวนความคิดที่แก่เกินตัว
เลยชอบคนที่อายุมากกว่าเพราะคิดว่าเขาจะก็มีวุฒิภาวะที่มากกว่าด้วย

เราเจอกันผ่านทางแอพลิเคชั่นหนึ่ง นัดเจอกัน และตกลงคบกัน

ช่วงระยะเวลาสองปีแรกที่เราคบกัน เรามีความสุขกันดี แม้ว่ามันจะมีอุปสรรคบ้าง
แต่เราก็ผ่านมันมาได้

ผมพาเขามาเจอครอบครัว เพราะผมเป็นคนรักครอบครัว อีกอย่างคือ
แม่และพี่สาวเข้าใจรสนิยมทางเพศของผมดี

แต่เป็นเขาต่างหากที่ครอบครัวรับไม่ได้ เพื่อนฝูงต้องแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มปกติที่เข้าใจว่าเขาเป็นผู้ชายปกติธรรมดา และอีกกลุ่มที่เป็นเกย์ด้วยกัน
แน่นอนครับ...ผมเข้าถึงได้แค่กลุ่มหลัง และไม่มีโอกาสได้เจอครอบครัวเขาสักครั้งเดียว

เรามีเวลาร่วมกันในบ้านหลังเล็กซึ่งเป็นบ้านของเขาเอง
พยายามใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ แต่ตลอดเวลาที่เราคบกันก็อดคิดไม่ได้ว่า


เขามีตัวตนในชีวิตเรามาก แล้วเรามีตัวตนในชีวิตเขาแค่ไหนกัน

พอเข้าปีที่สาม เราเริ่มมีช่องว่างเพิ่มกันมากขึ้น ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องอายุแน่นอน
แต่ ณ ตอนนั้น เรากำลังเจอการเปลี่ยนแปลงในชีวิตกันทั้งสองฝ่าย

ผมเรียนจบมหาวิทยาลัย ต้องหางาน ต้องคิดเรื่องอนาคต ทำเรื่องขอจบการศึกษา
...และเริ่มคิดว่าอีกหน่อยถ้าทำงานแล้วเราจะมีเวลาให้กันแบบเดิมมั้ย

ในขณะที่ผมคิดเรื่องของผม เขาก็ได้รับตำแหน่งการงานใหม่ สูงขึ้นย่อมต้องรับผิดชอบมากขึ้น อีกอย่าง...ครอบครัวของเขา ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบกับเราทั้งสองมาก ก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้น แม่ของเขาเดินทางมาจากต่างจังหวัดบ่อยขึ้น และมาอยู่ด้วยครั้งละนาน ๆ
กลายเป็นว่าผมไม่สามารถเข้าบ้านเขาได้เลย และเขาก็ไม่สามารถปลีกตัวมาหาผมได้ด้วยเช่นกัน

หลังจากผมเริ่มทำงานซึ่งเป็นช่วงปรับตัวกับรูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป
เราสองคนก็เริ่มห่างกันออกไปอีก
เจอกันแค่เดือนละ 2 ครั้ง ทั้ง ๆ ที่อยู่จังหวัดเดียวกัน การเดินทางก็สะดวกสบาย

ผมมีความรู้สึกว่าเหนื่อยทุกครั้งที่ต้องไปเจอเขา


เราเริ่มมีปัญหาเรื่องข้าวของของผมซึ่งทิ้งไว้ที่บ้านเขา ...เขาบ่นว่าแม่ของเขาถามนู่นนี่นั่นตลอด และทุกครั้งที่เราเจอกัน ผมก็จะเริ่มเก็บของใช้ส่วนตัวกลับมาด้วยทุกครั้ง
 
ผมมีหนังสืออยู่ที่บ้านเขาจำนวนหนึ่ง เพราะเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก
ก็ต้องทยอยเอากลับบ้านทีละเล่มสองเล่ม เพราะกลัวว่าจะโดนแม่ของเขาโยนทิ้ง

เราเคยคิดว่าจะซื้อโต๊ะทำงานเล็ก ๆ มาตั้งที่บ้านเขาเพราะผมกำลังเรียนต่อ
แต่ก็ล้มเลิกไปเพราะคงไม่ได้ใช้เท่าไร

เขาเริ่มบ่นทุกครั้งที่ผมซื้อของใช้เข้าบ้าน แล้วเราก็มีปากเสียงกันจนได้

เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น เริ่มใช้ถ้อยคำรุนแรงมาถกเถียงกันจนมันบั่นทอนความรู้สึกของเราสองคนไปมากโดยไม่สามารถนำความรู้สึกดี ๆ กลับมาได้อีกต่อไป

จนวันหนึ่ง คำถามแบบหมดความอดทนก็หลุดออกจากปากผม
“ตกลงเราจะเอายังไง อยากมีกันอีกมั้ย... หรือไม่เหลืออะไรให้กันแล้ว”
เขาตอบกลับแบบไม่คิดว่า
“เลิกก็เลิก”

แล้วเขาก็หายไปจากชีวิตผม เราต่างหายไปจากชีวิตของกันและกัน
เราคืนทุกอย่างให้กัน เราคืนอิสระให้กัน..
คืนให้กันแม้กระทั่งความทรงจำดี ๆ


ครอบครัวผมเริ่มถามถึงเขาเพราะเขาไม่มาหาผมนานจนผิดสังเกต
ผมไม่คุยโทรศัพท์ ไม่พูดถึง ...และไม่คิดถึง
ผมก็ตอบแม่ไปตามตรงว่า “เราเลิกกันแล้ว”
แต่คนที่ช็อคที่สุดขณะนั้นคงเป็นเพื่อน ๆ ของผมมากกว่า
เพราะเรารู้จักกันดี และไม่ได้มีทีท่าว่าเราจะเลิกกัน

ระยะเวลา 3 ปี 5 เดือน ไม่ได้สร้างน้ำตาให้ผมสักหยด
...อาจเป็นเพราะเราทำร้ายกันมานานเกินไป นานจนกัดกร่อนทุกความรู้สึกดี ๆ ไปจนหมดแล้ว

เราคืนเวลาให้กันและกัน... มีหลาย ๆ ครั้งที่เขาทักไลน์ผมมา ผมพยายามจะไม่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังคิดถึงผมอยู่ ...นั่นทำให้ผมตอบเขาแบบ “ถามคำ ตอบคำ”

ผมตัดความรู้สึกของผมจากเขาแล้วอย่างสิ้นเชิง
คนรอบข้างถามตลอดว่าถ้าเขากลับมา ผมจะทำยังไง

มันไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้หรอก
สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ วันเวลาไม่อาจย้อนคืน
และความรักของเราไม่อาจนำกลับมาด้วยเช่นกัน


ผมเริ่มต้นใช้ชีวิตด้วยความสุข ได้สัมผัสถึงอิสระในใจบางอย่าง ไม่ต้องคอยเอาใจใคร ไม่ต้องระวังตัวเองมากเกินไป ไม่ต้องเป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์จนเกินไป

มีคนเข้ามาบ้าง...เข้ามาแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้สานสัมพันธ์อะไรมากจนเกินเลย

ผมไม่ได้ติดต่อเขาอีก ในขณะที่เขาก็เข้ามากดไลค์ไทม์ไลน์ผมตลอด สม่ำเสมอ และมีนัยสำคัญ

จนกระทั่งช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ผมพยายามหาไลน์ของเขา ...แค่อยากสุขสันต์วันปีใหม่เขา
ในฐานะคนเคยรู้จักกัน อยากถามสารทุกข์สุกดิบ
ส่วนหนึ่งเพราะมั่นใจตัวเองว่าเราเข้มแข็งพอ เราเดินมาไกลพอที่จะมองภาพอดีตอย่างเยือกเย็น และถ้าเขาขอที่จะกลับมา เราจะได้ตอบตัวเอง และตอบเขาอย่างเต็มปากว่า
เราเดินมาไกลมากแล้ว และไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก

แต่ในความเป็นจริง ...ผมหาไลน์เขาไม่เจอ จนผมลืมไปแล้วว่าอยากจะทำอะไร

เมื่อวานนี้เองที่เขาไลน์หาผมทั้ง ๆ ที่ไม่มีวี่แววมาก่อนว่าเขาจะติดต่อมา

เขาชวนผมไปกินข้าว บอกเลี่ยง ๆ อย่างกลัวเก้อว่า พาแฟนมาด้วยได้นะ

แน่นอน ...ผมไม่มี...

ประโยคต่อมายิ่งทำให้ผมมือเย็นขึ้นไปอีก ผมรู้ทันทีว่าบทสนทนาของเรากำลังจะไปสู่เรื่องอะไร

“อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม” สุดท้ายประโยคบอกเล่าง่าย ๆ ก็มาถึง

ผมเงียบไปนาน แม้ว่าใจจะปฏิเสธไปในทันทีก็ตาม แม้ว่าจะไม่อยากพูด แต่ก็ต้องพูด

ผมบอกกับเขาว่า ตอนนี้ผมมีความสุขกับครอบครัว ผมมาไกลเกินกว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

ผมเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะแบ่งอะไรให้ใครอีกต่อไป
มันฟังดูดี แต่มันเจ็บ...ผมรู้ดี อย่างน้อยมันก็เป็นการบอกว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกต่อไป
แม้กระทั่งความรู้สึกว่าอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

ผมเชื่อว่าผมตัดสินใจด้วยความเข้าใจความรู้สึกตัวเองที่สุด และจะไม่เสียใจเมื่อเวลาผ่านไป

ต่อจากนี้ผมเอาอนาคตของผมมาเดิมพัน… ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่เขา และไม่ใช่ใคร

เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว เราไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีก
แม้ว่ามันอาจจะมีความเป็นไปได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ในเชิงหัวใจมันไม่มีทาง

ผมไม่เสียใจที่เราได้เจอกัน ได้คบกัน ใช้ช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกัน ผ่านทุกข์และสุขมาด้วยกัน
เราทั่งคู่โตขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก และผมไม่เสียใจที่เราเลิกกัน

จะจดจำเป็นประสบการณ์ที่มีค่า เก็บช่วงเวลาดี ๆ ของเราเอาไว้
เป็นอดีตที่สวยงาม ...เป็นภาพทรงจำสีจาง

Writer: allAboutFeeling
Twitter: @CrystalMouta1n (all.About.Feeling)
SHARE
Writer
allAboutFeeling
At my little world.
ในวันที่เราพบเจอเรื่องราวมากมายให้ได้เก็บมาเล่าสู่กันอ่าน กับเรื่องราวในอีกหนึ่งมุมมองที่แปลกไป

Comments

peachpeach
2 years ago
เจ็บดีนะคะ
Reply
LaFloraRa
2 years ago
เข้มแข็งมากเลย :)
Reply
allAboutFeeling
2 years ago
:)
TitTy
1 year ago
เข้มแข็งมากๆเลยครับ
Reply
SLife
1 year ago
ชอบมากครับ
Reply